
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคนขับแอปพลิเคชันชื่อดังทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เหตุเกิดย่านอโศก ว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวถือเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีอัตราค่าโดยสารที่อาจต่ำกว่าหลายแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เห็นว่า เมื่อมีการกดรับผู้โดยสารแล้ว ผู้ขับขี่ต้องนำส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทาง กรณีดังกล่าวจึงเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภค
โดยก่อนหน้านี้ ตัวแทนแพลตฟอร์มได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ สคบ. ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย และแสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่าเยียวยาแก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 35,000 บาท แต่ในส่วนคดีอาญาฐานทำร้ายร่างกายยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งในวันนี้ ผู้เสียหายได้เดินทางไปศาลเพื่อดำเนินคดีอาญาในข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า สคบ. มีแนวคิดเข้ามากำกับดูแลแพลตฟอร์มในหลายประเภท ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ขายสินค้า แพลตฟอร์มขนส่งสินค้า และแพลตฟอร์มเรียกรับผู้โดยสาร
โดยในวันพรุ่งนี้ 5 มิถุนายน จะเรียกผู้บริหารแพลตฟอร์มที่เกิดเหตุเข้ามาหารือเป็นการเฉพาะก่อน จากนั้นวันที่ 12 มิถุนายน จะเรียกผู้แทนอีก 13 แพลตฟอร์มทั่วประเทศไทยเข้าประชุมร่วมกัน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่ที่ก่อเหตุเป็นชายอายุ 23 ปี และไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จึงเกิดคำถามสำคัญว่าระบบคัดกรองของแพลตฟอร์มปล่อยให้บุคคลดังกล่าวเข้ามารับผู้โดยสารได้อย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าวุฒิภาวะอาจยังไม่เพียงพอ
พร้อมระบุว่า อาจถึงเวลาต้องทบทวนระบบคัดกรองผู้ขับขี่ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องอายุและความเหมาะสมในการประกอบอาชีพขับรถสาธารณะ เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตและความปลอดภัยของผู้โดยสาร
โดยระบุว่า แม้อายุ 20 ปี จะสามารถมีใบขับขี่ส่วนบุคคลและขับรถได้ แต่สำหรับใบขับขี่สาธารณะนั้น ควรพิจารณาความเหมาะสมเพิ่มเติม เพราะเป็นอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่น ไม่ใช่เพียงความปลอดภัยของตนเองเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังต้องทบทวนมาตรการของบริษัทผู้ให้บริการ ตั้งแต่เงื่อนไขการทำสัญญา ความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ รวมถึงมาตรการดูแลผู้โดยสาร โดยเฉพาะกรณีผู้ขับขี่ทิ้งผู้โดยสารกลางทาง ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย
อีกประเด็นสำคัญคือเรื่องความเป็นธรรมของค่าโดยสาร หลังพบว่า 13 แพลตฟอร์มมีการคิดราคาที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในบางช่วงเวลา ซึ่งเป็นข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานคำนึงถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน
โดยเรื่องดังกล่าวจะถูกหยิบยกเข้าสู่ที่ประชุม สคบ. วันที่ 12 มิถุนายนนี้ และจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
ส่วนแนวทางการกำหนดบทลงโทษนั้น นางสาวศุภมาส กล่าวว่า จะต้องร่วมกันกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจนว่าหากผู้ขับขี่กระทำผิดในระดับใด จะมีบทลงโทษอย่างไร รวมถึงแพลตฟอร์มจะต้องมีมาตรการกำกับดูแลของตนเองด้วย
หากปล่อยให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ หรือมีลักษณะปล่อยปละละเลยจนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ก็จะต้องมีบทลงโทษตามระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถูกถามถึงแนวคิดการกำหนดมาตรฐานราคากลาง ท่ามกลางการแข่งขันของผู้ประกอบการแต่ละราย นางสาวศุภมาส ระบุว่า หากพบว่าประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจต้องพิจารณาลดค่า GP หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
แม้ผู้ประกอบการอาจได้รับผลกระทบด้านผลกำไรหรือผลประโยชน์บางส่วน แต่รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนและลดภาระค่าครองชีพเป็นลำดับแรก
ขณะเดียวกัน ในการประชุม สคบ. ชุดใหญ่ วันที่ 5 มิถุนายน จะมีการพิจารณาประเด็นสำคัญอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีปัญหารถยนต์วอลโว่กว่า 500 เคส
หลังจากนี้ สคบ. จะดำเนินการฟ้องร้องแทนผู้บริโภคทันที ไม่มีการไกล่เกลี่ยอีกต่อไป เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายอย่างเต็มที่
เนื่องจากผู้บริโภคบางรายไม่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามข้อเสนอของบริษัท แต่ต้องการขอคืนเงินแทน ซึ่ง สคบ. จะเป็นผู้ดำเนินการช่วยเหลือตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
Advertisement