
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 13 ก.พ. 69 ฉก.คลองหาด โดยกองร้อยทหารพรานที่1305 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จึงจัดกำลังพลร่วมกับหมวดควบคุมทางยุทธวิธี ฉก.คลองหาด และชุดปฏิบัติการข่าวที่3 กกล.บูรพาออกลาดตระเวน และเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังขนสัมภาระ และเดินเท้าลัดเลาะตามช่องทางธรรมชาติ มุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณระหว่างจุดตรวจ อ.72–อ.73 พิกัดบ้านคลองหว้าใหม่ หมู่7 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 1.1 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบเป็นชาวจีนลักลอบเข้าเมือง จำนวน 16 คน แบ่งเป็นชาย 15 คน หญิง 1 คน ทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแสดงตนในการเข้าราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด
จากการสอบถามเบื้องต้นผ่านล่ามทราบว่า ชาวจีนทั้ง 16 คน เคยเดินทางไปทำงานในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในลักษณะเป็นแอดมินเพจของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Scammer) ต่อมานายจ้างพยายามส่งตัวไปทำงานต่อยังประเทศอื่น หรือประเทศที่สาม ซึ่งทั้งหมดไม่สมัครใจ จึงตัดสินใจหลบหนีกลับประเทศจีน โดยเลือกเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นทางผ่าน
กลุ่มผู้ต้องหาให้การว่า ได้ว่าจ้างผู้นำพาชาวกัมพูชานำทางข้ามแดนเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณคลองน้ำใสในราคา 3,500 บาทต่อคน เมื่อข้ามเข้ามาได้แล้ว ผู้นำพาชาวกัมพูชาดังกล่าวได้หลบหนีกลับไปยังฝั่งกัมพูชา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่สร้างความผิดปกติ และน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งคือ จากการตรวจค้นสัมภาระของกลุ่มผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์มือถือจำนวนมากถึง 266 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีก 1 เครื่อง โดยไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ซึ่งสวนทางกับจำนวนผู้ลักลอบเข้าเมืองที่มีเพียง 16 คนเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงควบคุมตัวชาวจีนทั้งหมดส่งไปยัง กองร้อยทหารพรานที่1305 บ้านคลองสมบูรณ์หมู่ 2 ต.ทับพริก ก่อนนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส จ.สระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบที่มาของโทรศัพท์มือถือจำนวนมากดังกล่าว ว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรืออาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ เนื่องจากจำนวนอุปกรณ์ที่พบถือว่าผิดปกติอย่างยิ่ง และอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
Advertisement