
วันที่ 27 มี.ค. 69 ที่ท่าเทียบเรือฐานส่งกำลังบำรุงเรือตราด ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ เกิดนาค ผู้บังคับการเรือหลวงเทพา เปิดเผยถึงการปฏิบัติภารกิจของเรือหลวงเทพาในห้วงที่มีการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในการปฎิบัติภารกิจล่าสุดเรือหลวงเทพา ภายหลังจากนี้มีการประกาศ วัน ว. ได้มีการยิงส่องสว่างในโซนของบ้านสามหลัง ที่อยู่ตางบ้านหนองรี และมีการยิงสนับสนุนฝั่งในการยิงทำลายปืน 130 มม. ของเกาะยอ ประเทศกัมพูชา ที่มีอำนาจในการยิงทำลายได้ถึงเกาะกูด และ ฉก.นย.ตราด ซึ่งมีภัยคุกคามสูง กองทัพเรือจึงตัดสินใจให้เรือหลวงเทพาและเรือประจวบฯ กับเรือชลบุรี เข้าทำการยิงทำลายเป้าที่ข้าศึก โดยทำการยิงประมาณ 8 นาที และเรือหลวงเทพาก็เป็นหลังสุดท้ายที่ออกมา เนื่องจากเป็นการยิงแบบแมนนวล
ส่วนอีก 2 ลำเป็นการยิงแบบออโต้ สำหรับผลการทำลายพบว่าปืนของฝ่ายกัมพูชามีความเสียหาย ไม่สามารถใช้ในราชการต่อไปได้ ถือเป็นคนสำเร็จในการทำลายเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย
เมื่อถามถึงสมรรถนะและความสามารถของเรือหลวงเทพพานั้น ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ ระบุว่า หลวงเทพาสามารถทำความเร็วอยู่ที่ 72 นอต ส่วนปืนที่ยิงสนับสนุนฝั่งสามารถยิงได้ที่ 13,500 หลา หรือประมาณ 10 กิโลเมตร โดยในช่วงประทะชายแดนไทย-กัมพูชา เรือหลวงเทพายิงอยู่ในระยะ 5 ไมล์ และมีการต่อต้านจากข้าศึกด้วยเช่นกันหลังออกมา
เมื่อถามว่า ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนที่เรือหลวงเทพาจะปลดประจำการหากมีการสู้รบกันอีกเรายังดำรงความพร้อมในการปกป้องแผ่นดินไทยหรือไม่ ว่าที่ นาวาตรี กล่าวว่า คิดว่าได้กลับมาอยู่ดี ไม่พ้นที่จะได้เรียกกลับมาสนับสนุนกันอยู่แล้ว เพราะประจวบฯ กับเรือชลบุรี ก็โดนเรียกมาจากทัพเรือภาค 1 ให้มาช่วยระดมยิงฝั่งเพื่อทำลายเป้าหมาย ในส่วนของเรือหลวงเทพาหากกลับไปหรือเทียบท่าอยู่สัตหีบแล้ว สุดท้ายอาจมีการสู้รบกันก็จะโดนเรียกกลับมาอีก
สำหรับขวัญกำลังใจในระหว่างปฎิบัติภารกิจบนเรือนั้น ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ เผยว่า กำลังใจเต็มเปี่ยม ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องไปทำอะไร ทุกคนก็เข้าใจว่าเกิดมาเป็นทหารต้องรับใช้ชาติ
ส่วนจะบอกศักยภาพของทหารกัมพูชาทางเรืออย่างไรนั้น ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ กล่าวว่า ศักยภาพของเขาอยู่ในทางค่อนข้างต่ำ เพราะเขาไม่ค่อยมีเรือที่มีศักยภาพทางอาวุธเท่ากับของเรา หากประทะกันตรงๆ เรามีอาวุธที่หมัดไกลกว่า และตาเราก็ไกลกว่า เรดาร์เราตรวจจับได้ไกลกว่า ซึ่งไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสำหรับเราสักเท่าไหร่
เมื่อถามว่า 4-5 ปี จากนี้ทางฝ่ายจีนจะมีการส่งเรือคอร์เวตมาให้กัมพูชา เรามีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างไรบ้าง ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ ระบุว่า ก็เห็นว่าเขาเข้ามาทำการรับระบบแล้ว แต่คาดว่าต้องใช้เวลาพอควรกว่าจะเรียนรู้ เพราะของเราก็ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเรียนรู้ระบบมาได้ ฉะนั้นก็มีเวลาช่วงที่กัมพูชาไปเรียนรู้ระบบ เราก็สามารถไปศึกษาระบบนั้นได้จากไทด์ของจีน เพราะเราก็มีสเปคจากจีนแล้วเอามาบูรณาการในการช่วยรบ และเราก็มีเรือจากจีนหลายลำ
ว่าที่ นาวาตรี พริษฐ์ เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้การเรือที่ใกล้ปลดประจำการ ว่า ตนภูมิใจ ถือว่า Mission Complete เรือก็ได้ทำการรับใช้ชาติอย่างเต็มที่ และปลดประจำการได้ตามแผนปลดประจำการ ไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไรที่ทำให้ต้องปลดประจำการก่อน ถือว่าอยู่มาได้ตลอดรอดฝั่ง
Advertisement