
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 เปิดพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ให้สื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังฝ่ายไทยสามารถสถาปนาการควบคุมพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ 100% พร้อมยืนยันการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักกฎหมายสากล ท่ามกลางสัญญาณความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาที่เริ่มปรากฏถี่ขึ้นในระยะหลัง
พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้มอบหมายให้ ร.อ.ชัยยานุภาพ ไกรอาบ ผบ.ร้อย.ร.ร.12พัน.2รอ. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่คลี่คลายลง ภายหลังมีคำสั่งหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2569 ที่ผ่านมา
พื้นที่บ้านหนองจานในอดีตเคยถูกใช้เป็นศูนย์อพยพชาวกัมพูชาในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบ แต่จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า ปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยอย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่พบประชาชนชาวกัมพูชาหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
คณะสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่สำรวจจุดสำคัญหลายจุด เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าวัดโจ๊ะเจ้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ต่อเนื่องไปยังสระน้ำขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนเคห้า และพื้นที่หมู่บ้านโจเจ้ย โดยทุกจุดที่ตรวจสอบพบว่าอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทั้งหมด สภาพพื้นที่โดยรวมค่อนข้างเงียบสงบ ไม่พบร่องรอยการอยู่อาศัยของประชาชน หรือกิจกรรมผิดกฎหมายแต่อย่างใด
ในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการเสริมความมั่นคงในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการนำตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ไปวางปิดกั้นเส้นทางถนนเคห้า ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการเข้าถึงพื้นที่โดยจุดตั้งอยู่ห่างจากวัดจุกเจ้ยประมาณ 500 เมตร เพื่อป้องกันการลักลอบรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย รวมถึงเป็นการควบคุมการเข้า-ออก ของบุคคลในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีระบบ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้นำคณะสื่อมวลชนตรวจสอบแนวคูดักรถถัง บริเวณหน้าวัดโจเจ้ย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงการปฏิบัติการ โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าการขุดคูดักรถถังดังกล่าวเป็นมาตรการทางยุทธวิธี เพื่อป้องกันการรุกล้ำของยานพาหนะทางทหาร และยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใน "พื้นที่สีน้ำเงิน" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยมีอำนาจควบคุมอย่างชัดเจน อีกทั้งการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะเข้าสู่ภาวะปกติแต่แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า ระยะหลังเริ่มมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยพบว่าทหารกัมพูชามีการขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาวนเวียนบริเวณใกล้จุดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ของฝ่ายไทยบ่อยครั้งมากขึ้น จากเดิมที่แทบไม่ปรากฏตัวหรือแสดงความเคลื่อนไหวให้เห็นอย่างชัดเจน
พฤติกรรมดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเข้ามาสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทย ซึ่งแม้ยังไม่พบการกระทำที่เป็นการยั่วยุหรือรุกล้ำโดยตรง แต่ถือเป็น "สัญญาณเตือน" ที่ฝ่ายความมั่นคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้กองกำลังบูรพาและหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ยังคงตรึงกำลังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และอธิปไตยของประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเต็มกำลัง
Advertisement