
วันที่ 30 ม.ค. 69 พลตำรวจตรีตรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความรืบหน้าคดีที่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ทำร้ายร่างกาย 2 ลูกน้องคนสนิท ว่า เบื้องต้นผบช.ก. ได้สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ไปได้เยอะแล้ว โดยล่าสุดมีตำรวจอีก 8-9 คน เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม
ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่าตำรวจที่เข้ามาให้ปากคำเสียงแตกนั้น และให้การว่าไม่เห็นการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ชี้แจงว่า คดีนี้มีตำรวจทั้งหมด 20 คน มีทั้งส่วนที่รู้ว่ามีการทำร้ายร่างกาย และมีส่วนที่เห็นขณะทำร้ายร่างกาย บางส่วนเป็นประจักษ์พยาน ซึ่งทุกคนให้การตามข้อเท็จจริง เราต้องการสอบทั้งหมดว่า ใครประจักษ์พยาน หรือ ใครเพียงได้รับการบอกเล่า ซึ่งบางคนไม่เห็นตอนตบแต่ก็เห็นบาดแผล
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีตำรวจอีก 17 นาย เคยยื่นร้องเรียนต่อจเรตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าถูกทำร้ายร่างกาย โดยมีตำรวจ 8-9 นายที่ประสงค์จะเอาผิดให้ถึงที่สุด คณะสืบสวนสอบสวน จึงรวมผู้เสียหาย 8-9 คนนี้มารวมกับคดีของ พันตำรวจโทคริษฐ์ ปริยะเกตุ และพันตำรวจเอกอาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ที่กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้ดูแล ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำหนังสือเรียกตัวตำรวจทั้ง 8-9 นายมาให้ปากคำในประเด็นที่พนักงานสอบสวนสงสัย ว่าเหตุใดจึงต้องยอมให้ทำร้ายร่างกาย มีการข่มขู่หรือไม่ อย่างเช่นกรณี 1 ในตำรวจ 17 นาย ที่เคยยื่นร้องที่จะจเร ถูกทำร้ายจนแก้วหูแตก หลังจากถูกทำร้ายได้หนีกลับบ้าน แต่ฝั่งของผู้ก่อเหตุได้ไปลงบันทึกประจำวันว่านายตำรวจดังกล่าวขาดราชการ และลงในประวัติส่วนตัวด้วย จึงมองว่าการทำร้ายร่างกายให้หนี และกลั่นแกล้งให้รับโทษ เข้าข่ายอาจเป็นคดีอาญาที่ต้องดำเนินคดีเพิ่ม
ส่วนเรื่องการไปสอบปากคำแพทย์กรณี 2 ลูกน้องตำรวจคนสนิท ยังบอกไม่ได้ว่ามีการไปสอบปากคำแพทย์ผู้รักษาและออกใบความคิดเห็นแพทย์แล้วหรือยัง แต่เบื้องต้นในใบรับรองแพทย์ที่นำมาเป็นหลักฐานนั้น มีการระบุถึงสาเหตุที่แก้วหูแตกไว้ ”โดนกระทบอย่างรุนแรง ถือว่าเป็นการบาดเจ็บสาหัส“ ทั้งนี้ยังบอกไม่ได้ว่า หากมีการสอบปากคำแพทย์เสร็จสิ้นแล้ว จะมีการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาหรือส่งฟ้องเลยหรือไม่
กรณีที่พบว่าทนายความของบิ๊กโจ๊ก มักโพสต์ภาพลงโซเชียล ว่าเดินทางมาที่ชั้น 16 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งชั้นดังกล่าวคือบก.ปปป. ที่กำลังทำคดีของบิ๊กโจ๊กอยู่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ยืนยันว่า ทนายไม่เคยมาพบตน แต่มักจะมายื่นหนังสือชักชวนโดยอ้างอิงข้อกฎหมายให้กับชุดทำคดี เข้าร่วมการดำเนินการกับฝั่งทนายความ มองว่าเป็นเรื่องที่ทำคล้ายสมัยพลตำรวจเอกธนา ชูวงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำคดีเว็บพนันมินนี่
เมื่อถามว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าลักษณะการข่มขู่เจ้าพนักงานหรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ กล่าวว่า กำลังให้ตำรวจย้อนกลับไปดูคดีข่มขู่คุกคามอัยการ แต่ฝั่งชุดตำรวจที่ทำคดีตอนนี้ไม่ได้หวั่นไหวกับเรื่องนี้ และเรื่องนี้มองว่ายังไม่ได้มีการข่มขู่คุกคาม แต่เป็นการขู่ด้วยข้อกฎหมาย เพื่อให้พนักงานสอบสวนเกิดความเกรงกลัว และถอนตัวออกจากคดี
Advertisement