
วันที่ 5 ม.ค.69 พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า หลักฐานสำคัญที่นำมาใช้เป็นสำนวนส่งมอบให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. คือ ไฟล์คลิปวิดีโอ กว่า 10 คลิป ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลในคดี ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจค้น จนไปถึงขั้นตอนการสอบปากคำ แต่รายละเอียด จะขอเผยแพร่ในวันพรุ่งนี้ (6ม.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่จากการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเชื่อว่า เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี มีน้ำหนักพอที่จะใช้เอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้ง 6 คน ประกอบด้วย พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์ หักพาล นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ 1 ในกรรมการ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ป.ป.ช. ในการพิจารณาว่าจะรับคดีไว้ทำเองหรือส่งกลับมาให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะมีความชัดเจน แต่ส่วนตัว ก็อยากให้ทางป.ป.ช. รับคดีไว้ดำเนินการเองเพราะ ตำรวจไม่อยากรื้อคดีใหม่ ซึ่งผู้เสียหายสามารถชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ได้ในชั้นศาล โดยตัวเองยังเชื่อมั่นว่า หาก ป.ป.ช. รับคดีนี้ไว้ดำเนินการเอง ก็จะทำคดีนี้ด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม และคาดว่าคดีนี้จะรวดเร็วขึ้น แต่หากป.ป.ช.ส่งกลับมาส่วนตัวก็ไม่ขัดข้อง
โดยหลังจากนี้ หากฝ่ายของพลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะออกมาแสดงท่าทีอย่างไรนั้น ตัวเองไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือเพราะมองว่าเป็นเรื่องของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ตัวเองก็อยากขอบคุณพันตำรวจเอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ออกมาให้ข้อมูล ซึ่งทาง ป.ป.ช. จะพิจารณา ให้พันตำรวจเอกภาคภูมิ เป็นพยาน หรือ จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของป.ป.ช. เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจชี้นำ
Advertisement