
วันที่ 30 มี.ค. 69 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มอบอำนาจให้นาย สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความยื่นฟ้อง นายตำรวจ ยศ พล.ต.ต. จำนวน 2 นาย ยศ พ.ต.อ. 2 นาย พร้อมคณะ พนักงานสืบสวนสอบสวนที่รับผิดชอบ คดีเว็บพนัน BNK Master รวม 10 นาย เป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แจ้งความเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิดเพื่อจะกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดี BNK Master ได้เข้าร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน. เตาปูน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 ราย ในข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์และสมคบฟอกเงิน เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2566 และเป็นที่น่าสังเกตว่าพนักงานสอบสวนที่มารับเรื่อง ไม่ใช่พนักงานสอบสวนเวร ไม่มีตารางเวรต้องเข้าปฎิบัติหน้าที่ ในวันและเวลาดังกล่าว
จากนั้นวันที่ 26 ก.ค. 2566 พนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย และเข้าจับกุมตัวพร้อมกับตรวจค้นยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาซึ่งขณะถูกจับกุมตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดจากับผู้ต้องหาในลักษณะสืบทอดไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
จากนั้นวันที่ 22 ก.ย. 2566 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับตำรวจ 8 นาย โดยมีเจตนาปกปิดยศตำแหน่งอาชีพ และไม่แจ้งให้ศาลทราบว่าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับตำรวจทั้ง 8 นาย
วันที่ 25 ก.ย. 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจคณะพนักงานสอบสวนได้มีการกระจายกำลังไปทำการจับกุมตำรวจทั้ง 7 นาย และมีรายชื่อ พ.ต.ต.รายหนึ่ง ปรากฏว่ามีการขอหมายค้นเข้าไปจับกุมบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งขณะเข้าจับกุมมีการเสนอข่าวอย่างแพร่หลาย ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจว่าเป็นการเข้าจับกุม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
เนื่องจากว่าหลายท่านเกี่ยวข้องในชุดของกองบังคับการของการดำเนินการ การแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน การดำเนินการมีข้อสังเกตในหลายประเด็นตั้งแต่การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งในการเข้าปฎิบัติหน้าที่ในวันและเวลาดังกล่าวแสดงการดำเนินการชุดของกรมตำรวจซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเข้าเวรรับแจ้งความดำเนินการจนความพยายามที่จะออกหมายจับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ตั้งแต่ยังไม่มีมาเลือกแต่ศาลคงเห็นว่าว่าไม่มีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจะไม่อนุญาตในครั้งแรก แต่ตอนหลังมีการใช้เส้นในคดีคดีที่เกี่ยวข้องใน คดีมินนี่ และ คดีของ BNK master
สำหรับคดี BNK Master หากดูเรื่องเส้นเงินจะพบว่า มีเส้นทางการเงินสูงถึง 450 ล้านบาทแต่ตามกฎหมายหากมีเส้นเงิน เกิน 300 ล้านบาท ต้องอยู่ในอำนาจของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ป.ป.ช. และในส่วนของการดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นที่ทราบแต่แรกว่าในการดำเนินการซึ่งควรจะเป็นอำนาจของ ดีเอสไอ และ ป.ป.ช. แต่ปรากฏว่ามีการเก็บกักสำนวนไว้กว่า 100 วัน ทั้งที่จริงแล้ว พนักงานสอบสวน มีอำนาจเพียงแค่ 30 วัน แต่ขณะเดียวกันคดีของตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งตำรวจทำสำนวน ส่ง ป.ป.ช.ใน 30 วัน
แต่ปรากฏว่า เมื่อมีการแบ่งหน้าที่เป็นขั้นเป็นตอนแล้ว จนนำสู่การดำเนินการเมื่อออกหมายจับแล้วก็เอาไปเป็นเหตุในการที่จะดำเนินการเพื่อส่งในเรื่องของวินัยร้ายแรง เพื่อให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พ้นจากเส้นทางของการที่จะได้รับการพิจารณา เสนอชื่อตามอาวุโสและผลงาน เพื่อดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร. ดังนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องการที่จะนำคดีที่มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้ามาพิสูจน์กันในชั้นศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาและให้ความเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังฝากข้อความผ่านทนายถึงพนักงานสอบสวนว่า การจะดำเนินการอะไรก็ตามขอให้ทำตามกรอบของกฎหมาย อย่าล้ำออกนอกกรอบ เพราะหากวินิจฉัยเลยกรอบอำนาจของตนเอง นั่นหมายถึงจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่คุณกระทำลงไป
ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รับสำนวนไว้เป็นคดีที่ อท.63/2569 พร้อมกับนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่ในวันที่ 27 เม.ย. 69 เวลา 09.30 น.
Advertisement