
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 7 ก.ย.63 ที่ผ่านมา ตำรวจสธ.แหลมสิงห์ ได้รับแจ้งจากชาวประมงว่าพบศพลอยน้ำบริเวณคลองปลายเนิน หมู่ 6 ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ภายหลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ให้ไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จุดที่พบศพต้องใช้เรือในการเดินทางจากบ้านปลายเนินไปอีกประมาณ 800 เมตร

โดยศพผู้เสียชีวิตลอยมาติดอยู่ริมป่าโกงกาง ถูกห่อไว้ด้วยผ้านวม มีเพียงศีรษะที่โผล่ออกมา สภาพเริ่มอืดมีกลิ่นโชย หลังจากเจ้าหน้าที่นำศพส่งขึ้นมาแล้วตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมกางเกงขาสั้นลายพราง ไม่สวมเสื้อ มีเสื้อแขนยาวอยู่ในห่อด้วย ศพถูกห่อด้วยผ้านวมสีดำชั้นนอก และยังห่อด้วยผ้าห่มอีกชั้น ข้อเท้าทั้ง 2 ข้างถูกมัดด้วยสายไฟ ที่ศีรษะมีรอยถูกทำร้าย

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้เสียชีวิตอาจถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จากในห้องพักแห่งหนึ่งแล้วนำมาโยนทิ้งลงสะพาน จนศพเริ่มขึ้นอืดลอยน้ำ มีชาวประมงมาพบเข้าดังกล่าว ขณะนี้ทราบชื่อของผู้เสียชีวิตแล้ว นายเจตณรงค์ อินทรทัศ หรือบอย อายุ 30 ปี ทางญาติอยู่ระหว่างเดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนผู้ก่อเหตุ เป็นน้องชายแท้ ๆ ของผู้ตาย ทราบชื่อ นายณัฐพล อินทรทัศ เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย

ล่าสุดวันที่ 9 ก.ย.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางมาที่ วัดเกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ นายเจตณรงค์ อินทรทัศ หรือบอย อายุ 30 ปี ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ จะเป็นพิธีฌาปนกิจศพ สังเกตเห็นว่าข้างโรงศพ จะมีขวดเหล้าวางอยู่ เพราะผู้ตายชอบดื่มเหล้า

นายกิตติทัช อินทรทัศ อายุ 52 ปี พ่อของผู้ตาย เปิดใจว่า ตนไม่ได้พูดคุยกับลูกชายนานแล้ว เพราะตนทำงานอยู่ที่จังหวัดอื่น โดยลูกชายทั้งสองคนมีนิสัยต่างกันอย่างสินเชิง นายบอย พี่ชายจะเป็นคนใจเย็นมาก นิสัยคล้ายกับตน แต่นายแบด จะเป็นคนใจร้อน ทั้งคู่เคยมีปากเสียงกันเล็กน้อยตามประสาพี่น้อง แต่ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง
เมื่อวานนี้ หลังจากที่จับกุมตัวนายแบดได้ นายแบดได้เข้ามากราบเท้าตน และกล่าวว่า “พ่อ หนูขอโทษ” ตนจึงย้อนถามไปว่า “ขอโทษแล้วทำอะไรได้ ไปทำทำไม พี่ชายแท้ ๆ”
โดยนายแบดให้เหตุผลว่า ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และปัญหาเริ่มมาจาก วันที่เกิดเหตุ ผู้ตายกล่าวเตือนนายแบดว่า “เบาเสียงเพลงหน่อย”

ทั้งนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ตนได้มาขอพักอาศัยอยู่กับพี่ชาย เป็นห้องแถวเลขที่ 337/14 ม.2 ต.เกาะขวาง อ.เมือง จันทบุรี ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ และเมื่อคืนวันที่ 2 พี่ชายได้เข้ามาบ่นว่าตน ซึ่งก่อนนหน้านี้ก็จะบ่นด่าอยู่เป็นประจำ ครั้งนี้พี่ชายบ่นว่าตนเปิดเสียงดัง ทำให้เกิดทะเลาะกันอย่างหนัก ก่อนที่ตนจะอาศัยจังหวะที่พี่ชายเผลอ หยิบท่อนเหล็กกระหน่ำตีไปที่ศีรษะจนเสียชีวิต และยังทิ้งศพพี่ชายไว้ในห้อง ปิดล็อกประตู ทิ้งไว้

กระทั่งคืนวันที่ 3 ตนกลัวความผิด จึงได้ใช้ที่นอนมาม้วนศพ มัดด้วยเชือก นำศพขึ้นรถกระบะที่ยืมมาจากนายจ้างร้านข้ามต้มที่ทำงานอยู่ ไปทิ้งลงคลองบางสระเก้า ต.บางสระเก้า อ.เภอแหลมสิงห์ และกลับมาอยู่ที่ห้องพักตามปกติ
นายกิตติทัช กล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกอัดอั้นตันใจมาก พูดอะไรไม่ออก และรู้สึกโกรธสุด ๆ แต่ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเหมือนกัน แม้ว่าจะโกรธตายก็ไม่สามารถกลับคืนมาได้ ส่วนเรื่องประกันตัว ตนยังไม่ได้คิด เพราะตนอยากจะให้จัดงานศพให้เสร็จสิ้นก่อน
ทั้งนี้ตนอยากจะให้นายแบดเข้ามาขอขมา และตนเชื่อว่า นายแบดอยากจะเข้ามากราบศพเช่นกัน เพราะสังเกตจากคำพูด นายแบดมีท่าทีสำนึกผิดมาก ส่วนผู้ตายตนอยากจะให้อโหสิกรรม เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่กับน้องก็รักเหมือนกัน และ “สิ่งที่ผ่านไป ก็ขอให้ผ่านไป”

และวันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาทำแผนยังจุดเกิดเหตุที่ห้องพัก และจุดที่นำศพพี่ชายมาทิ้งที่สะพานบางสระเก้า และจุดที่นำทองของพี่ชายที่เอาออกมาจากคอไปทิ้งบนสะพาน คลองยายดำ พื้นที่ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์

จาการสอบถาม นายคงฤทธิ์ มานิตเฉลิมชัย อายุ 30 ปี เพื่อนสนิทของผู้ตาย เปิดใจว่า ครั้งล่าสุดที่เจอ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผู้ตายมีท่าทีปกติดี และครั้งสุดท้ายที่คุยกัน คือวันที่ 2 ก.ย.63 เวลาประมาณ 21.00 น. ตนโทรหาผู้ตาย ผู้ตายบอกว่า ยังไม่เลิกงาน จึงมีการชักชวนว่า ถ้าวันไหนว่างไปเที่ยวกัน
กระทั่งวันที่ 5 ก.ย.63 ตนเริ่มมารู้สึกเอะใจ เพราะผู้ตายไม่ออนเฟซบุ๊ก โทรไปก็ปิดเครื่อง เลยไปหาที่ห้อง และพบกับน้องสาวของผู้ตาย ที่รู้สึกสงสัยเหมือนกับตน และพยายามจะติดต่อหาตน เพื่อตามหาผู้ตาย ตนเลยนัดหมายกันว่า วันถัดไปจะเข้าแจ้งความ ก่อนกลับในวันเดียวกัน ช่วงเวลาประมาณ 20.00 ตนได้พูดคุยกับนายแบด ซึ่งมีท่าทางปกติดี และทำทีว่าจะไปแจ้งความด้วย แต่พอตนมาหาอีกวันก็ไม่เจอแล้ว

ทั้งนี้ตนไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่ทำจะเป็นคนใกล้ตัว และเป็นน้องชายแท้ ๆ เพราะนายบอยเป็นคนดีมาก เพื่อนเยอะ และเป็นคนที่สร้างรอยยิ้ม กับสร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อน ๆ
โดยก่อนที่จะพบศพ มีเพื่อนหลายคนฝันเห็นนายบอย ทำนองว่า มาหา มานั่งเล่นด้วย เหมือนใช้ชีวิตกันปกติ และบางคน เห็นเหมือนนายบอยมายืนอยู่หน้าบ้าน ส่วนตัวจึงมองว่า นายบอยอาจจะมาแสดงตัวให้ทุกคนเห็น เพื่อบอกว่าเสียชีวิตแล้ว ส่วนนายแบดเป็นคนนิ่งเงียบ นิสัยตรงข้ามกับผู้ตาย ทั้งนี้ตนขอให้นายบอยไปสู่สุคติ เพราะเพื่อทุกคนจะรักนายบอยตลอดไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบไปยังเฟซบุ๊กของนายแบด ทราบว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ย.63 นายแบดแชร์ภาพเกี่ยวกับธรรมะ พร้อมข้อความว่า "สาธุๆ "


เมื่อต้นปี 63 ที่ผ่านมา นายแบด โพสต์ข้อความตัดพ้อชีวิตว่า "ชีวิตกูต้องเริ่มหใม่" และเมื่อวันที่ 6 ส.ค.63 โพสต์ว่า "เครียดๆๆๆๆ"


นอกจากนี้ วันที่ 7 พ.ค.63 นายแบด โพสต์ว่า "ถึงเวลาแล้ว ที่ความแค้นต้องชำระ" และวันที่ 8 พ.ค.63 โพสต์ว่า "ขอโทษทุกคนในทุก ๆ เรื่อง และขอให้ได้เกิดมาเป็นพี่น้องกันอีกนะ"
Advertisement