
จากกรณีวันที่ 13 พ.ค. 65 ร.ต.อ.เดชาพล บุญเติมนิติกุล รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่ายาง ได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 4 บ้านน้ำลัด ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตรวจสอบภายในบ้านพบร่าง นางตี๋ แซ่ภู่ อายุ 70 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ในสภาพลำคอมีรอยเขียวช้ำ ใบหน้ามีบาดเเผล ลิ้นจุกปาก เสื้อถลกขึ้นมาที่คอ และผ้านุ่งหลุดออกตัว ใกล้กันพบไม้ท่อนยาวประมาณ 70 ซม. ตกอยู่บนพื้น 1 ท่อน

ต่อมา วันที่ 16 พ.ค. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง สามารถตามจับกุมตัว น.ส.จันทิมา วงค์วัทกี หรือ ฟ้า อายุ 26 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้ โดยได้ให้การรับสารภาพ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ

สาเหตุเกิดจากการบันดาลโทสะที่นางตี๋มักด่าทอ และทวงเงินคืน เนื่องจากก่อนหน้านั้น ผู้ก่อเหตุได้นำใบมอบฉันทะจากธนาคารมาหลอกให้นางตี๋เซ็นชื่อ และแอบนำบัตรประชาชน พร้อมสมุดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ไปถอนเงินเกือบ 2 แสนบาทของนางตี๋ออกมาใช้จ่ายส่วนตัว และใช้หนี้รายวัน

ส่วนวันที่ ก่อเหตุนั้นมีปากเสียงทะเลาะกัน จึงทำร่ายร่างกายจนเสียชีวิต และพยายามทำเสมือนถูกขโมยปีนบ้านฆ่าชิงทรัพย์ ก่อนจะโดนจับกุมได้ในที่สุด ก่อนคุมตัวมาทำแผนฯ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสวนรอบข้างไม่มีบ้านเรือนประชาชน มีสวนกว่า 8-10 ไร่ บ้านชั้นเดียว ไม่มีเลขที่ หมู่ 4 บ้านน้ำลัด ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จะเห็นว่าหน้าต่างข้างบ้าน เป็นบานหน้าต่างที่ถูกงัดออก ซึ่งเดิมจะมีไม้ปิดกั้นเอาไว้

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเป็นห้องครัวที่ น.ส.จันทิมา วงค์วัทกี หรือ ฟ้า อายุ 26 ปี ผู้ก่อเหตุโต้เถียงกับ นางตี๋ แซ่ภู่ อายุ 70 ปี ผู้เสียชีวิต ภายในห้องครัว ก่อนจะถูกนำมือปิดจมูกปากเพื่อทำให้สลบ ก่อนจะลากไปยังห้องนอน และใช้อาวุธไม้ทุบตี 3 ครั้ง ก่อนจะนำหมอนกดปิดปากจมูกซ้ำจนเสียชีวิต แล้วใช้มุ้งคลุม ใช้ไม้งัดบานหน้าต่างให้ทำคล้ายว่าถูกโจรเข้าโขมยของ และฆ่าผู้เสียชีวิต

วันที่ 17 พ.ค. 65 ทีมข่าวเดินทางมายังวัดราษฎร์นิมิต หรือ วัดท่าเหว บ้านท่าเหว หมู่ที่ 2 ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยเป็นงานสวดอภิธรรม ของนางตี๋ แซ่ภู่ อายุ 70 ปี ผู้เสียชีวิต บรรยากาศโศรกเศร้า มีเพียงญาติผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ามาร่วมงาน โดยผู้เสียชีวิตอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนบ้าน

นายบุญธรรม เจริญพรศิริกุล อายุ 47 ปี หลานชายผู้เสียชีวิต ระบุว่า เหตุการณ์ที่ตนเองพบเจอร่างของนางตี๋ ยายตนเอง ตนเองเดินทางมาหายาย ชที่บ้าน วันที่ 13 พ.ค.65 เวลาประมาณ 19.00 น. เห็นไฟบ้านยายปิดอยู่ ดูผิดสังเกต เมื่อเปิดไปดูก็ทราบว่ายายเสียชีวิตบริเวณที่นอนแล้ว งได้กลิ่นเหม็นเน่า คาดว่าเสียชีวิตหลายวัน จึงบอกพ่อตนเองที่เป็นพี่ชายของนางตี๋ ให้เข้ามาดู และแจ้ง ตำรวจ จนสามารถจับกุมตัว น.ส.จันทิมา วงค์วัทกี หรือ ฟ้า อายุ 26 ปี ผู้ก่อเหตุ หลานสะใภ้ผู้เสียชีวิตได้

ตนยอมรับว่าเมื่อทราบก็ตกใจมาก ตนเองทราบว่า น.ส.จันทิมา หรือ น.ส.ฟ้า ผู้ก่อเหตุ สนิทกับยายเป็นอย่างมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด พาไปซื้อของขายของด้วยกัน และบ่อยครั้งที่ยายจะกดเงินสด ก็จะให้ น.ส.จันทิมา ผู้ก่อเหตุ พาไปกดเงินให้ด้วยกันทุกครั้ง

ซึ่งยายเป็นคนขี้บ่น ด่า ไม่เคยตบตี แต่ถ้าหากใครไปเยี่ยมไปหา ยายก็ให้เงินอยู่ตลอด ตนเองยอมรับว่าโกรธมากที่ทำกับยายได้เช่นนี้ ยายเป็นผู้ให้ ให้ทุกอย่างเรื่องเงิน เรื่องที่ดินก็ให้ ส่วนตัวมองว่าเพราะเหตุที่ยายมีเงินเยอะและ น.ส.จันทิมา ผู้ก่อเหตุอาจจะอยากได้เงินของยาย ส่วนเรื่องหนี้สินของเขาตนเองก็ไม่ทราบเช่นกัน ส่วนผู้ก่อเหตุตนเองอยากจะบอกว่ายายให้ทุกสิ่งทุกอย่างขนาดนี้ ทำกับเขาเช่นนี้ จิตใจโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก

นายตุ้น เจริญพรศิริกุล อายุ 72 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิต ระบุว่า ทางด้านนางตี๋ น้องสาวของตนเองพักอาศัยบ้านหลังดังกล่าวคนเดียว ไม่มีลูกไม่มีครอบครัว น้องสาวนั้นเป็นคนนิสัยดี มีแต่ให้แต่จะเป็นคนชอบบ่น เนื่องจากหลานไม่ค่อยได้ดูแล แต่หลานจะเข้ามาเพียงแค่ขอเงิน โดยทางด้าน น.ส.จันทิมา ผู้ก่อเหตุ เมื่อขัดสนเรื่องเงินก็จะขับรถมาหาน้องสาวตน และเข้ามาขอยืมเงินเป็นประจำทุกครั้ง
และในทุกครั้งที่มาขอเงินนั้น น้องสาวของตนเองก็ได้พูดบ่นตามประสาคนมีอายุ และเมื่อบ่นเสร็จแล้วนั้นก็จะนั่งรถไปกับผู้ก่อเหตุเพื่อพาไปกดเงินให้เป็นประจำครั้งละ 3,000-10,000 บาท โดย น.ส.จันทิมา ผู้ก่อเหตุจะเป็นคนขับรถและพาน้องสาวตนเองไปกดเงินในทุกครั้ง และกลับบ้านมา น้องสาวตนเองก็จะบ่นเพียงเล็กน้อย แต่ก็นำเงินให้อยู่ตลอด
ส่วนในวันที่เกิดเหตุนั้น ตนเองคิดว่าน้องสาวตนเองก็ได้บ่นพึมพำ และพาไปกดเงินที่ธนาคาร แต่ยังไม่ทันถึงธนาคารอาจจะบ่นระหว่างทาง จนทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความโมโห และขับรถวนกลับมาที่บ้านและมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น จนทำให้น้องสาวของตนเองถูกทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าทำให้เสียชีวิต ส่วนตัวทางครอบครัวยืนยันไม่ประกันตัวอย่างแน่นอน ทางด้านสามีของผู้ก่อเหตุนั้นก็ จะไม่ประกันตัว ทางด้านสามีของผู้ก่อเหตุเป็นหลานชายตนเอง เดินทางไปยังกองปราบ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งยังไม่กลับมางานสวดอภิธรรมศพในวันนี้
ส่วนตัวทราบว่าน้องสาวมีเงินจำนวนมาก เนื่องจากมีที่เยอะ และขายที่ได้เงินจำนวนมาก ถ้ารวมแล้วมีเงินกว่าล้านบาท แต่ให้คนกู้ยืมเงินไป แต่เงินในธนาคารทั้งหมดในบัญชีมีเพียง 500,000 บาท แต่ได้ถูกผู้ก่อเหตุกดเงินไปเกือบ 300,000 บาท ซึ่งตนเองทราบว่าผู้ก่อเหตุนั้น มักจะเข้ามาขอเงินน้องสาวตนเองบ่อยครั้ง เดือนละหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 2-3 ปี ตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์เป็นอย่างมาก เพราะน้องสาวของตนเองเป็นผู้ที่ให้เสมอมาหลาน ๆ เข้ามาขอเงิน ก็จะให้เงินเป็นประจำ

นายสมาน เจริญพรศิริกุล อายุ 38 ปี สามีผู้ก่อเหตุ ระบุว่าตอนนี้ตนเองกำลังเดินทางกลับจากกองปราบฯ โดยได้ระบุว่าส่วนตัวเองนั้นไม่ทราบว่าภรรยาตนเองไปก่อเหตุเพราะสาเหตุอะไร เนื่องจากภรรยาตนเองนั้นก็ไม่เคยมีพฤติกรรมโกรธหรือโมโหคนง่าย ตนเองก็ยังรู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าทางด้านนางตี๋ ผู้เสียชีวิต เป็นคนที่ชอบบ่นชอบด่าลูกหลานเป็นประจำ และนางตี๋ ผู้เสียชีวิตนั้นพักอาศัยอยู่บ้านตามลำพัง เพราะไม่มีลูกหลานหรือญาติคนไหนดูแล เนื่องจากนิสัยของผู้เสียชีวิตเองที่ชอบดุด่าว่ากล่าวจึงไม่มีใครเอาหรือดูแล
อีกทั้ง ยอมรับว่าภรรยาของตนเองมักจะขอหยิบยืมเงินจากผู้เสียชีวิต เป็นประจำครั้งละ 1,000-10,000 บาท และคืนบ้างไม่คืนบ้าง โดยในวันที่เกิดเหตุนั้น ตนเองคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะดุด่าจนทำให้ภรรยาตนเองเกิดความโมโห กดดันจึงก่อเหตุเช่นนั้น ยืนยันว่าเรื่องหนี้สินของภรรยานั้นตนเองได้นำวัว และนำหมูไปขายเป็นเงินกว่า 30,000 บาท ก็ได้นำเงินดังกล่าวไปชดใช้หนี้สินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภรรยาตัวเองก็ไม่มีหนี้สินแล้ว สาเหตุที่ก่อเหตุนั้น ตนเองก็ไม่แน่ใจ
ล่าสุด ตนเองได้ไปพูดคุยเยี่ยมภรรยาแล้ว ยืนยันไม่ประกันตัวอย่างแน่นอน เพราะตนเองก็ไม่ได้มีเงินเยอะ และได้บอกกับภรรยาตนเองว่าทำผิดก็ต้องได้รับผิด และได้รับโทษตามกฎหมาย ถ้าหากออกมาจากเรือนจำแล้วนั้นค่อยกลับมาเป็นเหมือนเดิม ยืนยันว่าหลังจากออกมาจากเรือนจำ ตนเองก็ยังคงเป็นสามีภรรยากันเช่นเดิม
Advertisement