
จากกรณีนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ บุกเข้าตรวจสอบสำนักฤๅษีประหลาด ตั้งอยู่ในที่สาธารณะหมู่บ้าน กุดแคน หมู่ 2 ต.ดงกลาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เปิดรับรักษาโรคทุกชนิด โดยการรักษาให้ผู้ป่วยกินปัสสาวะ กินอุจจาระ กินเสมหะ และขี้ไคล รวมถึงยาที่ดองไว้นับ 100 โอ่งมังกรให้กินเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงโควิด-19 ให้กับคนที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ

นายทองทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี น้องของนายทวี หรือ พระบิดา เผยว่า พระบิดาได้บวชเป็นพระตั้งแต่ปี 2532 ขณะที่บวชเป็นพระ ได้ใช้ชีวิตปลีกวิเวก เดินธุดงค์ตามป่าโดยไม่ได้จำวัด หลังจากนั้นพระบิดาได้บรรลุการปฏิบัติธรรม เมื่อปี 2537 กระทั่งปลงผมไม่ได้ จึงนุ่งห่มเป็นฤๅษี และไม่อยากขอข้าวใครทาน ประกอบกับมีครู 2 คนได้ขอให้สึกออกมาจากการเป็นพระ และพ่อกาศพแรกชักชวนให้สึก จึงตัดสินใจบวชเป็นฤๅษี พร้อมกับมาศึกษาลัทธิเมื่อปี 2539 กระทั่งได้มาตั้งลัทธิเองที่ จ.ชัยภูมิ จนมีลูกศิษย์ลูกหามากราบไหว้ พร้อมเข้ามาอยู่ในลัทธิ

ขณะที่เป็นฤๅษีได้ใช้น้ำมนต์รักษาลูกศิษย์ลูกหา ส่วนกรณีดื่มปัสสาวะ เสมหะ และขี้ไคลนั้น เกิดขึ้นเมื่อช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะลูกศิษย์เห็นพระบิดาปัสสาวะลงหลุมแล้วปัสสาวะไม่ซึมลงไปในดิน ลูกศิษย์จึงศรัทธา มองว่าเป็นน้ำอมฤต ส่วนตัวแล้วไม่เคยดื่มกิน เพราะอยู่คนละที่
ภายหลังจากเกิดเหตุตกใจมาก และได้เดินทางมาหาพระบิดา วันนี้ได้นำเงินมาประกันตัวพระบิดา ที่มีศักดิ์เป็นพี่ชาย ขณะนี้ไม่ได้มีความกังวลในเรื่องของคดีความ แต่ไม่พอใจทางหมอปลาที่บุกเข้าไป พร้อมกับมีพฤติกรรมชี้หน้าผู้หญิง ส่วนตัวแล้วมองว่าไม่ให้เกียรติ อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากนี้หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวพระบิดา หากสถานที่ดังกล่าวให้อยู่ต่อได้ ก็พร้อมอยู่ต่อ แต่หากไม่ให้อยู่ต่อก็จะให้พระบิดากลับบ้าน ถือว่าเป็นพี่น้องด้วยกันตัดกันไม่ขาด และขอชี้แจงว่าที่ดังกล่าว พระบิดาไม่ได้บุกรุก ตนเองก็ได้ช่วยกันเริ่มสร้างลัทธิดังกล่าวมาเอง

นางสาวมิ้น (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ญาติของผู้ตาย เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนเองได้เข้ามานับถือลัทธิดังกล่าวตั้งแต่สมัยตายายแล้ว กระทั่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาตนตัดสินใจเข้ามานับถือลัทธิดังกล่าวด้วย ซึ่งมองว่าลัทธิดังกล่าวสอนให้คนเป็นคนดี

นอกจากนี้ ยังมอบอาชีพให้ ต่อมาคุณตาดวงอายุ 45 ปี ได้ป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง จากนั้นได้นำร่างมาไว้ที่สำนัก ซึ่งเอาบรรจุใส่โลงศพ และนำมาตั้งไว้ภายในบ้านข้างที่นอน ตนเองก็ได้หลับนอนด้วยกับศพตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา โลงศพจะห่างจากที่นอนตนเองเพียงแค่ 2 เมตร

ตนยืนยันว่าไม่ได้กลัวและรังเกียจที่จะนอนอยู่กับศพ เนื่องจากศพนั้นเป็นญาติของตนเอง แต่ถึงแม้ว่าไม่ใช่ญาติก็ไม่ได้รังเกียจ ถือว่าเป็นลูกของพระบิดาเหมือนกัน
Advertisement