
(16 ก.พ. 2569) หลังจากหมอปลาได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่า มีสัปเหร่อชื่อดังรายหนึ่งของ จ.อ่างทอง ที่โด่งดังทางด้านผ่าศพหญิงสาวตายท้องกลมในสื่อออนไลน์ เพื่อแยกเด็กและแม่ตามความเชื่อของโบราณและได้นำเด็กไปฝังไว้บริเวณข้างศูนย์กู้ภัย ต.ศาลเจ้ารีงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง จนตั้งเป็นสุสานและมีของเล่นขนมและเครื่องเซ่นสังเวย ที่มีผู้นำมาถวายและบริจาค และจากการที่มีผู้เสียหายร้องเรียนถึงสัปเหร่อคนดังที่รับอาบน้ำมนต์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ภายในห้องดอกแก้ว และกระทำอนาจารกับหญิงสาว จนหมอปลานำผู้เสียหายไปขอความช่วยเหลือจาก "บิ๊กเต่า" จนกระทั่งมาออกรายการของพิธีกรชื่อดัง จนนำผู้เสียหายเดินทางมาขุดศพ
โดยหลังจากจบรายการหมอปลาและทนายหมีพร้อมผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่ สภ.วิเศษชัยชาญ เพื่อนำผู้เสียหายทั้งหมดมาลงบันทึกประจำวัน เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ (16 ก.พ. 2569) จากนั้นได้เดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่ง ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสุสานฝังศพเด็กทารกจากหญิงสาวตายทั้งกลม โดยได้เดินทางไปพบกับเจ้าอาวาส แจ้งเจตนาที่เดินทางมาและข้อกฎหมายให้เจ้าอาวาสได้รับรับทราบ ซึ่งได้พบกับ นางสำเริง (สงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี ภรรยาสัปเหร่อชื่อดัง กล่าวเพียงว่า สามีและตนเองไม่เคยจะเก็บศพเด็กทารกตายทั้งกลมไว้เลย หากทางญาติต้องการนำกลับไปก็ยินดีที่จะให้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเก็บเอาไว้
ทั้งนี้หมอปลาสอบถามภรรยาของสัปเหร่อว่ามีส่วนรู้เห็นในการโกนบวชชีให้กับหญิงสาวหรือไม่ คุณป้ายืนยันยอมรับบอกว่าทำจริง แต่ว่าหญิงเหล่านั้นไม่มีการขัดขืนแต่อย่างใด ยืนยันไม่มีการใช้ลูกกลมๆ ยัดเข้าช่องคลอดหญิงสาวหรือล่วงละเมิด
โดยเจ้าอาวาสกล่าวว่า เรื่องที่สัปเหร่อคนดังนั้นใช้สถานที่ทำเป็นสุสานฝังศพเด็กทารกที่ตายทั้งกลม อาตมาไม่เคยรับรู้มาก่อน แต่จากนี้หากมีผู้เสียหายจะมาขอขุดศพเด็กที่เป็นลูกหลานของตนเองไปบำเพ็ญกุศลก็อนุญาต แต่ในอนาคตจะทำการขุดศพเด็กทั้งหมดให้เหลือเพียงศูนย์กู้ภัย ส่วนทางด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ออกมายอมรับว่า ไม่ทราบเรื่องที่สัปเหร่อคนดังทำสุสานมาก่อน เนื่องจากไม่มีใครมาร้องเรียน
เมื่อทำการพูดคุยด้านข้อกฎหมายและแจ้งเจตนาเรียบร้อย จึงให้ญาติผู้เสียหายนำไปที่จุดฝังศพเด็กทารกตายทั้งกลมเพื่อทำการขุดศพเด็กขึ้นมา โดยญาติได้ชี้จุดที่ฝังศพเด็กให้เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขุดศพขึ้นมาเจอเป็นศพแรก ได้ทำการห่อผ้าขาวและกระดาษนำมาถวายเจ้าอาวาส โดยเจ้าอาวาสได้มอบศพให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามความประสงค์ ส่วนที่เหลือก็จะขุดเมื่อผู้เสียหายต้องการ
ขณะเดียวกันหมอปลาเปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าวนี้ออกไปก็มีผู้เสียหายและแม่เด็กหลายรายติดต่อมา เพราะอยากนำกระดูกของญาติหรือลูกที่เป็นทารกกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป วันนี้มีการพบ 2 โครงกระดูกเด็กทารก ส่วนลูกของคุณแม่ที่นำร่างเด็กทารกมาฝากเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ยังหาไม่พบเนื่องจากว่ากระบวนการฝังของสัปเหร่อจะมีการนำดินมาถมเป็นชั้นๆ และฝังซ้อนกัน
ทั้งนี้หมอปลายังเป็นตัวกลางประสานว่า จะมีการนำกระดูกของเด็กที่ขุดได้ในวันนี้ไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างไร เพื่อตรวจพิสูจน์ว่าเป็นโครงกระดูกของลูกหลานจริงหรือไม่ ซึ่งได้มีการประสานทางหมอหมูบอกว่า สามารถนำไปตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลตำรวจได้ โดยเก็บ DNA ของพี่น้องของเด็กและคุณแม่ของเด็กไปตรวจเทียบได้ ส่วนทางการรื้อสุสานได้พูดคุยสอบถามกับทาง อบต. ซึ่งเบื้องต้นให้เวลา 15 วัน ในการรื้อถอน แต่ภรรยาของสัปเหร่อบอกว่ายังไม่โอเค ซึ่งประเด็นนี้จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ระหว่างอบต.และเจ้าอาวาส
ขณะเดียวกันหลังจากที่เจอกระดูกของเด็กทารกทั้งสองร่างแล้ว ได้มีการมาพูดคุยร่วมกันระหว่างเจ้าอาวาส ภรรยาสัปเหร่อ ซึ่งอ้างว่าไม่รู้สามีหายไปไหนตั้งแต่ช่วงบ่ายติดต่อไม่ได้ รวมถึงทนายหมี หมอปลา และทางอบต. รวมถึงกลุ่มญาติๆ ของเด็กทารก โดยพูดคุยถึงแนวทางการตรวจพิสูจน์โครงกระดูกเด็กทารกในกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนก็จะแพ็คโครงกระดูกแล้วก็นำไปเก็บไว้ที่ สภ.วิเศษชัยชาญ โดยญาติก็จะมีการลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติมในการฝากโครงกระดูกไว้ที่สถานีตำรวจ ก่อนที่จะส่งตรวจกับตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป
Advertisement