
ความคืบหน้าสำหรับคดี ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งเหตุมีชายถูกยิงรับบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากซอยเสริมสุข ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ

โดยที่เกิดเหตุห่างจากวินรถจักรยานยนค์ ปากซอยเสริมสุข ประมาณ 5 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีนำ้เงิน หมายเลขทะเบียน 2ขด9352 กทม. มีคราบเลือดอยู่บนเบาะนั่ง และยังพบคราบเลือดอีกจำนวนหนึ่งอยู่บนพื้นถนน ส่วนผู้ขับขี่รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณหน้าอก และลำตัว ประมาณ 6 นัด นัดอาการสาหัสหมดสติ นำส่ง รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทราบชื่อนายฉัตรชัย สุขใจดี หรือ น้อย อายุ 53 ปี วินรถจักรยานยนต์ เบอร์ 40 ปากซอยเสริมสุข ขณะที่ในส่วนของคนก่อเหตุนั้นทราบชื่อคือนายสมปอง ทำนองดี หรือ เขียด อายุ 44 ปี วินจักรยานยนต์ปากซอยเสริมสุข เบอร์ 55 ซึ่งทั้งคู่เป็น เพื่อนร่วมวินเดียวกัน

นางสาวชลิดา กิติธนาสกุล อายุ 38 ปี แม่ค้าขายไก่ทอด คนที่เห็นเหตุการณ์ เล่าา ช่วงที่เกิดเหตุตอนนั้นเองส่วนตัวกำลังจัดร้านอยู่ เห็นว่าทางด้านคนก่อเหตุนั้นได้มีการกวักมือเรียกคนตาย หลังจากที่ทางคนตายขับรถผ่านตรงหน้าร้านของตนพอดี ตอนแรกที่ทั้งคู่คุยกันนั้นก็เห็นเป็นเหมือนกันคุยกันตามปกติ สักพักหนึ่งเริ่มมีปากเสียงและตะหวาดใส่

เป็นช่วงเดียวกับที่คนก่อเหตุได้มีการชักปืนออกมากระหน่ำยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกหลายนัด แต่ด้วยอาการของคนตายตอนนั้น เหมือนเขาเองไม่ฟุบล้มลง ตนเลยไม่คิดว่าเป็นปืนจริง นึกว่าปืนปลอม ประจวบกับเสียงไม่ได้ดังมาก จนสุดท้ายพอพนักงานร้านสะดวกซื้อออกมาแล้วตะโกนว่ามีเลือด จึงรู้ว่าเขาโดนยิงจริง ขณะที่คนก่อเหตุก็ได้ขับรถหนีไป ขณะที่คนตายพยายามพยุงตัวและลงมานั่งฟุบตรงข้างเสาหน้าร้านตน
ถามว่าส่วนตัวได้ยินว่าทั้งคู่คุยอะไรหรือไม่ ในส่วนนี้ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้สนใจนึกว่าเขาคุยกัยทั่วไป เพราะปกติวินแถวนี้ก็ค่อนข้างคุยกันเสียงดังอยู่แล้ว ถามว่าเคยเห็นหน้าไม่ ส่วนตัวไม่ได้สังเกตมาก่อน

ต่อมาในเวลา 11.00 น. ทางด้านพนักงานสอบสวนได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในบ้านพักส่วนตัวย่านสายไหม ขณะที่กำลังหลบหนีไปที่บ้านพัก ก่อนที่ตะคุมตัวมายัง สน.ประชาชื่น โดยมีทางด้าน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติม ใช้เวลาในการสอบปากคำประมาณ 30 นาที

พล.ต.ท.สำราญ ระบุว่า จากการสอบปากคำทางด้านผู้ต้องหาเองได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง ขณะที่จับกุมได้นั้นเป็นช่วงที่ทางด้านผู้ต้องหากลับไปหาแม่ ส่วนชนวนการเกิดเหตุนั้นมาจากที่ทั้งคู่มีเรื่องโกรธเคืองกันมานานกว่า 5 เดือน เกี่ยวกับเรื่องของวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่วินเดียวกัน ซึ่งมีการพูดคุยเคลียร์ปัญหากันมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่จบ แล้วประจวบกับวันที่เกิดเหตุทางผู้ต้องหาได้มีอาการมึนเมาร่วมด้วย

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ทราบข้อมูลมาตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา ก่อนจะจับกุมตัวไว้ได้ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะนำตัวผู้ต้องหาไปค้นหาอาวุธปืน .22 ปืนที่ใช้ก่อเหตุพบว่าซื้อมาในราคา 7,000 บาท แต่ไม่ได้เจาะจงว่าจะนำมาใช้ก่อเหตุยิงในครั้งนี้ และรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในทางคดีต่อไป ส่วนการเเจ้งข้อหาเบื้องต้นมี 3 ข้อ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ต่อมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องสืบสวนเพื่อที่จะไปหาพยานหลักฐานในส่วนของปืน และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยทางเจ้าตัวอ้างว่าเอาไปจอดไว้ที่บ้านย่านสายไหม ซอย 20 ขณะที่ปืนนั้นทิ้งระหว่างทางขณะที่กำลังขับรถกลับไปบ้าน ช่วงที่นำตัวผู้ต้องหาออกมานั้น ทางจำรวจได้มีการพยายามกันนักข่าวและญาติของผู้เสียชีวิต หวั่นจะเกิดการรุมประชาทัณฑ์ หลังจากที่ทางญาติของผู้เสียชีวิตมารอดูหน้ากันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่นำตัวขึ้นรถระหว่างทางทีมข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุที่ทำ รวมไปถึงอยากจะขอโทษครอบครัวอีกฝ่ายหรือไม่ แต่ทางเจ้าตัวเองกลับไม่ตอบ บางช่วงบางตอนทางญาติของคนตายได้มีการตะโกนด่า และสอบถามว่าทำเขาทำไม "ทำทำเหี้-ไรพี่เขียด"

ภรรยาของคนตายคือ น.ส.ญาณิสา จุลศรีไกลวัลย์ เล่าความรู้สึกว่า ตอนนี้เองตนก็ยังช็อกกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ทราบปมที่ทั้งคู่ทะเลาะวิวาทกันว่ามีปัญหาอะไรกัน เพราะที่ผ่านมาสามีของตนจะไม่ค่อยเล่าและระบายถึงปัญหาให้ตนฟัง หวั่นว่าตนจะคิดมาก ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนที่เขาจะออกมาทำงาน เขาเองก็ยังคงปกติ ส่วนตัวยังนอนด้วยกันตามปกติ ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านช่วงประมาณ 6.00 น. เป็นประจำทุกวัน และจะกลับมาบ้านช่วงประมาณ 17.00 น. แต่วันนี้เขาไม่กลับมาแล้ว
ชีวิตหลังจากนี้ตนยังคิดไม่ออก เหมือนขาดเสาหลักของครอบครัว เพราะเขาเองเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวทั้ง 5 ชีวิต หลังจากนี้ครอบครัวเองจะนำร่างของผู้เสียชีวิตไปประกอบตามหลักพิธีทางศาสนาพุทธ ที่วัดในพื้นที่บ้านเกิดของผู้เสียชีวิตในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยจะไปรับร่างที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 10.00 น. วันพรุ่งนี้

ขณะที่ นายสมพร จุลศรีไกลวรรณ อายุ 52 ปี ญาติของคนตาย และเพื่อนของคนก่อเหตุ เล่าว่า ส่วนตัวรู้จักทั้ง 2 ฝ่ายมานานกว่า 20 ปี โดยคนก่อเหตุเป็นเหมือนน้อง ส่วนคนตายนั้นเป็นน้องเขย ต่ก่อนทั้งคู่เองเคยสนิทกัน ถึงขั้นนั่งวงดื่มเหล้าด้วยกันมาก่อนหน้านี้ แต่หลายปีก่อนพบว่าทั้งคู่เริ่มมีปัญหาส่วนตัวถึงปมความขัดแย้งกันมาสักพัก แต่ด้วยความที่ตนรู้จักทั้งคู่ พอสอบถามไปเขาก็ไม่พูด ในใจคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องของไก่ชนที่ขัดใจกันหรือไม่ แต่ ปัญหาล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อช่วงต้นปี น่าจะเป็นเรื่องของการเบิ้ลเครื่องรถใส่ ทั้งคู่เองเคยมีการเคลียร์ใจมาแล้วรอบหนึ่ง ตอนนั้นก็มีการตกลงกันว่าต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำมาหากิน แต่สุดท้ายก็ไม่จบ เหมือนเคลียร์กันไม่ลงตัว ทำให้มีปัญหาคาราคาซังจนกระทั่งวันเกิดเหตุทางผู้ก่อเหตุเองมีอาการเมา หลังจากที่คืนนั้นทางเจ้าตัวได้มีการดื่มสังสรรค์ฉลองวันคล้ายวันเกิดของเจ้าตัว ตกเช้าเลยขาดสติ และมาก่อเหตุดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ใช่ปมปัญหาเรื่องแย่งลูกค้า
เชื่อว่าเรื่องราวที่ขัดใจกันไม่น่าจะถึงขั้นรุนแรงขนาดถึงขั้นจะต้องลงไม้ลงมือ ส่วนลักษณะนิสัยของคนตายค่อนข้างเงียบ ทำแต่งานไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ก่อนก็ชอบดื่มสังสรรค์ ช่วงหลังด้วยความที่เขาเองมีโรคประจำตัวก็เลยเลิกทุกอย่าง ทำแต่งาน ส่วนคนก่อเหตุจะมีลักษณะใจร้อน ห้าว คล้ายวัยรุ่นใจร้อน ใครพูดอะไรไม่เข้าหูก็จะโต้ตอบทันที การกระทำดังกล่าวเกินกว่าเหตุ ไม่คิดว่าเขาจะทำเพราะจริง ทั้งคู่มีลูกเล็กกันทั้ง 2 ฝ่าย คงทำไปไม่คิดถึงลูก ไม่คิดถึงครอบครัวว่าจะอยู่อย่างไร
Advertisement