
นายชรินทร์ อังเพชร ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านไผ่รอบ เปิดเผยว่า กลุ่มบ้านไผ่รอบเริ่มรวมตัวในปี 2562 ตามการชักชวนของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร เปลี่ยนจากการปลูกข้าวเปลือกขายโรงสี มาเป็นการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ต้องตรงพันธุ์ ปลอดข้าวปน และงอกดี โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร สนับสนุนเมล็ดพันธุ์หลัก ส่งเจ้าหน้าที่ลงแปลงสอนตัดพันธุ์ปน ตรวจแปลงตั้งแต่ระยะกล้าจนเก็บเกี่ยว และรับซื้อผลผลิตคืนเพื่อปรับปรุงสภาพ ก่อนกระจายเมล็ดพันธุ์ดีให้ชาวนาทั่วจังหวัด
ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 23 ราย พื้นที่กว่า 900 ไร่ ผลิตข้าวพันธุ์พิษณุโลก 80 และ กข61 และตั้งแต่ปรับเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ผลผลิตเพิ่มจากราว 700 เป็นกว่า 850 กิโลกรัมต่อไร่ และเมื่อเปรียบเทียบการจำหน่ายข้าวเปลือกให้โรงสีทั่วไป ที่เคยมีรายได้สุทธิราว 600 บาทต่อไร่ เมื่อเปลี่ยนมาจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มเป็นกว่า 2,600 บาทต่อไร ซึ่งปี 2569 สมาชิกและแปลงนาอยู่ในเป้าหมายตรวจประเมินมาตรฐาน GAP Seed
“พอเข้ามาร่วมทำงานกับกรมการข้าว เราได้รับการอบรม ได้ความรู้ทั้งเรื่องดิน น้ำ การวางแผนปลูก โรคและแมลง ทำให้เราทำนาแบบมืออาชีพมากขึ้น” นายชรินทร์ อังเพชร ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านไผ่รอบ กล่าว
ทั้งนี้ ต้นปี 2569 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตรร่วมกับภาคเอกชน เปิดโครงการ “พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ” โดยแปลงนำร่องแรกอยู่ในพื้นที่กลุ่มบ้านไผ่รอบ 4 ไร่ ใช้วิธีดำนาด้วยเครื่อง การบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และจัดการฟางแทนการเผา แปลงนำร่องให้ผลผลิต 1,290 กิโลกรัมต่อไร่ ในฤดูนาปรังที่ผ่านมา ภาพรวมโครงการลดต้นทุนได้ 16% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ 45% สมาชิกลงทะเบียนเปลี่ยนมาทำนาดำแล้วเกือบ 900 ไร่
ความสำเร็จของกลุ่มบ้านไผ่รอบสะท้อนบทบาทของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร ที่ไม่เพียงผลิตเมล็ดพันธุ์ดี แต่ยังสร้างชาวนามืออาชีพ และวางรากฐานการทำนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
Advertisement