
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จังหวัดตาก ถึง สถานการสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กองพลที่ 22 กับ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นแอลเอ (กลุ่มเคเอ็นยู) บริเวณบ้านมินลาป่าน บ้านผาลู อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมาตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก และที่ค่ายทิชชาแหล่ ตรงข้าม ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ ฝ่ายทหารเมียนมายังคงเกาะติดพื้นที่ เพื่อที่จะยึดคืนพื้นที่ให้ได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทางไทยปิดท่าข้ามทางด้านใต้ อ.แม่สอดไปจนถึงด้าน อ.พบพระ ตามคำสั่งของกองกำลังนเรศวร ยิงทำให้กองทัพเมียนมาใช้โอกาสนี้บุกขยี้ฝ่ายกะเหรี่ยง เพราะการส่งเสบียงอาหาร และยุทโธปกรณ์ต่างๆ จะไปจากเขตไทยไม่ได้
ล่าสุดพ่อค้าชายแดนไทย-เมียนมา ด้านฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมาแจ้งว่า ขณะนี้ทางการเมียนมามีมาตรการตรวจสอบสินค้าละเอียดมาก โดยมีการส่งกำลังทหารตรวจสอบสินค้าตามโกดัง และที่บรรทุกรถยนต์ไปมาในตัวเมืองเมียวดี หรือพื้นที่ชั้นใน หากไม่ได้เสียภาษีผ่านเจ้าหน้าที่รัฐบาลจะถูกจับทันที พร้อมทั้งยึดสินค้าทั้งหมด และดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้เป็นมาตรการอันเด็ดขาดของเมียนมา ที่ไม่ต้องการให้ฝ่ายกะเหรี่ยงมีรายได้
รายงานข่าวแจ้งว่า ทหารเมียนมาใช้อากาศยาน หรือเครื่องบิน (Y-12) จำนวน 1 เครื่อง บินตรวจการณ์ และ ส่ง เสบียงอาหารทางอากาศ (ทิ้งร่ม) จำนวน 8 ร่ม ให้กับทหารเมียนมา ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงกับ บก.ควบคุมยุทธการ ที่ 13 ฐานทีชาแหล่ อ.วาเล่ย์ใหม่ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ด้านตรงข้ามบ้านวาเล่ย์เหนือ หมู่ที่ 3 ต.วาเลย์ อ.พบพระ ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 3 กม. แต่ไม่มีการทิ้งระเบิดแต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือให้ทหารเมียนมาที่อยู่บนฐานทิชาแหล่ ไม่ขาดแคลนอาหาร
Advertisement