
นายเสถียร เพชรเอือง ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านวังโมกข์ ต.วังโมกข์ อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร เปิดเผยว่า กลุ่มบ้านวังโมกข์มีสมาชิก 49 ราย พื้นที่กว่า 1,800 ไร่ มากที่สุดในเครือข่าย 3 กลุ่มของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร ปลูกข้าวพันธุ์พิษณุโลก 80 ในนาปี และ กข61 ในนาปรัง ปี 2569 พื้นที่ของสมาชิกกว่า 740 ไร่ อยู่ในเป้าหมายการตรวจประเมินมาตรฐาน GAP Seed ซึ่งกำหนดให้ทุกขั้นตอนการผลิตต้องมีการจดบันทึกและตรวจสอบได้
ต้นปี 2569 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร เปิดโครงการ "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ" โดยแปลงนำร่องที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่บ้านวังโมกข์ พื้นที่จำนวน 8 ไร่ เน้นการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร นำโดยรถดำนาแทนการหว่านเมล็ดพันธุ์ด้วยมือ ซึ่งช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์ และเอื้อต่อการบริหารจัดการแปลงนาอย่างมีประสิทธิภาพ การติดตั้งท่อวัดระดับน้ำเพื่อควบคุมการใช้น้ำตามหลักการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การวิเคราะห์คุณสมบัติของดินเพื่อกำหนดปริมาณการใส่ปุ๋ยให้เหมาะสมตามที่ข้าวต้องการ และการจัดการฟางข้าวและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแทนการเผา การบันทึกข้อมูลผ่านมือถือ ภาพแปลงนาระบุวันเวลาและพิกัด เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
“เป้าหมายของเราคือคาดหวังว่าอนาคตอาจไปถึงคาร์บอนเครดิต แต่ตอนนี้เป็นการนำร่อง ศึกษาเรียนรู้เบื้องต้นก่อน กลุ่มเราทำมาเป็นรอบที่ 3 แล้ว จริง ๆ นาคาร์บอนต่ำก็คือการทำนาประณีต มีขั้นตอน มีการวางแผนชัดเจนว่าจะบริหารจัดการอย่างไร” นายเสถียร เพชรเอือง ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านวังโมกข์ กล่าว
ทั้งนี้ วันสาธิตการเก็บเกี่ยวปลายเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา แปลงวังโมกข์ให้ผลผลิต 1,035 กิโลกรัมต่อไร่ ภาพรวมแปลงนำร่องทั้งโครงการเมื่อเทียบกับนาหว่าน พบว่าสามารถเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 29 ลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ 16 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 45 โดยพื้นที่ 861 ไร่ ของบ้านวังโมกข์จะเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน ก่อนขยายผลพื้นที่ปลูกของเป้าหมาย 5,000 ไร่ ทั่วจังหวัดพิจิตรภายในปี 2571
Advertisement