
กรมการข้าวผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำ โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำข้าวคาร์บอนต่ำให้เกษตรกรจังหวัดลำพูน ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้โครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าข้าว โดยมีศูนย์ข้าวชุมชนกลุ่มสามัคคีและศูนย์ข้าวชุมชนตำบลป่าสักเป็นกลุ่มต้นแบบ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าว
นายชาติ พานเหล็ก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ เปิดเผยว่า นาข้าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในภาคเกษตร ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ จึงเลือกลำพูนเป็นพื้นที่นำร่อง โดยเริ่มจากการใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ซึ่งเป็นต้นทางของการผลิตข้าว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ ระบุว่า หัวใจของข้าวคาร์บอนต่ำคือหลัก "4 ป." ได้แก่
- ปรับพื้นที่ ให้เรียบสม่ำเสมอ ช่วยลดการใช้น้ำและควบคุมวัชพืชได้ง่ายขึ้น
- ปุ๋ย ใช้ตามค่าวิเคราะห์ดิน ช่วยประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ย
- เปียกสลับแห้ง ไม่ขังน้ำตลอดเวลา ช่วยประหยัดน้ำและลดการปล่อยก๊าซมีเทน โดยบริหารน้ำให้เหมาะกับระยะการเจริญเติบโตของข้าว
- ปลอดการเผา ใช้วิธีไถกลบตอซังและใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย
ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อสุดท้ายมีความสำคัญ เพราะลำพูนและเชียงใหม่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายวิสูตร ดาเปา เกษตรกรศูนย์ข้าวชุมชนกลุ่มสามัคคี ระบุว่า เกษตรกรต้องปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไป ทำนาแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ต้องยอมรับเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ไปใช้ในแปลงนาของตนเอง เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด พร้อมลดค่าใช้จ่ายและต้นทุน
ขณะที่นายวรวัฒน์ พิงคะสัน เกษตรกรศูนย์ข้าวชุมชนตำบลป่าสัก กล่าวว่า ข้าวคาร์บอนต่ำคือการช่วยลดคาร์บอนในอากาศ เริ่มจากการปรับดินและใช้ปุ๋ยให้สมดุลกับการปลูกข้าว และไม่เผาฟางเหมือนที่เคยทำมา เพราะการเผาทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก
นอกจากนี้ เกษตรกรยังยกระดับการผลิตตามมาตรฐาน GAP Seed และบางส่วนเริ่มผลิตข้าวอินทรีย์ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ตามแนวทางของกรมการข้าวที่ต้องการให้ข้าวลำพูนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และแข่งขันได้ในตลาดโลก
Advertisement