เปิดใจพ่อ “ซิ่ง” ผู้ต้องหายิง 2 ศพ เผยลูกกราบลาก่อนฆ่าตัวตาย – “เอ็ม” โชว์หลักฐาน เจ็บจริง ตร.ซ้อม (คลิป)

กรณีนายเอกชัย ยินดีวงษ์ หรือ ซิ่ง ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นตาย 2 ศพ ย่านสายไหม ที่กระโดดน้ำเสียชีวิต เมื่อคืนที่ผ่านมา (5 พ.ค.) หลังจากถูกศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 28 เม.ย. โดยก่อนหน้านี้ นายพงศธร พุ่มราตรี หรือ “เอ็ม” ซึ่งอยู่กับนายซิ่งในวันเกิดเหตุ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่าฯ ซึ่งนายเอ็มได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมว่า ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังเปิดเผยด้วยว่า ถูกตำรวจทำร้ายร่างกายเพื่องบังคับให้สารภาพ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

บรรยากาศงานศพ นายเอกชัย ยินดีวงษ์ หรือ ซิ่ง

วันนี้ (6 พ.ค. 61) ที่วัดเกาะสุวรรณาราม มีการนำศพของนายซิ่ง มาบำเพ็ญกุศลที่วัด ภายในงานมีญาติและเพื่อนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีพิธีรดน้ำศพเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.

นายปรีชา ยินดีวงษ์ พ่อนายซิ่ง

นายปรีชา ยินดีวงษ์ หรือ “ชา” พ่อของนายซิ่ง อายุ 63 ปี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (5 พ.ค.) เวลาประมาณ 19.00 น. นายซิ่งได้กลับเข้ามาที่บ้านด้วยท่าทีผิดปกติ ก่อนที่จะเข้ามากราบเท้าตน แล้วพูดว่า “ผมรักพ่อ” ตอนนั้นตนรู้สึกผิดสังเกต ก่อนที่นายซิ่งจะออกนอกบ้านไป ต่อมาลูกตนก็ตะโกนว่า “ช่างมาๆ” แต่ตนไม่เห็นว่ามีใคร ตอนนั้นแปลกใจ แต่ตนอยู่ในบ้าน จึงไม่ได้ลงมาดู

นายปรีชา ยินดีวงษ์ พ่อนายซิ่ง พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

จากนั้นลูกชายบอกตนว่า ให้โทรหาตำรวจเพื่อจะขอมอบตัว จึงบอกว่า “เดี๋ยวพ่อพาไปให้หาตำรวจ ทำจิตใจให้สบาย” ซึ่งหลังจากนั้นตนทราบภายหลังว่า ลูกชายฆ่าตัวตายแล้ว เมื่อไปดูศพก็ไม่เห็นมีรอยบาดแผล เพราะเจ้าหน้าที่ใส่เสื้อให้ลูกชายไว้ นอกจากนี้ สาเหตุที่ลูกฆ่าตัวตาย คาดว่าอาจเกิดจากแรงกดดันและความเครียด ซึ่งปกติแล้วลูกตนเป็นคนชอบช่วยเหลือคน ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใคร

อย่างไรก็ตาม นายปรีชา บอกอีกว่า วันนี้ญาติที่มางานศพลูกก็ถูกนายซิ่งเข้าร่าง แล้วพูดบอกว่า ให้พี่ชายนายซิ่งดูแลลูกสาวให้ด้วย พร้อมกับบอกว่าอยากกอดลูกสาว และบอกว่าตอนนี้เขาเจ็บมาก ไม่มีใครช่วยเขาได้

นายมงคล อินมณี หรือ กวาง ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณถนนเพิ่มสิน 2 บริเวณเลียบคลอง พบว่า ตามทางเลียบคลองมีรอยเลือดอยู่บริเวณทางเดิน จากการพูดคุยกับ นายมงคล อินมณี หรือ กวาง ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวการเสียชีวิตของนายซิ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพราะเพื่อนบ้านเล่าให้ฟัง ทราบว่า นายซิ่งแทงตัวเองตายก่อนจะกระโดดน้ำ ซึ่งตอนเช้าตนเห็นพี่ชายของนายซิ่ง นั่งร้องไห้อยู่ตรงจุดที่มีรอยเลือด


นายมงคล อินมณี หรือ กวาง ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ชี้จุดเกิดเหตุ

ซึ่งก่อนหน้านี้ 2-3 วัน ตนเคยพูดคุยกับแม่ของนายซิ่งที่เล่าให้ฟังว่า นายซิ่งจะเข้ามอบตัวในวันจันทร์ที่ 7 เม.ย. ส่วนตัวตนเองก็รู้จักนายซิ่ง ซึ่งเป็นคนอุปนิสัยร่าเริง ทั้งนี้ตนไม่คิดมาก่อนว่านายซิ่งจะฆ่าตัวตาย

นายพงศธร พุ่มราตรี หรือ เอ็ม ผู้ต้องหา ชี้จุดเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน นายพงศธร พุ่มราตรี หรือ “เอ็ม” ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา พร้อม น.ส.องุ่น พุ่มราตรี คุณแม่ ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน โดยในวันนี้ นายพงศธร ได้จำลองเหตุการณ์ พร้อมอธิบายรายละเอียดในวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่ข้างบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่จะเดินไปร้านขายของชำ ก่อนที่จะเห็นว่านายซิ่งได้ขับรถมา และต่อมานายซิ่งขอตัวกลับ ตนจึงอาสาจะไปโบกให้

นายพงศธร พุ่มราตรี หรือ เอ็ม ผู้ต้องหา โชว์ใบรังรองแพทย์

โดย นายพงศธร พุ่มราตรี หรือ เอ็ม ผู้ต้องหา ได้ให้ทีมข่าวดูใบรับรองแพทย์ที่มีการเขียนระบุว่า ร่างกายของนายเอ็มกล้ามเนื้อคอ ท้ายทอยอักเสบ พร้อมเปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่หวั่นในเรื่องคดี แต่ที่ออกสื่อฯ เพราะต้องการขอความเป็นธรรม ที่ตนตกเป็นผู้ต้องหา ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนฆ่าบุคคลอื่น แล้วรู้สึกไม่ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายตน และบังคับให้ยอมรับสารภาพ ซึ่งการตายของนายซิ่งไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกกังวล และยืนยันว่า ตนไม่ผิด

น.ส.องุ่น พุ่มราตรี แม่ของนายเอ็ม

ด้าน น.ส.องุ่น พุ่มราตรี แม่ของนายเอ็ม เปิดเผยว่า ที่ตัดสินใจแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เนื่องจาก ต้องการขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยรูปภาพที่บอกว่า ไม่พบร่องรอยบาดแผลของลูกชายตน เนื่องจากลูกเจ็บแขน ปวดภายใน ตนจึงอาสาพันผ้าไว้ที่แขน แล้วทายาเพื่อบรรเทาอาการ

น.ส.องุ่น บอกว่า ตอนนี้ตนต้องการภาพกล้องวงจรปิด ที่บริเวณหน้าปากซอย เพื่อยืนยันว่าลูกชายตนขับรถมาก่อนนายซิ่ง แต่ก่อนหน้านี้ตนเคยถามชาวบ้านภายในซอยแล้ว แต่ไม่มีกล้องวงจรปิดตัวใดที่บันทึกภาพวันเกิดเหตุได้ อย่างไรก็ตามจนยืนยันในความบริสุทธิ์ของลูกชาย

นายชุษณะ โชติพรม หรือ “ท็อป” ผู้อยู่ในเหตุการณ์

ด้านนายชุษณะ โชติพรม หรือ “ท็อป” ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยด้วยว่า วันเกิดเหตุตนนั่งเล่นอยู่ที่ร้านขายของชำ แล้วเห็นนายเอ็มขับรถมา สักพักนายซิ่งก็มา ยืนยันว่านายซิ่งกับนายเอ็มไม่ได้มาด้วยกัน แต่บทสนทนาที่มีการพูดคุยกัน ตนได้ยินเพียงว่า นายเอ็ม ถามนายซิ่งว่า “พี่เอารถอะไรมา” เท่านั้น ก่อนที่นายเอ็มจะเดินไปกับนายซิ่ง แล้วต่อมาตนได้ยินเสียงปืน แต่ตนไม่ได้ออกมาดูเนื่องจากกลัว แต่หลังจากนั้น นายเอ็มก็วิ่งมาหาตนด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก แล้วมาบอกตนว่า “พี่ซิ่งไปยิงเขา” ทั้งนี้ตนขอยืนยันว่า นายเอ็มเป็นผู้บริสุทธิ์

พยานผู้เห็นเหตุการณ์

ทีมข่าวลงพื้นที่เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากพยานรายหนึ่ง เล่าว่า ในวันเกิดเหตุการณ์ตนออกมาซื้อบุหรี่ที่ร้านค้า เห็นนายพงศธรและนายซิ่ง ยืนคุยกันอยู่ หลังจากนั้นนายซิ่ง ขอตัวกลับบ้านก่อน นายพงศธรจึงจะไปโบกรถให้ และได้สอบถามว่านำรถอะไรมา หลังจากนั้นตนก็ไม่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตนคุยกับเพื่อนอยู่ในร้านค้า จนต่อมาเมื่อได้ยินเสียงปืน จึงรีบไปหลบในร้าน ซึ่งทีหลังจากข่าวว่านายซิ่งเป็นคนยิง ส่วนตัวตนไม่ทราบว่านายพงศกรกับนายซิ่งรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ เพราะในวันเกิดเหตุไม่มีการทะเลาะวิวาทกันแต่อย่างใด โดยผู้ตายได้เดินทางมาดื่มสุรากับคนในละแวกบ้าน แต่ไม่ใช่กลุ่มที่นายซิ่งอยู่

สถานีตำรวจนครบาลสายไหม

ขณะที่ พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม เปิดเผยว่า ในทางคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในหลักฐานที่มี เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสื่อฯได้ เนื่องจากอาจจะส่งผลต่อรูปคดี ส่วนการที่ผู้ต้อหาให้การปฏิเสธ ก็สามารถกระทำได้ แต่ทางตำรวจก็มีหลักฐานที่จะแสดงในชั้นศาล พร้อมยืนยันว่าตำรวจก็ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา

keyboard_arrow_up