หนุ่มใหญ่สุดช้ำ ถูกหลอกขายรถ ผ่อนใกล้หมด บุกยึดอ้างเป็นไฟแนนซ์ แสบเอาไปขายต่อ (คลิป)

จากกรณีนายสมศักดิ์ ปัญญาใส ถูกนายสันติ เอราวัณ และชายฉกรรจ์ 3 คน อ้างตัวว่าเป็นบริษัทไฟแนนซ์บุกเข้ามายึดรถกระบะตอนที่เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน

รถที่มีการซื้อขาย และผ่อนจ่ายมากว่า 64 งวด

วันที่ 2 ธ.ค. 61 ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านหนองไผ่ ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว พบกับ นายสมศักดิ์ ปัญญาใส ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ช่วงเดือน ธ.ค. 57 นายสันติผ่อนรถไม่ไหว จึงขอร้องให้ตนช่วยซื้อดาวน์จำนวน 3 หมื่นบาท และผ่อนรถต่อในราคา 4 แสน 7 หมื่นบาท ซึ่งตนก็ได้ตกลงยอมผ่อนให้ แต่รถคันนั้นก็ยังเป็นชื่อของนายสันติ ด้วยความเชื่อใจตนจึงไม่ได้โอนชื่อเป็นของตัวเอง และผ่อนในชื่อของนายสันติ

นายสมศักดิ์ ปัญญาใส ผู้เสียหาย

ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาตนผ่อนเงิน 7,870 บาท ตรงเวลาและสม่ำเสมอทุกเดือน 64 งวด ขาดอีก 6 งวดก็จะผ่อนหมด มีเพียง 2 งวดล่าสุดคือ งวด 6 ต.ค. และ 6 พ.ย. ตนหมุนเงินไม่ทันและไม่ได้ส่ง กระทั่งวันที่ 8 พ.ย. ขณะที่ตนไม่อยู่บ้าน นายสันติและพวกอีก 3 คน จึงบุกเข้ามาที่บ้านและโกหกภรรยาตนว่ามีไฟแนนซ์มายึดรถ เนื่องจากไม่ชำระค่างวด มา 6 งวดแล้ว

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นไฟแนนซ์ยึดรถของนายสมศักดิ์

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนรักรถมาก รักเหมือนเลือดในอก เพราะตั้งใจผ่อนมาตลอดตั้งแต่ปี 57 แต่เมื่อรถมาถูกยึดไปเช่นนี้ทำให้ตนแทบร้องไห้ ตนมองว่า การกระทำของนายสันตินั้นมีพิรุธมาก เพราะมายึดรถแบบไม่แจ้งผู้ครอบครอง และไม่มีการเตือนหรือไกล่เกลี่ย หรือถามว่ายังผ่อนไหวหรือไม่ ซึ่งตนค่อนข้างมั่นใจว่า คนที่มากับนายสันติไม่ใช่ไฟแนนซ์ แต่เป็นการฉ้อโกงของนายสันติ

ซึ่งตนยอมรับว่า เสียรู้ให้นายสันติที่ยอมผ่อนรถในชื่อของนายสันติมาตลอด ทำให้ตนรู้สึกอับอายเพราะคนในจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ หลังจากถูกนายสันติยึดรถไปก็สืบทราบมาว่านายสันติได้ทำเรื่องขายรถของตนให้กับคนจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. ก่อนจะมายึดรถตนแล้ว ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่อันตรายกับประชาชนมาก

นางวงเดือน ปัญญาใส ภรรยาของนายสมศักดิ์

นางวงเดือน ปัญญาใส ภรรยาของนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 17.30 น. ขณะที่ตนอยู่บ้านคนเดียว นายสันติและพวกอีก 3 คน อ้างว่าเป็นไฟแนนซ์ขับรถกระบะและรถสไลด์ หรือรถบรรทุกรถยนต์ เข้ามาจอดหน้าบ้าน และนายสันติก็เดินมาพูดกับตนว่า จะเอารถไป เพราะไม่จ่ายค่างวดรถมา 6 งวดแล้ว ตนก็รู้สึกสับสนว่าสามีของตัวเองได้ไปจ่ายค่างวดที่ผ่านมาหรือไม่ จึงได้แต่บอกให้นายสันติรอให้นายสมศักดิ์กลับมาก่อนแล้ว แล้วจึงค่อยเอารถไป แต่นายสันติไม่ยอม และได้นำสายสลิงจากรถสไลด์ไปพ่วงที่ท้ายรถ และลากขึ้นรถสไลด์ออกจากบ้านตนไป

ซึ่งในตอนนั้นตนพยายามห้ามปราม แต่นายสันติและพวกก็ไม่พูดจาอะไร จะยกรถไปเพียงอย่างเดียว ซึ่งในตอนนั้นตนก็คิดเพียงว่ารถคันนี้เป็นชื่อของนายสันติจึงยอมให้เขาลากรถไป และคิดว่าจะไปตามคืนในภายหลัง

นางวงเดือน กล่าวต่อว่า ผู้ชายที่มากับนายสันตินั้นแต่งตัวใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ธรรมดา ดูไม่เหมือนคนจากบริษัทไฟแนนซ์ แต่ตนก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะตนเป็นผู้หญิงคนเดียวอยู่กับผู้ชาย 4 คน จึงกลัวว่าจะได้รับอันตราย ซึ่งหลังจากถูกยึดรถไปก็ลำบากมาก และเสียใจที่รถที่ผ่อนมาตลอด 3 ปี ถูกยึด

keyboard_arrow_up