เปิดพิรุธคดีเด็ก 12 ถูกไฟดูดตายคากองไม้พะยูงของกลาง – ก๊วนเล่านาทีอดีตเคยโดนจับ (คลิป)

จากกรณี ด.ช.จิระดนัย ทันเต หรือ เฟรม อายุ 12 ปี เสียชีวิตจากการถูกไฟดูด ภายในบริเวณรั้วลวดหนามที่มีกระแสไฟฟ้า เป็นที่เก็บไม้พะยูง ในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี ซึ่งแม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเพราะพบร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อมูลว่าเด็กในหมู่บ้านเคยลักลอบเข้าไปขโมยไม้พะยูง และถูกจับได้ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : คดีพลิก! เด็กตายถูกไฟดูดส่อลักไม้พะยูง ก๊วนรับตัดลวดไฟฟ้า ถ้าฉกได้นับร้อยล้าน)

จุดเกิดเหตุ อุทยานที่เก็บไม้พะยูง

วันที่ 25 พ.ย. 61 นายเล็ก อายุ 18 ปี ผู้ที่มีรายชื่อในบันทึกการจับกุม ฐานขโมยไม้พะยูงร่วมกับ ด.ช.จูเนียร์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนไปพร้อมกับเพื่อนประมาณ 4-5 คน ซึ่ง ด.ช.จูเนียร์ เข้าไปยกไม้กับเพื่อนอีกคน ส่วนพวกตนรออยู่ด้านนอกเพื่อรอรับไม้ แต่ ด.ช.จูเนียร์ถูกจับได้ก่อน จึงไม่ได้ไม้พะยูงมา

นายเล็ก อายุ 18 ปี ผู้ถูกกล่าวหา

ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ด.ช.จูเนียร์ ได้มาชักชวนตน ไปขโมยไม้พะยูงมาขาย โดยระบุว่าสามารถยกออกมาได้ เพราะเคยทำมาแล้ว โดยก่อนหน้านี้เข้าไปกับน้องเฟรม แต่ตนไม่ทราบว่าไม้ที่ยกออกมาถูกนำไปขายที่ใด

ภาพเหตุการณ์จำลอง ด.ช.จูเนียร์ขโมยไม้พะยูง

โดยตนเพิ่งเคยเข้าไปครั้งแรก ไม่ทราบว่ามีกระแสไฟฟ้า และไม่ทราบว่า ด.ช.จูเนียร์ ใช้วิธีการใดจึงไม่ถูกไฟช็อต ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่น้องเฟรมถูกไฟช็อต ตนก็เชื่อว่าเจ้าตัวน่าจะเข้าไปเอาไม้พะยูง เพราะด.ช.จูเนียร์มาบอกตนแบบนั้น

นายแมน อายุ 16 ปี ผู้เคยขโมยไม้พะยูงร่วมกับ ด.ช.จูเนียร์

ขณะที่ นายแมน อายุ 16 ปี ชาวบ้านโคกใหญ่ ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ผู้ที่เคยเข้าไปขโมยไม้พร้อม ด.ช.จูเนียร์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ช.จูเนียร์ มาชักชวนไปขโมยไม้พะยูงของกลาง โดยอ้างว่าเคยนำออกมาได้แล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าไปกับใคร ตนจึงตัดสินใจไปพร้อมเพื่อนอีก 3 คน ซึ่ง ด.ช.จูเนียร์ ให้พวกตนจอดรถรอด้านนอก ส่วนเจ้าตัวได้เข้าไปเอาไม้คนเดียว จากนั้นไม่นานก็มีเสียงเจ้าหน้าที่ พวกตนจึงหนีออกมา ซึ่ง ด.ช.จูเนียร์ ไม่ได้บอกว่าหากนำไม้มาได้จะนำไปขายให้กับใคร และตนก็ไม่ทราบแหล่งรับซื้อ เพราะเคยไปเป็นครั้งแรก โดยคิดแค่ว่าหากนำไม้ออกมาได้ จะให้ ด.ช.จูเนียร์ จัดการต่อทั้งหมด

นางน้อม สิทธิเดช แม่ของนายนายแมน ผู้ถูกกล่าวหา

นางน้อม สิทธิเดช แม่ของนายนายแมน ผู้ถูกกล่าวหา กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ลูกชายของตนโทรศัพท์มาบอกว่ารถจักรยานยนต์พังอยู่กลางป่าใกล้กับฐานเก็บไม้พะยูง ตนจึงเดินทางไปที่จุดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้เก็บรถจักรยานยนต์ของลูกชายตนไว้เป็นของกลาง อ้างว่าลูกตนมาขโมยไม้พะยูง ซึ่งตนก็ไม่ทราบเรื่อง แต่ทราบจากการให้ปากคำของ ด.ช.จูเนียร์ ว่าก่อนเกิดเหตุ ลูกชายตนบ่นว่าไม่มีเงิน เจ้าตัวจึงชักชวนให้ไปขโมยไม้พะยูง โดยอ้างว่าสามารถไปเอาออกมาจากที่เก็บในฐานของเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งลูกชายตนก็ตักเตือนว่าอันตราย เพราะมีสายไฟฟ้า และเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามตลอด แต่ด.ช.จูเนียร์ ยืนยันว่าจะทำให้ดู ซึ่งลูกชายตนก็รออยู่ด้านนอกเท่านั้น

โดยตนเองก็ไม่ทราบว่าลูกไปขโมยไม้พะยูงจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ลูกชายก็ไม่เคยเข้าไป และไม่รู้เรื่องขบวนการซื้อขายไม้ดังกล่าวว่าเมื่อขโมยออกมาแล้วจะนำไปขายต่อให้กับใคร

นางเหรียญ ปะวา ยายของ ด.ช.จูเนียร์

นางเหรียญ ปะวา ยายของ ด.ช.จูเนียร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เคยโทรศัพท์มาแจ้งว่าหลานตนพยายามขโมยไม้พะยูง ตนจึงเดินทางไปรับหลาน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า มีรุ่นพี่จากหมู่บ้านอื่นชวนให้มาขโมยไม้ ซึ่งตนคิดว่าหลานอาจถูกมอมยาทำให้ใจกล้าหรือไม่ เพราะส่วนตัวไม่คิดว่าหลานชายจะกล้าทำขนาดนี้ โดยตนไม่ทราบว่า หลานจะนำไม้ไปขายที่ไหน และครั้งก่อนที่ขโมยไม้ออกมาได้ ตนก็ไม่ทราบเรื่องว่าไปกับน้องเฟรม แต่หลังเกิดเหตุหลานก็ไม่กลับไปที่เก็บไม้อีก

ด.ช.เหลื่อม เพื่อนน้องเฟรม เพื่อนผู้เสียชีวิต

ด.ช.เหลื่อม เพื่อนน้องเฟรม ซึ่งได้ไปเที่ยวเล่นที่บ้านของด.ช.จูเนียร์ กล่าวว่า ตนไม่เคยทราบมาก่อนว่า น้องเฟรมเคยไปขโมยไม้พะยูง ซึ่งก่อนหน้านี้จูเนียร์เคยบอกตนว่า พื้นที่เกิดเหตุมีระเบิด แต่ตนก็ไม่เชื่อ ส่วนตนก็ไม่เคยไปขโมยไม้กับจูเนียร์ และวันเกิดเหตุที่ไปกับเฟรมก็เพียงแค่ไปหาปลา เพราะปกติก็มักไปหาปลาช่วงกลางคืนตลอด ไม่ได้ไปขโมยไม้พะยูง โดยวันดังกล่าวฝนไม่ได้ตกตามที่เจ้าหน้าที่อ้าง และตนก็ไม่ได้ยินเสียงปืน ตามที่ ด.ช.ชล บอก ไม่ทราบว่าเพื่อนได้ยินตอนไหน เพราะเมื่อน้องเฟรมถูกไฟช็อต ตนก็รีบวิ่งกลับออกมาด้วยความตกใจ และแยกย้ายกันกลับบ้าน

ข้อพิรุธที่พบในคดี

นอกจากนี้ พบข้อพิรุธในคดี โดยทางกลุ่มเด็กผู้เสียชีวิตและที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยไม้พะยูง อ้างว่า วันเกิดเหตุฝนไม่ตก แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าฝนตก ซึ่งไม้พะยูงที่มีขนาดและน้ำหนักมาก เด็กอ้างว่าไม่สามารถยกได้ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า เด็ก 1 คนสามารถยกไม้พะยูงได้ 1 ท่อน ทั้งนี้ กลุ่มเด็กอ้างว่าวันเกิดเหตุ เพียงมาหาปลาบริเวณใกล้เคียง แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเด็กเข้ามาแอบตัดลวดที่มีกระแสไฟฟ้า และเคยก่อเหตุมาก่อนหน้านี้แล้ว 1 ครั้ง

นางอุลัย ทันวิมา แม่น้องเฟรม ผู้เสียชีวิต

นางอุลัย ทันวิมา แม่น้องเฟรม กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตนไปสอบเพิ่มเติม เกี่ยวกับคดีที่ทางอุทยานกล่าวหาน้องเฟรมเรื่องลักทรัพย์ โดยถามเรื่องที่ลูกชายเข้าไปในเขตหวงห้าม ซึ่งตนก็ปฏิเสธทุกอย่าง เพราะไม่รู้ ตอบเพียงว่ารู้ว่าจุดดังกล่าวเป็นที่เก็บไม้ของกลาง แต่ไม่ทราบว่ามีการติดรั้วไฟฟ้า ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าน้องเข้าไปขโมยไม้พะยูง ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะเป็นข้อกล่าวหาของอีกฝ่าย ซึ่งการที่ลูกชายตนเดินไปที่รั้วไฟฟ้าล้อมไม้พะยูง โดยที่ทางอุทยานระบุว่า อยู่ไกลกับรั้วของสวนส้มโอนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะเป็นความคิดของเด็ก

ซึ่งตนได้สอบถาม ด.ช.จูเนียร์ เรื่องขโมยไม้พะยูงแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่าวันที่ถูกจับ น้องเฟรมไม่ได้ไปด้วย แต่ก่อนหน้านั้นที่ขโมยไม้ออกมาได้ น้องเฟรมไปด้วยจริง แต่ด.ช.จูเนียร์ เข้าไปเอาไม้คนเดียว โดยบอกตนว่า เอาไม้ออกมาเก็บไว้ แต่ไม่มีคนซื้อ จากนั้นไม้ก็หายไป ยังไม่ได้ขาย

ส่วนที่ นายสิน ทันเต พ่อของน้องเฟรม เคยถูกจับกุมฐานลักลอบตัดไม้พะยูงเมื่อปี 2557 ก็เป็นเรื่องเก่าที่จบไปนานแล้ว ทุกวันนี้ก็ไม่มีใครเข้าไปตัดไม้ในป่าแล้ว ตนไม่เข้าใจว่าคดีจบไปแล้ว จะมารื้อฟื้นเพื่ออะไร หรือจะกล่าวหาว่าพ่อแม่ให้ลูกเข้าไปลักไม้ ตนก็รับไม่ได้ เพราะทุกคนก็สอนให้ลูกเป็นคนดี ส่วนจะมีผู้ใหญ่จ้างให้เด็กไปลักไม้ออกมาหรือไม่ ตนคิดว่าไม่น่าจะมี เพราะตอนนี้ไม่มีใครรับซื้อไม้พะยูงแล้ว ทั้งนี้ ตนยังต้องการความยุติธรรมให้ลูกเหมือนเดิม และอยากรู้ว่าลูกเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด

keyboard_arrow_up