รถไฟชนประสานงาในปากีสถาน ดับ 23 บาดเจ็บกว่า 73 ราย

วานนี้(11 ก.ค.) เกิดเหตุรถไฟสองขบวนชน ประสานงา ในเมืองซาดิกาบัด ของปากีสถาน  โดยรถไฟโดยสารได้พุ่งชนกับรถไฟส่งสินค้าซึ่งจอดอยู่บริเวณทางตัดสายรถไฟ ขณะกำลังเดินทางไปยังเมืองเควตต้า ทางตะวันตกของปากีสถาน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตทั้งในที่เกิดเหตุและเสียชีวิตในภายหลัง รวมแล้ว 23 ราย และบาดเจ็บกว่า 73 ราย นายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ผู้นำปากีสถาน ได้สั่งการให้ผู้ว่าการทางรถไฟเข้าจัดการกับโครงสร้างรางรถไฟที่ขาดการดูแลมามากกว่า 10 ปี และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของการเดินรถไฟอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้อุบัติเหตุจากรถไฟเกิดขึ้นเป็นประจำในปากีสถาน เนื่องจากการขาดการดูแลที่เหมาะสมจากปัญหาคอร์รัปชั่น และขาดการลงทุน การชนกันครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนในปากีสถาน หลังจากก่อนหน้านี้เกิดเหตุรถไฟสินค้าชนกับรถไฟโดยสาร ใกล้กับเมืองไฮเดอราบัดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 3 ราย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

รมว.ฝรั่งเศสโดนจวกหนัก หลังถูกแฉใช้เงินภาษีจัดงานเลี้ยงหรู

เว็บไซต์ข่าวเชิงสืบสวน Mediapart ของฝรั่งเศส ระบุในรายงานที่เผยแพร่สัปดาห์นี้ว่า ฟรังซัวส์ เดอ รูกี รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศส และภรรยา จัดงานเลี้ยงสุดหรูนับ 10 ครั้ง ที่บ้านพักประจำตำแหน่งใจกลางกรุงปารีส เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ระหว่างเดือนมิถุนายน 2560 ถึงตุลาคม 2561 โดยแขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่คือเพื่อนและคนสนิท แม้จะไม่มีความผิดชี้ชัดทางกฎหมาย แต่ภาพที่ปรากฏทำให้ประชาชนมีความเข้าใจว่ารัฐบาลพูดจาสับปลับ เนื่องจากประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง กำลังพยายามลบล้างภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำเพื่อกลุ่มคนรวย จากนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจ และการลด ภาษี คนรวย ปัญหาที่ เดอ รูกี เผชิญ ทวีความรุนแรงขึ้น หลังเว็บไซต์ Mediapart รายงานว่า ภาษีของประชาชนกว่า 2 ล้านบาท หมดไปกับการบูรณะอพาร์ทเมนท์ประจำตำแหน่งของเขาที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแซน และภาพของกุ้งมังกรขนาดใหญ่ บนโต๊ะอาหารประดับเทียน และ เดอ รูกี ที่กำลังเพลิดเพลินกับมื้อค่ำวันวาเลนไทน์ บนโต๊ะอาหารโรยกลีบกุหลาบ ทำให้ประชาชนชาวฝรั่งเศสจำนวนมากขุ่นเคือง ทั้งนี้ เดอ รูกี วัย 45 ปี ไม่ได้ออกมากล่าวขอโทษ และบอกว่าตัวเองถูกใส่ร้าย […]

ปิดตำนาน ‘รถโฟล์คเต่า’ ประกาศยุติการผลิต หลังยอดขายซบเซา

โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) รถยนต์ยี่ห้อดังสัญชาติเยอรมัน จัดงานเลี้ยงอำลา รถโฟล์คเต่า หรือรุ่น บีทเทิล (VW Beetle) รุ่นดังในตำนาน ที่โรงงานในเมืองปวยบลา ประเทศเม็กซิโก หลังบริษัทตัดสินใจประกาศยุติการผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวเนื่องจากยอดขายซบเซา โดยจะเน้นไปที่การผลิตรถ SUV ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดแทน ซึ่งรถโฟล์คเต่าคันสุดท้ายได้ออกจากสายพานการผลิตของโรงงาน เมื่อวันพุธ (10 ก.ค.)ที่ผ่านมา ปิดตำนานที่มีมายาวนานกว่า 80 ปี เดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โรงงานแห่งนี้ได้ผลิต บีทเทิล และ บิทเทิล คาบริโอเลต ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดประทุนได้ จำนวน 3,642 คัน โดยโรงงานปวยบลา เป็นโรงงานของโฟล์คสวาเกนเพียวหนึ่งเดียวในโลกที่ยังผลิตรถรุ่นนี้อยู่ บีทเทิล เป็นรถยนต์รุ่นแรกของ โฟล์คสวาเกน เริ่มผลิตครั้งแรกในปี ค.ศ. 1938 จากผลงานการออกแบบของ เฟอร์ดินาน ปอร์เช่  ต่อมาต้องชะงักการผลิตเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและทำการตลาดอย่างอย่างจริงจังในช่วง 1960 และได้รับความนิยมอย่างมาก โดยในปี 1971 มียอดขายรวมสูงสุดกว่า 1.3 ล้านคัน ก่อนที่ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี […]

จีนเริ่มให้บริการรถไฟความเร็วสูง เทียนจิน-ฮ่องกง ผู้โดยสารคึกคัก

วานนี้(10 ก.ค.) จีน เปิดให้บริการเดิน รถไฟความเร็วสูง ในเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองเทียนจิน ทางภาคเหนือของจีน ไปยังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยรายงานข่าวระบุว่า มีผู้โดยสารชุดแรกจำนวนมากกว่า 1,100 คน ได้ร่วมเดินทางไปกับรถไฟหัวกระสุน “G305” ขบวนนี้ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางราว 10 ชั่วโมง จากเมืองเทียนจิน ในจีนแผ่นดินใหญ่ ไปถึงยังสถานีเวสต์ เกาลูนในฮ่องกง ค่าโดยสารเริ่มต้นสำหรับตู้โดยสารชั้น 2 ของรถไฟความเร็วสูงขบวนนี้ถูกกำหนดเอาไว้ที่คนละ 1092.5 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,890 บาท โดยในรถไฟขบวนนี้จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสารที่สามารถใช้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีนกลาง และภาษาจีนกวางตุ้ง ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ซีวีทีวี ของรัฐบาลจีนรายงานว่า ตั๋วโดยสารรถไฟความเร็วสูงเทียนจิน-ฮ่องกง เที่ยวปฐมฤกษ์นี้ ถูกจำหน่ายหมดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว และคาดว่านี่จะเป็นหนึ่งในขบวนรถไฟโดยสารความเร็วสูงที่ได้รับความนิยมสูงสุดเท่าที่เคยเปิดให้บริการในจีน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เทศกาลวิ่งวัวกระทิงในสเปนคึกคัก ยังไม่พบคนเจ็บสาหัส

วันนี้(10 ก.ค.) ถือเป็นวันที่ 4 ของเทศกาล วิ่งวัวกระทิง ในเมืองปามโปลนา ทางตอนเหนือของสเปน ที่บรรดาผู้รักความตื่นเต้นและนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาร่วมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้กล้าที่เข้าร่วมเทศกาลนี้จะแต่งกายในชุดขาวปนแดง และวิ่งหนีวัวกระทิง 6 ตัวไปตามถนนแคบ ๆ สายเก่าแก่ของเมือง ล่าสุด มีรายงานว่าวันนี้(10 ก.ค. )ผู้บาดเจ็บจากเทศกาลวิ่งวัวกระทิงเพิ่มอีก 4 ราย เป็นชายชาวอเมริกัน  2 ราย และชาวสเปน 2 ราย ขณะที่ในวันแรกของเทศกาลวิ่งวัวกระทิงก็มีรายงานผู้บาดเจ็บ 6 ราย โชคดีที่ในเวลานี้ยังไม่ผู้บาดเจ็บสาหัสจากเทศกาลดังกล่าว ทั้งนี้ เทศกาลวิ่งวัวกระทิงของสเปนได้จัดมาเป็นเวลากว่า 420 ปีแล้ว โดยเทศกาลในปีนี้จะจัดขึ้นเป็นเวลา 9 วัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

กวางเมืองนารา ทยอยตายปริศนา-ผ่าท้องพบขยะพลาสติกอื้อ

รัฐบาลท้องถิ่นเมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับปัญหา หลังพบ กวาง ล้มตายติดต่อกันโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อผ่าท้องดูจึงพบว่ามีขยะพลาสติกอยู่ในท้องของพวกมันเป็นจำนวนมาก โดยจากข้อมูลของมูลนิธิอนุรักษ์กวางในเมืองนารา ระบุว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีกวางตายโดยไม่ทราบสาเหตุจำนวน 14 ตัว เจ้าหน้าที่จึงได้นำไปชันสูตร และพบพลาสติกในท้องกวาง 9 ตัว โดยมีลักษณะเป็นขยะพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ที่จับตัวเป็นก้อน และห่อซองขนม ทั้งนี้ เมืองนาราถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง จากสวนสาธารณะที่ปล่อยให้กวางป่าออกมาเดินเพ่นพ่านอย่างมีอิสระ และกวางเหล่านี้คุ้นชินกับคน ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปหรือป้อนอาหารพวกมันได้ ที่ผ่านมา ทางการได้ติดป้ายขอความร่วมมือไม่ให้นักท่องเที่ยวให้อาหารชนิดอื่น ยกเว้นขนมแคร็กเกอร์สำหรับกวางที่พ่อค้าแม่ค้านำมาจำหน่าย แต่ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนเอาอาหารคนให้ ทำให้กวางล้มป่วย นอกจากนี้ ยังมีถุงขนมที่นักท่องเที่ยวทิ้งเอาไว้ตามพื้น ซึ่งพอกวางได้กลิ่นขนม ก็จะกินพลาสติกเหล่านั้นเข้าไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ฮ่องกงยอมพับแผนแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หลังถูกประท้วงหนัก

วันนี้(9 ก.ค.) นางแครี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเกาะ ฮ่องกง ได้ออกมาประกาศ ว่าแผนแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ตายไปแล้ว รัฐบาลไม่มีแผนที่จะรื้อฟื้นพิจารณากฎหมายดังกล่าว พร้อมกับยอมรับว่าแผนการทำงานของรัฐบาลในเรื่องกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเป็นไปด้วยความล้มเหลว อย่างไรก็ดี นางแลมไม่ได้บอกชัดเจนว่าจะถอดถอนแผนแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนโดยสิ้นเชิงตามที่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้อง หัวหน้าคณะผู้บริหารเกาะฮ่องกงยอมรับว่าการทำงานของรัฐบาลว่าอาจไม่เป็นไปตามความต้องการของประชาชน และขอให้ประชาชนให้โอกาส ให้เวลา และพื้นที่แก่รัฐบาลได้ทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งนี้ การแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ทำให้เกิดความไม่พอใจ และเหตุประท้วงในฮ่องกง ซึ่งมีประชาชนร่วมประท้วงคัดค้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมากเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งเหตุประท้วงได้กลายเป็นเหตุจลาจลและความรุนแรงเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา จนทำให้ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม และเกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงบุกยึดและทำลายทรัพย์สินภายในอาคารสภานิติบัญญิติเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

จีนอ่วม! ถนน-บ้านจมบาดาลหลังฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่เร่งอพยพ

เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (7 ก.ค.) เกิด ฝนตกหนัก อย่างต่อเนื่องในเมืองเหรินชู มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีน ส่งผลให้การสื่อสารในพื้นที่ถูกตัดขาด ถนนได้รับความเสียหาย ส่วนบ้านเรือนของประชาชนก็ถูกน้ำท่วม หรือถูกกระแสน้ำท่วมรุนแรงพัดทำลายทั้งหลัง ต่อมาในช่วงบ่าย ฝนจึงเริ่มซาและหยุดตก ขณะที่การจราจรเริ่มกลับมาใช้งานได้ ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฝนที่ตกหนักดังกล่าว ยังสร้างความเสียหายในเขต ไท่หนิงในมณฑลเดียวกัน จนสำนักงานอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่ต้องออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักระดับสีส้ม เมื่อเวลา 14.38 น. ตามเวลาท้องถิ่น สำนักงานดับเพลิงท้องถิ่น ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เร่งอพยพประชาชนทันที หลังปริมาณฝนตกสะสมแตะระดับ 180 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง และน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ในเขตเมือง ล่าสุด ชาวเมืองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 100 คน ได้รับความช่วยเหลือด้วยการอพยพไปยังที่ปลอดภัยแล้วเมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (7 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

อังกฤษเมินเสียงค้านอียิปต์ ประมูล ‘พระเศียรฟาโรห์ตุตันคาเมน’ เก่าแก่กว่า 3 พันปี

สถาบันคริสตี้ ในกรุงลอนดอนของอังกฤษได้จัดการประมูลรูปปั้นพระเศียรของฟาโรห์ ตุตันคาเมน แห่งอียิตป์ที่มีความเก่าแก่กว่า 3 พันปี เมื่อวานนี้(4 ก.ค.) ซึ่งรูปปั้นพระเศียรดังกล่าวสามารถทำเงินประมูลไปได้ 4 ล้านปอนด์ หรือกว่า 153 ล้านบาท โดยทางสถาบันคริสตี้ไม่ได้เปิดเผยชื่อของผู้ที่ประมูลรูปปั้นพระเศียรฟาโรห์ไปได้ การจัดประมูลรูปปั้นพระเศียรของฟาโรห์ตุตันคาเมนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางข้อถกเถียงมากมาย ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงโบราณวัตถุของอียิปต์ได้ทำเรื่องร้องเรียนของให้สถาบันคริสตี้ และองค์การยูเนสโกยุติการประมูลรูปปั้นพระเศียรของฟาโรห์ตุตันคาเมน โดยอ้างว่ารูปปั้นดังกล่าวถูกขโมยมาจากวิหารลักซอร์ และนำออกมาจากอียิปต์อย่างผิดกฎหมาย ขณะที่ทางสถานทูตอียิตป์ประจำกรุงลอนดอนก็ได้คัดค้านการจัดประมูลดังกล่าว และขอให้กระทรวงต่างประเทศอังกฤษส่งคืนพระเศียรของฟาโรห์ ทั้งนี้ หลังการเปิดประมูลรูปปั้นสถานทูตอียิตป์ในกรุงลอนดอนได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจที่สถาบันคริสตี้เดินหน้าประมูลรูปปั้นพระเศียรฟาโรห์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

สาวจีนเดือด ทำร้ายคนขับรถเมล์หลังถูกเตือนอย่าขึ้นนอกป้าย

เมื่อวันจันทร์(1 ก.ค.)ที่ผ่านมา เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่าง คนขับรถเมล์ และ ผู้โดยสาร บนรถโดยสารประจำทางในมณฑลเหอหนาน ของจีน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบนรถโดยสารจะเห็นว่ามีผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งยืนอยู่ข้างคนขับรถ และกำลังมีปากเสียงกัน โดยเหมือนกับว่าผู้โดยสารกำลังเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือจากมือคนขับ หลังจากนั้นไม่นาน หญิงสาวรายนี้ก็เริ่มขว้างปาข้าวของและขวดน้ำใส่คนขับรถ ส่วนคนขับก็ก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ และเหวี่ยงแขนใส่ผู้หญิง ซักพัก หญิงสาวก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเธอปีนขึ้นไปยืนเบาะ และพยายามกระชากมือถือคนขับและเตะเขาอย่างเกรี้ยวกราด มีบางจังหวะ เตะไปโดนหน้าคนขับรถด้วย แถมยังใช้เท้ากระทืบแตรรถดังอยู่ร่วมนาที ต้นเหตุของเรื่องเริ่มมาจากผู้โดยสารรายนี้ไม่ได้ยืนรอขึ้นรถเมล์ที่ป้ายรถประจำทาง เมื่อขึ้นมาถึง คนขับจึงได้ตักเตือน ทำให้เธอไม่พอใจอย่างรุนแรง และเริ่มด่าทออย่างหยาบคาย คนขับรถจึงพยายามโทรศัพท์และส่งข้อความแจ้งตำรวจ ภายหลัง หญิงรายนี้ถูกตำรวจควบคุมตัวในข้อหาทำร้ายร่างกาย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ทอร์นาโดยักษ์พัดถล่มจีน ดับอย่างน้อย 6 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย

เกิดพายุ ทอร์นาโด ขนาดใหญ่พัดถล่มในพื้นที่มณฑลเหลี่ยวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย รายงานข่าวระบุว่า พายุทอร์นาโด มีความเร็วลมที่ศูนย์กลางกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ก่อตัวและเคลื่อนเข้าถล่มเมืองไคหยวน และจิ่งกูสี เป็นเวลานานต่อเนื่องกว่า 15 นาที ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน รถยนต์ ตลอดจนเสาไฟฟ้าจำนวนมาก ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า พายุทอร์นาโดลูกนี้ยังทำให้เกิดลูกเห็บตกร่วมด้วยในหลายพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องเข้าอพยพประชาชนราว 210 คน ออกมาจากอาคารบ้านเรือนที่พังเสียหาย รวมถึงการนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของรัฐบาลจีน รายงานว่า โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งภายในนิคมอุตสาหกรรมท้องถิ่น ต่างได้รับความเสียหายจากการพัดถล่มของพายุทอร์นาโดในครั้งนี้ จนหลายโรงงานต้องประกาศหยุดกิจการชั่วคราวเพื่อซ่อมแซมโรงงานและเครื่องจักรของตน ล่าสุดมีการยืนยันว่า มีบ้านเรือนเกือบ 3,600 หลัง ได้รับความเสียหาย ขณะที่ประชาชนเกือบ 10,000 คนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘อีวีเอ แอร์’ ยกเลิกอีก 550 เที่ยวบิน หลังลูกเรือกว่า 2 พันคนยังหยุดงานประท้วง

สายการบินอีวีเอ แอร์ (Eva Airways) ของไต้หวัน ยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มอีก 550 ไฟลท์ ไปจนถึงช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ หลังลูกเรือมากกว่า 2,000 คนซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิง นัดกันหยุดงานติดต่อกันเป็นวันที่ 14 เนื่องจากปัญหาตกลงกันไม่ลงตัวในเรื่องสวัสดิการพนักงาน เช่น การปรับขึ้นเบี้ยเลี้ยง โดยการหยุดงานประท้วงครั้งนี้ส่งผลกระทบกว่า 2,000 เที่ยวบิน และผู้โดยสารกว่า 405,000 คน สร้างความเสียหายให้สายการบินกว่า 1.75 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.72 พันล้านบาท) จูดี้ เซียว ผู้ประสานงานสื่อมวลชน ของสหภาพพนักงานสายการบินอีวีเอ กล่าวภายหลังการเจรจากับสายการบินเป็นเวลากว่า 11 ชั่วโมง วานนี้(2 ก.ค.) และยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ว่า ทางสายการบินยังคงล่าช้าอยู่ โดยทางพนักงานเรียกร้องให้ทางผู้บริหารวางอคติและลงนามในข้อตกลงกับทางกลุ่มพนักงานให้เร็วที่สุด จากแถลงการณ์ของสายการบินวานนี้ (2 ก.ค.) ระบุว่า ได้บรรลุข้อตกลงบางประการ กับสหภาพพนักงานสายการบินอีวีเอ และระบุว่าทางสายการบินยินดีต้อนรับพนักงานเหล่านี้กลับบ้านด้วยความเต็มใจเสมอ อย่างไรก็ดีทางสายการบินได้มีการฟ้องร้องสหภาพพนักงานฯ หลายกรณี รวมถึงเรียกค่าชดเชยวันละ 34 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 31 ล้านบาท) […]

ประชาชนนับพัน แห่ชม ‘สุริยุปราคาเต็มดวง’ ในชิลี

ประชาชนนับพันคน แห่งไปรวมตัวกัน สมทบกับบรรดานักดาราศาสตร์อันดับต้น  ๆ ของโลก ที่หอดูดาวลาซียา ในเมืองโกคิมโบ บนเทือกเขาแอนดีสฝั่งประเทศชิลีเมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) เพื่อชมปรากฏการณ์สุริยปราคา โดยหอดูดาวจากทั่วโลก ได้ช่วยจัดหาเครื่องไม้เครื่องมือให้แก่คณะทำงานของตัวเอง เพื่อเก็บภาพและสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น บรรดานักวิทยาศาสตร์ ให้ความสนใจโคโรนา หรือส่วนนอกสุดของชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ที่สามารถมองเห็นได้เฉพาะเมื่อเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเท่านั้น ด้วยการใช้กล้องโทรทัศน์ทันสมัยส่องดู ทั้งนี้ หลายพื้นที่ของชิลี เป็นสถานที่ชมปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจากมีท้องฟ้าโปร่ง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

อินเดียอ่วม ฝนตกหนักทำบ้านเรือนถล่ม ดับแล้ว 27 ราย

วันนี้(2 ก.ค.) เกิดฝนตกอย่างหนักใน อินเดีย เป็นเหตุให้กำแพงและอาคารบ้านเรือนถล่ม มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 27 ราย โดยที่เขตชานเมืองของนครมุมไบ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้กำแพงและอาคารบ้านเรือนที่สร้างอย่างไม่แข็งแรงในบริเวณเนินเขาถล่ม มีผู้เสียชีวิต 18 คน ในขณะที่เมืองคัลยาน ห่างจากมุมไบไปทางตอนเหนือ 42 กิโลเมตร เกิดเหตุกำแพงโรงเรียนถล่มทับคนเสียชีวิต 3 ราย และที่เมืองปูเน่ เกิดเหตุกำแพงถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ภายในเมืองปูเน่ และมีผู้เสียชีวิต 15 ราย ทั้งนี้อินเดียกำลังเผชิญกับ ฤดูมรสุม ซึ่งกินเวลายาวนาน 4 เดือน ตั้งแต่มิ.ย. – ก.ย. ทำให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยที่นครมุมไบวานนี้(1 ก.ค.) เกิดน้ำไหลเข้าท่วมหลายพื้นที่ เด็กนักเรียนต้องฝ่ากระแสน้ำที่สูงถึงระดับเอวในบางพื้นที่ เพื่อเดินทางไปโรงเรียน ส่วนยานพาหนะต่าง ๆ ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางที่ระดับน้ำท่วมไม่สูงมากนัก ประชาชนบางส่วนร้องเรียนว่า น้ำที่ไหลเข้าท่วมตามท้องถนน ทำให้ไม่รู้ว่ามีร่องระบายน้ำอยู่ตรงไหน และอาจเป็นอันตรายหากมีประชาชนพลาดตกร่องระบายน้ำ นกจากนี้ยังส่งผลให้รถไฟ ซึ่งเป็นขนส่งมวลชนหลักของประชากรราว 20 ล้านคนของเมืองต้องล่าช้า […]

ตำรวจฮ่องกงเข้าสลายม็อบ หลังผู้ชุมนุมบุกยึด-ทำลายอาคารสภานิติบัญญัติ

เมื่อช่วงเช้าวันนี้(2 ก.ค.) ตำรวจฮ่องกงได้เข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง ที่บุกเข้าไปในอาคารสภานิติบัญญัติเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อวานนี้(1 ก.ค.) ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 22 ปีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนสู่จีนแผ่นดินใหญ่ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้ามาทำลายทรัพย์สิน และพ่นสีใส่ตามกระจก รูปภาพ และผนังภายในอาคารสภานิติบัญญัติ ขณะที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม และยึดอาคารสภานิติบัญญัติ และควบคุมสถานการณ์กลับคืนมาได้เมื่อเวลาราว  01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเที่ยงคืนตามเวลาในไทย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงเวลานานถึง 12 ชั่วโมง โดยคาดว่ามีชาวฮ่องกงเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงในวันที่ 1 ก.ค. หลายแสนคน ขณะที่อาคารสภานิติบัญญัติได้ปิดทำการในวันนี้เป็นการชั่วคราว เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ซึ่งทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในอาคารสภานิติบัญญัติแห่งนี้ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่อื่นแทน โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงถูกจับกุมในเวลานี้ ด้านนางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเกาะฮ่องกงได้เปิดแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ พร้อมประณามกลุ่มผู้ประท้วงที่ก่อเหตุใช้ความรุนแรง และทำลายทรัพย์สินในภายอาคารสภานิติบัญญัติ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ซูดานแห่เดินขบวนต่อต้านทหาร จี้กองทัพเร่งคืนอำนาจให้ประชาชน

ประชาชนชาวซูดานจำนวนหลายหมื่นคน รวมตัวเดินขบวนบนถนนในกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของประเทศ รวมถึงที่เมืองอัตบาราทางภาคเหนือ และเมืองอื่น ๆ ในประเทศ เพื่อเรียกร้องให้ทางกองทัพ เร่งคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็ว รายงานข่าวระบุว่า มีผู้ประท้วงในวัย 20 ปีเศษ รายหนึ่ง ถูกกระสุนปริศนายิงเสียชีวิตระหว่างการเดินขบวน ขณะที่ทางกองทัพยืนยันว่า กระสุนปริศนาดังกล่าว ที่คร่าชีวิตผู้ประท้วงไม่ได้มาจากฝ่ายตน การออกมาเดินขบวนตามท้องถนนล่าสุดของชาวซูดานเกิดขึ้นหลังจากที่ทางกองทัพ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาชีร์ เมื่อ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยทางกองทัพอ้างว่าจำเป็นต้องก่อรัฐประหารเพื่อยุติความวุ่นวายในประเทศ หลังจากที่ประชาชนออกมาเดินขบวนขับไล่ประธานาธิบดีอัล-บาชีร์ นานต่อเนื่องหลายเดือนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี แม้ประธานาธิบดีของซูดานจะถูกโค่นอำนาจไปแล้ว แต่ทางกลุ่มผู้ประท้วงได้หันมาต่อต้านทหารแทน เนื่องจากมีความกังวลว่า ทางกองทัพซูดานอาจอยู่บริหารประเทศต่อเนื่องยาวนานและไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชน นำมาซึ่งการประท้วงต้านทหาร และเหตุจลาจลในหลายเมืองทั่วประเทศตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เครื่องบินเล็กพุ่งชนโรงเก็บเครื่องบินในเท็กซัส ดับยกลำ 10 ราย

วานนี้(30 มิ.ย.) เกิดเหตุเครื่องบินเล็กพุ่งชนใส่โรงเก็บเครื่องบิน ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตยกลำ 10 ราย โดยเครื่องบินลำที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินขนาดเล็กบีชคราฟท์ คิงแอร์ 350 ออกเดินทางจากสนามบินในเมืองแอดดิสัน ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ และกำลังมุ่งหน้าไปยังรัฐฟลอริดา โดยในช่วงที่เครื่องบินกำลังกำลังทะยานขึ้นนั้น เครื่องบินลำดังกล่าวได้เกิดพุ่งชนโรงเก็บเครื่องบิน จนเกิดไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 10 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบิน โชคดีที่ในช่วงที่เกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในโรงเก็บเครื่องบิน ส่วนสาเหตุที่ของอุบัติเหตุดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบสวนจากคณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ญี่ปุ่นกลับมาเดินหน้า ‘ล่าวาฬ’ เพื่อการค้า หลังสั่งห้ามนานกว่า 30 ปี

ชาวประมงญี่ปุ่นเตรียมกลับมาล่าวาฬเพื่อการค้าในวันนี้(1 ก.ค.) หลังโตเกียวออกจากการเป็นคณะกรรมการล่าวาฬสากล  (International Whaling Commission : IWC ) เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา สิ้นสุดการห้ามล่าวาฬที่มีมายาวนานมากกว่า 30 ปี โดยคาดว่ากลับมาล่าวาฬของญี่ปุ่นจะก่อให้เกิดการต่อต้านและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากนักสิ่งแวดล้อมและประเทศที่ห้ามล่าวาฬ แต่เป็นความยินดีของนักล่าวาฬในญี่ปุ่น ซึ่งอ้างว่า การล่าวาฬ เป็นประเพณีที่ทำกันมาอย่างยาวนานแล้ว ญี่ปุ่นเข้าเป็นสมาชิก IWC ในปี 2494 และเผชิญเสียงวิจารณ์จากตะวันตกมาโดยตลอดว่ายังมีการใช้การศึกษาวิจัยบังหน้าเพื่อล่าวาฬในมหาสมุทร จนกระทั่งปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้ตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิก IWC และกลับมาเปิดเสรีล่าวาฬเพื่อการค้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยในวันนี้(1 ก.ค.) มีรายงานว่าจะมีการออกเรือเพื่อล่าวาฬในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เช่น ที่เมืองคูชิโระ จ.ฮอกไกโด นอกจากนี้ยังพบว่ามีการออกเรือเดินสมุทรจำนวน 5 ลำ ตั้งแต่วันอาทิตย์(30 มิ.ย.) โดยเป็นเรือจากทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนั้นมีเรือจากเมืองไทจิ ซึ่งขึ้นชื่อในการล่าโลมาด้วย ญี่ปุ่นทำการล่าวาฬมาอย่างยาวนานนับร้อยปี และเนื้อวาฬเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญในช่วงที่ประเทศประสบปัญหายากจนอย่างมากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่อย่างไรก็ดีความต้องการให้การบริโภคเนื้อวาฬลดลงเป็นอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่เคยลองทานเนื้อวาฬรวมถึงการที่นักกิจกรรมต่างก็กดดันให้ญี่ปุ่นเลิกการล่าและบริโภคเนื้อวาฬ ทั้งนี้ แพททริก แรมเมจ หัวหน้าส่วนจัดการด้านการอนุรักษ์ทะเล กองทุนนานาชาติเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ (International Fund for […]

keyboard_arrow_up