สาวแฉถูกฟัน แค่ขี่ จยย. ปาดหน้า – เปิดประวัติคนก่อเหตุหัวร้อน เข้าคุกบ่อย (คลิป)

จากกรณีเมื่อวานนี้ (8 มิ.ย. 61) โลกโซเชียลแชร์ภาพกล้องวงจรปิด เป็นภาพหญิงขับรถจักรยานยนต์มาเลนซ้าย จากนั้นจอดท้ายรถอีกคัน ขณะมีชายขับรถจักรยานยนต์มาจอดด้านข้าง ลงมาพูดคุย ทำท่าคล้ายคว้ามีดฟันที่หญิงคนดังกล่าว (ชมคลิป)

เหตุการณ์ขณะนายนุ ก่อเหตุฟันแขน น.ส.อร

วันนี้ (9 มิ.ย. 61) ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ น.ส.อร (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 61 โดยตนขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามปกติ โดยขับอยู่ในเลนซ้าย เมื่อมาถึงถนนอู่ทองใน ก็มีจักรยานยนต์อีกคัน ขับอยู่เลนขวา เบี่ยงหลบรถเก๋งเข้ามาหาตน ด้วยความตกใจตนจึงร้องว่า “เฮ้ย!” อีกฝ่ายก็ด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย หาว่าตนแซงซ้าย โดยบอกตนว่า “แซงซ้ายได้ไงวะ” จากนั้นคู่กรณีก็ไม่พอใจขับตามด่าตนมาตลอดทาง จนมาถึงแยกการเรือน ซึ่งมีตำรวจอยู่ที่ข้างรั้ววัง ตนเลยท้าให้คู่กรณีจอดรถถามตำรวจด้วยกัน จะได้รู้ว่าใครผิด

น.ส.อร (นามสมมติ) ผู้เสียหาย (ซ้าย)

น.ส.อร เล่าต่อว่า เมื่อตนจอดรถ คู่กรณีกลับขับเลยไปติดไฟแดงข้างหน้า ตนจึงเล่าเรื่องให้ตำรวจฟัง จากนั้นเมื่อไฟเขียว คู่กรณีก็ขับออกไป ตนจึงคิดว่าน่าจะไปไกลแล้ว จึงบอกตำรวจว่าตนไม่เอาเรื่อง แต่เมื่อตนขับต่อมาตามทาง พบว่าคู่กรณีมาดักรออยู่ด้านหน้า จากนั้นก็ขับตามประกบตนมาตลอดทาง จนจะขึ้นสะพานซังฮี้ ตนตัดสินใจไม่ขึ้นสะพาน เพราะกลัวโดนถีบรถ และเห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่จอดรถอยู่เชิงสะพาน ตนจึงไปจอดต่อท้าย เผื่อว่าจะช่วยเหลือตนได้ หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อตนจอดรถ ผู้ชายคนดังกล่าวก็ขับออกไปพอดี เหลือเพียงตน จากนั้นคู่กรณีก็ขับมาจอดข้างตน และเดินมาหาตนพร้อมมีดพกในมือ ฟันตนที่ต้นแขนข้างขวา จากนั้นก็ขี่รถหลบหนีไป

รอยแผลของ น.ส.อร (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

น.ส.อร เปิดเผยว่า ขณะนั้นตนตกใจมาก แต่มีสติพอที่จะมองเลขทะเบียนรถ และจดจำได้อย่างแม่นยำ จากนั้นตนจึงไปยังป้อมตำรวจด้านหน้า และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับ ในวันนี้ตนทั้งแค้น และเจ็บแผล เพราะถูกฟันจนเป็นแผลเหวอะ แม้ว่าจะใส่เสื้อมา 2 ชั้น โดยแพทย์ให้ตนเย็บ 7 เข็บ แต่ตนตัดสินใจไม่เย็บ เนื่องจากกลัวเจ็บ แต่รักษาด้วยวิธีการล้างแผลใส่ยาตามปกติ โดยตอนนี้ ตนก็ยังมีแผลอยู่ แต่ใกล้จะหายแล้ว

นอกจากนี้ ที่ตนมาร้องเรียนในเพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ เนื่องจากได้แจ้งความไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 61 โดยได้ให้น้องที่รู้จัก ช่วยกันหาข้อมูลของผู้ก่อเหตุ โดยตามจากเลขทะเบียนรถจนทราบว่าเป็นใคร ซึ่งตนได้ส่งข้อมูลให้ตำรวจแล้ว ในวันที่ไปแจ้งความ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับถึงความคืบหน้าทางคดี ตนจึงกลัวว่าเรื่องจะเงียบหายไป

บ้านนายนุ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านของนายนุ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านตลิ่งชัน เป็นบ้าน 2 ชั้น ซึ่งห้องปิดเงียบ ทีมข่าวจึงสอบถามเพื่อนบ้าน หลายคนไม่ให้สัมภาษณ์ และไม่ให้ข้อมูล โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว นอกจากนี้ เพื่อนบ้านของนายนุ ให้ข้อมูลว่า นายนุเป็นคนในพื้นที่ มักจะมีเรื่องทะเลาะวิวาท และชกต่อยเป็นประจำ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เคยจับไปหลายครั้ง ถ้านับจำนวนครั้งก็เกิน 10 ครั้ง แต่ละครั้งนายนุจะหายไปไม่กี่เดือนแล้ว ก็ออกมาก่อเรื่องใหม่อีก

ทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม ร.ต.อ.สมบัติ ขอดทอง รองสารวัตรสอบสวน สน.สามเสน ร้อยเวรเจ้าของคดี เผยว่า ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกหมายเรียกไปแล้ว 1 ครั้ง แต่เนื่องจากรถจักรยานยนต์ที่ผู้ก่อเหตุขับขี่ เป็นชื่อของพี่ชาย จึงได้ออกหมายเรียกพี่ชายไปก่อน ต่อมาเมื่อผู้เสียหายได้มาแจ้งในภายหลังว่า คนที่กระทำผิดไม่ใช่พี่ชายที่เป็นเจ้าของรถ แต่เป็นนายนุ จึงได้ออกหมายเรียกไปใหม่ ตามที่อยู่ของนายนุ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรอผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

keyboard_arrow_up