“รักไม่หวังครอบครอง” เปิดใจ สุรพล เผยความหลัง หลงรัก “สวลี” โชว์ลูกคอระทมถึง (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์เปิดเผยเรื่องราวสุดแสนโรแมนติก ระหว่างนายสุรพล โทณะวณิก นักแต่งเพลงชื่อดังกับ สวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ และที่มาของเพลง “ใครหนอ”

ภาพพร้อมข้อความที่คุณตาสุรพล โทณะวณิก โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

วันนี้ (4 พ.ค. 61) คุณตาสุรพล โทณะวณิก วัย 87 ปี ซึ่งขณะนี้ต้องนั่งรถเข็น เนื่องจากขาไม่มีแรง แต่ยังจำเรื่องราวที่มีต่อคุณสวลี ได้เป็นอย่างดี โดยเล่าว่า ตนเคยเป็นลูกจ้างขายน้ำในโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ได้พบกับ เชอรี่ หรือ สวลี ซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว ก็รู้สึกตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น จากนั้นก็ชอบมองเธอโดยตลอด จนโรงเรียนไล่ตนออก เพราะชอบแอบมองเด็กนักเรียน ซึ่งตนยอมรับว่าชอบมองจริง แต่มองแค่คุณสวลีเพียงคนเดียว

คุณตาสุรพล โทณะวณิก ให้สัมภาษณ์

ซึ่งแม้จะต้องออกจากโรงเรียน แต่ตนก็จดจำใบหน้าของคุณสวลีได้อย่างแม่นยำ จนมาเจออีกครั้งตอนที่อีกฝ่ายเป็นนักร้องแล้ว ซึ่งขณะนั้นตนเป็นนักเขียน และยังไม่เริ่มแต่งเพลง ซึ่งคุณสวลีเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเริ่มเขียนเพลงขึ้นมา จนได้แต่งเพลง “ใครหนอ” ที่มีความหมายถึงตัวเองซึ่งหลงรักข้างเดียวให้คุณสวลีร้อง ในตอนแรกคุณสวลี ไม่ยอมร้อง ตนก็พยายามถึง 2 ปี เพื่อให้อีกฝ่ายร้องให้ได้ จึงต้องเติมคำว่า “คุณพ่อ คุณแม่” เข้าไปท้ายประโยค อีกฝ่ายจึงยอมร้อง และกลายเป็นเพลงดัง ทำให้สวลีได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ ตนเองก็กลายเป็นนักแต่งเพลงเต็มตัว

คุณตาสุรพล พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ คุณตาสุรพล กล่าวว่า ตนเคยคุยกับคุณสวลี แต่พูดแบบเรียบร้อย ไม่เคยล่วงเกินหรือพูดในทำนองจีบอีกฝ่าย โดยระบุว่า ส่วนใหญ่จะใช้เพียงสายตาสื่อความหมาย ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าคุณสวลีจะรู้ตัวหรือไม่ ยอมรับว่าตัวเองไม่กล้าจีบคุณสวลี เพราะคิดว่าไม่คู่ควร โดยตนรักคุณสวลีจริง แต่ไม่เคยคิดครอบครอง อีกฝ่ายจะรักใครก็เป็นสิทธิ์  ขอให้ได้รักก็พอใจแล้ว ซึ่งส่วนตัวคิดว่า รักที่ไม่ต้องการครอบครองยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด

ข้อความที่คุณตาสุรพล ได้กล่าวแสดงความอาลัย ต่อ สวลี ผกาพันธุ์

ทันทีที่ทราบข่าวการจากไปของคุณสวลี คุณตาสุรพลกล่าวว่า รู้สึก “ระทมถึง” แต่ก็เข้าใจว่าการตายเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ส่วนตัวเองตอนนี้ก็มีภรรยาและลูก แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นเหตุการณ์ก่อนมีครอบครัว และตนก็ไม่ได้ทอดทิ้งครอบครัว นอกจากนี้ คุณตาสุรพล ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า รักแบบตนโลกควรเอาเป็นแบบอย่าง เพราะเป็นรักที่ไม่จำเป็นต้องได้มา โดยแค่รักไม่ได้เป็นชู้

keyboard_arrow_up