ตร.เรียกปืนจากผู้ครอบครอง 300 กระบอก ตรวจชนิดกระสุน หามือยิงกำนัน ต.ปอ

กรณีคนร้ายใช้อาวุธสงครามลอบยิง นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต อายุ 54 ปี กำนัน ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย ขณะขับรถยนต์นำครอบครัวกลับบ้าน บนถนนตะเข็บชายแดนไทย-สปป.ลาว บริเวณบ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 18 ต.ปอ จนเป็นเหตุให้นายทวีศักดิ์และลูกชายวัย 3 ขวบบาดเจ็บสาหัส ส่วนนางไหมเยีย วงค์นภาไพศาล ภรรยา และ ด.ญ.ธัญญาพร ยอดมณีบรรพต ลูกสาววัย 5 ขวบเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา

ปืนที่มีการเรียกตรวจสอบ

ล่าสุด วันนี้ (1 พ.ค. 61) เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี นำโดย พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 ยังคงกระจายกำลังในพื้้นที่ อ.เวียงแก่น และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี โดยได้ขอความร่วมมือไปยังฝ่ายปกครอง อ.เวียงแก่น ขอให้ผู้ที่มีอาวุธปืนของทางราชการในเขต อ.เวียงแก่น จำนวน 4 ตำบล คือ ต.ปอ, ต.ม่วงยาย, ต.หล่ายงาว และ ต.ท่าข้าม ให้นำไปตรวจสอบและบางส่วนให้ส่งคืน ณ ที่ว่าการ อ.เวียงแก่น

เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบปืน

ซึ่งปัจจุบันมีผู้มีอาวุธปืนในการครอบครองในลักษณะดังกล่าวรวมกันกว่า 300 กระบอก ซึ่งพบว่าผู้มีไว้ครอบครองแต่ละราย ต่างทยอยนำปืนไปส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ โดยการตรวจสอบจะดำเนินการเฉพาะกับปืนที่มีการใช้กระสุนชนิดเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุยิงถล่มรถของนายทวีศักดิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบในที่เกิดเหตุเป็นปลอกกระสุนจากปืนลูกซองยาว และกระสุนปืนขนาด 7.62 ที่ใช้กับปืนเอเค-47 หรือ อาก้า

เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบปืน

โดยชุดสืบสวนคลี่คลายคดีร่วมกับพิสูจน์หลักฐาน ทำการตรวจสอบอาวุธปืนทุกกระบอก ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่ หลังมีรายงานว่า ชุดสืบสวนได้ตรวจพบว่าหัวกระสุนที่เก็บได้จากเหตุซุ่มยิงกำนันประธานม้งครั้งนี้ เป็นหัวกระสุนชุดเดียวกันกับเมื่อครั้งที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอำเภอเวียงแก่น ถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิต

ญาติได้รับศพนางไหมเยีย จากโรงพยาบาล กลับมาบำเพ็ญกุศล

ขณะที่ศพของนางไหมเยีย ญาติได้รับศพจากโรงพยาบาล กลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ต.ปอ โดยกำหนดประกอบพิธี 4 วัน ก่อนที่จะนำไปฝังไปตามประเพณีม้ง ในวันที่ 4 พ.ค. นี้

keyboard_arrow_up