“ษิทรา” ตะเพิด “ปรีชา” ให้เจอที่ศาล งดเจรจาบ้าน – ทนายวรยุทธ ไม่รับท้าดีเบต (คลิป)

ความคืบหน้า เกี่ยวกับคดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กับครูปรีชา ใคร่ครวญ วันนี้ (30 เม.ย.) หลังจากที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เสียเปรียบเรื่องพยานเพราะมีแค่ ลุงจรูญกับภรรยา ต่างจากฝ่ายครูปรีชาที่มีพยานเกือบทั้งตลาด แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาก็เรียกว่าเสียหมา

นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ด้านนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา เปิดเผยว่า ทนายษิทราไม่ควรออกมาโพสต์เช่นนี้ เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ทนายไม่ควรเอาตัวเอง หรือจิตใจ ไปเป็นตัวความเสียเอง และออกมาโพสต์แบบนี้ เหมือนไม่รู้มรรยาททนายความ ผิดถูกเป็นเรื่องของศาลที่ผู้พิพากษาจะตัดสิน คดีความไม่ใช่การแข่งขัน ไม่ใช่ท้าทายว่า แพ้หรือชนะ พูดแบบนี้จะทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย จึงอยากให้ทนายษิทราไปดูข้อบัญญัติทนาย จะได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทนายรุ่นใหม่ ทนายษิทราคงเข้าใจบทบาทตัวเองผิดไป

ส่วนเรื่องทนายษิทราท้าตนดีเบตในรายการ ทนายวรยุทร บอกว่า ทนายษิทราคงไม่รู้ว่าตนป็นนักโต้วาทีมาก่อน แต่ไปดีเบตด้วยก็ไม่มีประโยชน์ เนื่องจากมีความเห็นต่างทั้ง 2 ฝ่าย มารายการแล้วใครจะตัดสิน ถ้าจะสู้ต้องไปสู้กันบนศาล ไม่ใช่บนสื่อ เวทีของทนายความคือศาล คนตัดสินคือผู้พิพากษา โดยมีกติกาก็คือกฎหมาย หากเปรียบเป็นมวย ลุงจรูญถือว่าได้เปรียบเรื่องน้ำหนักอยู่พอสมควร เพราะลุงไม่ต้องทำอะไร แต่ครูปรีชาต้องพิสูจน์ความจริง ว่ากันตามพยานหลักฐาน ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็แพ้ ครูปรีชาถึงต้องมีพยานเยอะ คิดกลับกัน หากทนายษิทรามาเป็นทนายฝั่งครูปรีชา พยานก็ต้องมีหลายคน เพราะต้องหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ ดังนั้นอยู่ที่บทบาทว่า จะเป็นทนายฝั่งไหน วันดีคืนดี ทนายษิทรา อาจจะต้องมาเป็นพยานฝ่ายจำเลย ก็เป็นได้ แต่ต้องทนายให้เกียรติกัน ทนายความต้องไม่ทะเลาะกัน เรื่องทะเลาะ ปล่อยให้ตัวความเขาทะเลาะกันไป

นอกจากนี้ ทนายวรยุทธบอกด้วยว่า ถ้าอยากให้คดีหวยจบเร็ว ทนายษิทราก็อย่าไปถอนคำร้องจำหน่ายคดีแพ่ง ให้พิสูจน์กันไปเลย ศาลจะได้ตัดสิน ประชาชนจะได้ทราบความจริงเสียที ตนสงสัยว่าแฟนคลับทนายษิทราคงใจสลาย เพราะวันพรุ่งนี้จะฟ้องคดีอาญากับทนายษิทราและลุงจรูญ ข้อหาฟ้องเท็จ ในส่วนที่ทนายษิทราฟ้องครูและพวก เบิกความเท็จ รวมทั้งมองว่า พฤติกรรมแบบทนายษิทรา ไม่มีทนายเขาทำกัน เรื่องที่ไปหาครูปรีชาเพื่อไปสืบข้อมูล แล้วพอได้ข้อมูลมาครึ่งหนึ่ง ก็ไปเป็นทนายให้ฝั่งลุงจรูญ ผิดมรรยาททนายความ แต่ไม่มีใครกล้าว่าเพราะทนายษิทรา แฟนคลับเยอะ ส่วนวันพรุ่งนี้ ตนไม่ไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเป็นคดีแพง ตนดูเรื่องคดีอาญา และที่สำคัญถ้าไปก็เหมือนกับผิดมารยาททนายความ เอาไว้เจอกันทีเดียว วันที่ 4 พ.ค.

ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความ ร.ต.ท.จรูญ กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ ตนตั้งคำถามผ่านสื่อไปถึงครูปรีชาว่า จำวันที่ 31 ต.ค. 2560 ได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเมื่อวานนี้ครูปรีชาก็ตอบผ่านสื่อไปแล้วว่า ตัวเองได้ได้พูดเหตุการณ์ในวันนั้นไปหมดแล้ว พร้อมฝากถึงทนายษิทราว่าถ้ามีอะไรคาใจ ก็ให้โทรศัพท์สอบถามได้โดยตรงหรือให้มาหาที่บ้านครูปรีชาได้

โดยทนายษิทรา กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยว่า ตนคงไม่คิดโทรหรือไปหาครูปรีชาแน่นอน เพราะขนาดตัวเองยังไม่เคยโทรไป ยังเคยโดนกล่าวหาว่าโทรไปข่มขู่ หรือแม้แต่การเข้าไปหาครูปรีชา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2560 ซึ่งจำได้ว่าใส่เสื้อตัวเดียวกับที่ใส่วันนี้ ฝ่ายครูปรีชายังเอาไปพูดไม่ยอมหยุดว่า ตนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งตนก็มีหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้แอบอ้าง โดยการที่พูดแบบนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาท แต่ตนก็ไม่คิดที่จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องร้องให้เป็นคดีความเพิ่มเติม เพราะเป็นทนายไม่อยากเป็นตัวความเสียเอง และโทษคดีนี้ไม่เยอะด้วย แต่ถ้าตนโดนมากกว่านี้ก็ไม่แน่

นอกจากนี้ ทนายษิทรายืนยืนยันว่า ตนไม่มีความจำเป็นอะไรต้องโทรไปหาครูปรีชา หรือเข้าไปพบที่บ้าน เอาไว้เจอกันที่ศาลทีเดียว

keyboard_arrow_up