“ปรเมศวร์” คาด “แผน” ส่อรอดคดี ชี้ปรีชาพยานเยอะหวังพิสูจน์หวย – แม่ค้าไม่ยุ่งกลัวคุก (คลิป)

วันนี้ (9 เม.ย.) นางสาวกนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า เดินทางไปยืนหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ย้าย พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม โดยมี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน หลังจากถูกผู้บังคับการกองปราบปรามแจ้งความดำเนินคดี กรณีมีคลิปเสียงวิจารณ์การทำงานของตำรวจในคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท

นางสาวกนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า ยื่นหนังสือกับ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ นางสาวกนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า กล่าวถึงพยานเด็ด 10 ปาก ของครูปรีชา ใคร่ครวญ ว่าตนไม่ได้ตามคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน มานานมาก ตอนนี้ใครที่เข้ามายุ่งกับทางฝ่ายครูปรีชา จะโดนหมายเรียก หมายจับ จนไม่มีใครกล้าออกมาเป็นพยาน ซึ่งตนขอวิพากวิจารณ์แบบเป็นกลาง เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าศาลจะตัดสินออกมาเป็นอย่างไร ส่วนตัวอยากให้ทั้งสองฝ่ายสู้กันให้เต็มที่ เรื่องพยานใหม่ หรือมีพยานออกมาเพิ่มหรือไม่ หากลอตเตอรี่เป็นของครูปรีชาจริง ตนก็คิดว่าไม่แน่อาจจะมีพยานออกมาก็ได้ แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครกล้าที่จะพูด

ตนไม่รู้ว่าพยานใหม่ 10 ปากนี้เป็นใคร และตนไม่ได้รู้จัก แต่ที่เคยคุยกับนายแผน ก่อนหน้านี้ทราบว่ามีคนรู้เห็นเยอะมากในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าให้เดา ตนคิดว่าคงเป็นกลุ่มแม่ค้า และคนซื้อของในตลาด เพราะลอตเตอรี่หล่นหายในตลาด ส่วนพยานใหม่จะส่งผลต่อคดีหรือไม่ นางสาวกนกพรรณ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ถ้ามีก็ขอให้สู้ให้เต็มที่ ขอให้เป็นพยานที่จริง ส่วนตัวก็อยากให้เรื่องนี้จบเช่นกัน ไม่อยากให้ยืดเยื้อและอยากให้เรื่องขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว

นางสาวกนกพรรณ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

นางสาวกนกพรรณ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า อะไรก็ตามที่ทำแล้วไม่ไปเบียดเบียนใคร ทำด้วยความถูกต้อง ตนก็อยากให้เกิดในสังคม เหมือนกับตนตอนนี้ที่เป็นบทเรียนให้ดูว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับใครยังโดนขนาดนี้ ไปหน่วยงานไหนก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนก็อยากจะเป็นเสียงเสียงหนึ่ง ที่บอกทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวงการยุติธรรมว่า คุณอย่ามองว่าเขาเป็นประชาชนคนธรรมดา แต่ให้นึกว่าหากวันหนึ่งเขาเป็นคนในครอบครัวของคุณ แล้วถูกกระทำแบบเดียวกับตนจะรู้สึกอย่างไร

นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ นายแผน ผู้ต้องหาให้การเท็จในคดีหวย 30 ล้านบาท

ด้านนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความครูปรีชา กล่าวถึงกรณีคำพูดของนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ นายแผน ผู้ต้องหาให้การเท็จในคดีหวย 30 ล้านบาท ที่บอกว่าไม่เห็นคนก้มเก็บลอตเตอรี่ โดยยืนยันว่าไม่ได้กระทบอะไรต่อรูปคดี เพราะนายแผน คือ พยานช้ำ เนื่องจากให้การกลับไปกลับมา เป็นที่สงสัยของศาล ตอนนี้เป็นได้เพียงแค่พยานสนับสนุน ไม่ใช่พยานสำคัญ ส่วนนายแผนจะมาเป็นพยานให้ครูหรือไม่ ตนเองไม่รู้ ทั้งนี้ ถ้าจะมาเป็นพยาน ตนต้องขอพิจารณาก่อน เพราะนายแผน ไม่ใช่พยานสำคัญ ถึงไม่มีนายแผน ตนเองก็ไม่กังวลอะไร เนื่องจากมั่นใจในประจักษ์พยานทั้ง 10 ปาก

นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความครูปรีชา

โดยทนายวรยุทธ ยืนยันว่า ประจักษ์พยานมีเยอะมาก แต่ตนคัดมาแค่ 10 ปาก ไม่เคยเปิดตัวที่ไหน พูดภาษาชาวบ้านก็คือ คัดเอาแบบเนื้อๆ ที่เหลือประเด็นซ้ำกัน ไม่เคยถูกพนักงานสอบสวนสอบปากคำ ไม่เคยไปเป็นพยานที่ตำรวจภูธรภาค 7 หรือไปที่กองปราบฯ มั่นใจว่าจะพิสูจน์ได้ว่าหวยเป็นของครูปรีชาแน่นอน เนื่องจากประจักษ์พยานทั้ง 10 ปาก เห็นชัดกว่านายแผนเสียอีก แต่เห็นอะไรนั้นไม่ขอบอก เพราะจะกระทบต่อรูปคดี

อย่างไรก็ตาม ทนายวรยุทธบอกว่า เรื่องไม่เห็นลุงจรูญก้มเก็บหวย ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร ประเด็นอยู่ที่ว่า หวยอยู่ที่มือลุงจรูญ แม้ไม่มีคนเห็นลุงจรูญก้มเก็บ แต่ถ้าลุงจรูญพิสูจน์ที่มาที่ไปของหวยไม่ได้ ว่าไปซื้อมาจากไหน ก็ต้องโดนข้อหารับของโจร ลุงจรูญอ้างนิติกรรมซื้อขาย ทั้ง 2 ฝ่ายอ้างนิติกรรมเดียวกัน ต่างคนต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ใครซื้อหวยมาโดยสุจริตกันแน่ แต่ต้องยอมรับว่า ลุงจรูญได้เปรียบ เพราะเป็นคนถือหวยไปศาลเท่านั้นพอ แต่เป็นฝ่ายครูปรีชาและตน ที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า หวยเป็นของครู ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ครูก็แพ้เท่านั้นเอง

แม่ค้าร้านผลไม้ ตลาดนัดเรดซิตี้

ด้านผู้ค้าจากตลาดนัดเรดซิตี้ ซึ่งตั้งแผงค้าอยู่ใกล้เคียงกับแผงลอตเตอรี่ อย่างเช่น แม่ค้าแผงผลไม้ บอกว่า ปกติแล้วครูปรีชาก็เป็นลูกค้าร้านตน ส่วนแผงลอตเตอรี่แทบจะเป็นที่ประจำของครู เพราะหากมาตลาดก็จะต้องแวะไปที่แผงลอตเตอรี่ เพื่อรับลอตเตอรี่กลับไป ส่วนวันเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าครูทำลอตเตอรี่ตกตอนไหน เรื่องการเป็นพยาน ยังไม่เคยมีใครมาพูดคุยรายละเอียดกับตน ทราบเพียงว่าพยานของครูน่าจะมีเพียงแม่ค้าลอตเตอรี่ เพราะอยู่ในเหตุการณ์

พ่อค้าร้านผลไม้ ตลาดนัดเรดซิตี้

นอกจากนี้ ที่ร้านผลไม้ร้านเดียวกัน พ่อค้าในร้านบอกกับทีมข่าวว่า ตนไม่เคยเห็นลุงจรูญมาที่ตลาดนัดเลย แต่จะเห็นครูปรีชามักจะมาซื้อหวยและจ่ายตลาดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครูปรีชาเป็นลูกค้าประจำร้านผลไม้ตนด้วย โดยวันเกิดเหตุ ครูไม่ได้มาซื้อที่ร้านตน แต่มีเดินแวะมาทักทาย ตนจึงถามไปว่า วันนี้ไม่ซื้อของร้านตนหรือ ซึ่งครูปรีชาบอกว่าไม่เอาแล้ว ซื้อเยอะแล้ว อีกทั้งมือสองข้างของครูปรีชาก็เต็มไปด้วยถุงอาหาร

ส่วนตัวไม่ทราบว่าครูไปรับหวยตอนไหน แต่ตนมั่นใจว่า หวยชุดนี้ที่ลงท้ายด้วยเลข 26 ในงวดนั้น ตนหาแทบเป็นแทบตายก็หาไม่ได้ เพราะตนก็ตั้งใจซื้อเลขนั้นเช่นเดียวกัน ส่วนตัวมองว่าถ้าเลขนี้ไม่สั่งซื้อกับแม่ค้าไว้ ก็คงไม่มีใครได้เลขนี้ไป ทั้งนี้ หากใครให้เป็นพยานในคดีหวย 30 ล้าน ตนก็ไม่คิดจะไป เพราะกลัวว่าหากไปเป็นพยาน จะต้องติดคุกเหมือนคนอื่นๆ ที่โดนคดี

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา

ขณะที่ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ได้วิเคราะห์คำให้การของนายแผนว่า ก่อนหน้านี้ เท่าที่ตำรวจภูธรภาค 7 เคยแถลงข่าวว่า มีบุคคลหนึ่งได้ยินเสียงคนพูดว่า มีคนเก็บลอตเตอรี่ได้ จึงหันไปมองแล้วรู้สึกหมั่นไส้ ว่าเก็บลอตเตอรี่ได้ทำไมต้องพูด ซึ่งเป็นพยานปากหนึ่ง ที่ไม่ทราบว่าคือนายแผนหรือไม่ แต่ก็ตั้งข้อสมมติฐานกันว่าใช่

ต่อมากองปราบฯ ได้ดำเนินคดีกับนายแผนว่า สิ่งที่นายแผนยืนยันไม่เกิดขึ้นจริง กองปราบฯ จึงดำเนินคดีให้การเท็จ แต่มีเหตุการณ์อย่างนั้นจริงๆ แล้วมีการจำสับสนเรื่องวันที่ แสดงว่าเขาก็ไม่ใช่ผู้ให้การเท็จ แต่หากเป็นวันเดียวกันกับที่ลุงจรูญอยู่ตรงนั้นด้วย ก็จะเป็นการให้ความเท็จได้

ซึ่งหากนายแผนไม่ได้ระบุว่าคนที่เห็นหรือได้ยินเป็นใคร แล้วในสำนวนเดิมที่ยืนยันว่าไม่มีการกล่าวถึงลุงจรูญ ก็อาจจะไม่เป็นการให้การเท็จก็ได้ ถ้าเป็นคนละวันหรือคนละช่วงเวลา หากมีการให้การในชั้นศาลก็สามารถบอกได้ว่า เราสับสน เพราะอาจจะอินอยู่กับกระแสหรือเข้าใจผิดสับสน เข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่หากมีการให้การว่าเห็นใจครูปรีชาจึงมาเป็นพยาน นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สำหรับนายแผนนั้น โอกาสที่จะรอดคดีก็มี โดยนายแผนอาจจะให้การภายหลังก็ได้ว่า คนที่ตนเห็นคลับคล้ายคลับคลา ไม่แน่ใจว่าเป็นลุงจรูญหรือไม่ ซึ่งในวันนี้หลายๆ คนในคดีหวย 30 ล้านบาท เริ่มเข้าสู่กระบวนการแล้ว ฉะนั้น ศาลจะต้องมีการไต่สวนในคดีอาญาให้จบ บางคนที่ไม่เกี่ยวก็เริ่มถอยออกไป อาจเพราะเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีว่าเรื่องที่ตัวเองพูด จะไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนตัวมองว่า คดีตอนนี้เริ่มเบาลง เพราะมีการส่งสำนวนให้อัยการ ส่งศาลให้พิจารณา จึงเห็นว่าการเคลื่อนไหวเริ่มน้อยลง ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็น่าจะเข้าที่แล้ว

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ

นอกจากนี้ กรณีที่ครูปรีชาตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือว่า ตนเองมีสัญญาณใกล้เคียงในบริเวณตลาดนัดเรดซิตี้วันเกิดเหตุนั้น อาจารย์ปรเมศวร์ กล่าวว่า การจะไปดำเนินการขอสัญญาณกับบริษัทเอกชนก็สามารถทำได้ ซึ่งยังไม่ชัดแจ้งว่าเครื่องโทรศัพท์ที่นำไปตรวจสอบนั้นมีสัญญาณปรากฏหรือไม่ โดยปกติแล้วโทรศัพท์มือถือหากมีสัญญาณโทรออกจึงจะตรวจสอบได้ แล้วจะพิสูจน์ช่วงเวลาการสนทนาได้ด้วย แต่หากไม่มีการโทรออก รุ่นโทรศัพท์เครื่องที่ใช้ จะต้องเป็นรุ่นที่ยี่ห้อค่อนข้างดี เพราะจะสามารถจับสัญญาณได้ ทั้งนี้ หากพบสัญญาณโทรศัพท์จริง แนวโน้มของครูปรีชาด้านคดีก็น่าจะดีขึ้น

ตอนนี้ครูปรีชาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าลอตเตอรี่มีในมือของตัวเอง เพราะทั้งรอยนิ้วมือบนสลากก็ยังไม่พบ ซองก็หายไป จึงต้องหาพยานมาพิสูจน์ เลยมีพยานเยอะ ส่วนกรณีที่แม่ค้าในตลาดนัด ต่างบอกว่าไม่คุ้นหน้าลุงจรูญ ไม่เคยเห็นมาที่ตลาด อาจารย์ปรเมศวร์ กล่าวว่า มันก็ยากที่จะจดจำ เพราะหลังเกิดเหตุ 1 เดือน ลุงจรูญก็อาจจะไม่ได้ไปตลาดนัดเลย ขณะเดียวกัน ครูปรีชาเป็นคนที่ใครๆ ต่างก็รู้จัก ซึ่งหากแม่ค้าบอกว่าไม่เห็นลุงจรูญเลย ก็ต้องถามว่าไม่เห็นในวันไหน หรือหากเห็น แล้วใส่เสื้อผ้าแต่งกายอย่างไร หากจำไม่ได้ พยานก็ใช้ไม่ได้ ฉะนั้นเหตุที่คนต่างจดจำครูได้ก็เพราะครูเป็นที่รู้จัก แต่จดจำลุงจรูญไม่ได้เพราะอาจจะไม่รู้จักกันก็เป็นได้ ซึ่งหลังจากนี้ ตนเชื่อว่าผลของคดีน่าจะจบภายในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ และไม่น่าจะยืดเยื้อไปมากกว่านี้

keyboard_arrow_up