“เกล Love Sick” สุดช้ำเรียกเงินแสนค่าเลี้ยงดูจากพ่อ ถูกเมิน อึ้งแม่ช้ำโดนทำร้าย (คลิป)

จากกรณีมีครอบครัวดารา ร้องเรียนผ่านอมรินทร์ทีวี ระบุว่า ครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้เป็นบิดา ใช้วาจาต่อว่า ไม่รับเลี้ยงดู อีกทั้งเคยถุยน้ำลายใส่หน้า ไล่ออกจากบ้าน หลังจากที่ตัวเองในฐานะลูกสาว จับได้ว่าพ่อแอบเที่ยวสถานบริการ จากนั้นครอบครัวเกิดความแตกแยก ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน:ดารา Love Sick “เกล” สุดช้ำ พ่อไล่พ้นบ้าน ถุยน้ำลายใส่ – แม่ร่ำไห้ ร้องสื่อ)

นันญ์จีรา สิริปิยะโภคิน ลูกสาว นักแสดงซีรีส์

ความคืบหน้า วันนี้ (23 มี.ค.) น.ส.นันญ์จีรา สิริปิยะโภคิน หรือ เกล นักแสดงซีรีส์เลิฟซิค เปิดเผยว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไป มีญาติๆ คนรู้จักติดต่อมาสอบถามว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นอย่างไร ซึ่งก็ได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ จำนวนมาก ส่วนฝ่ายคุณพ่อยังไม่มีใครติดต่อมาทั้งสิ้น

เกล ยืนยันว่า อยากให้พ่อออกมาคุยกับแม่ ตกลงกันอย่างจริงจัง โดยไม่ต้องมีคนอื่นมาเกี่ยวข้อง เพราะที่ผ่านมาพ่อจะวิ่งหนีตลอด เกลยังระบุว่า ไม่ได้เป็นเพราะใช้อารมณ์ ที่ทำให้คุยกับพ่อไม่ได้ เพราะทุกครั้งก่อนที่จะมีอารมณ์ คุยกันดีๆ ตลอด ฝ่ายพ่อบอกให้ยื่นข้อเสนอไป แต่ก็ยังไม่รับข้อเสนอที่ยื่น ตนจึงมองว่าเรื่องนี้จบง่ายนิดเดียว แต่เป็นเพราะพ่อไม่ยอมออกมาคุย

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ พูดคุยกับคุณแม่และน้องเกล

โดยช่วงที่ไปขึ้นศาลคดีฟ้องหย่ากับแม่ ทนายความฝ่ายพ่อเคยพูดไว้ว่า จะไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูใดๆ เนื่องจาก อ้างว่าตนและแม่ สามารถหาเงินเลี้ยงน้องชายที่กำลังเรียนอยู่ได้ จึงไม่จำเป็นต้องรับเงินจากฝ่ายพ่อ กรณีนี้ตนไม่รู้จะคิดยังไง เพราะบนศาลพ่อยังพูดได้ขนาดนี้ ตนขอใช้คำพูดของเจ้าหน้าที่ศาลที่พูดถึงฝ่ายพ่อว่า “ที่ผ่านมาไม่รู้จะยังไง แต่ต่อไปจะไม่ให้เขาเลยหรือ” เพราะต่อจากนี้ ตนกับแม่และน้องชายต้องออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

เกล ยังยืนยันว่า แม่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก เพียงอยู่ในหลักแสน ซึ่งพยายามคุยมาตลอด แต่ฝ่ายพ่อก็ปฏิเสธ และพูดย้ำเสมอว่า “อยากได้อะไร ให้ไปฟ้องร้องเอา” ส่วนตัวคุณพ่อเป็นลูกเจ้าของธุรกิจ หลายคนที่รู้จักก็บอกว่าที่เรียกนั้นยังน้อยไป ส่วนฝ่ายแม่ก็ไม่ได้ดึงเวลา แต่ต้องการให้เรื่องนี้จบ

ปัญฐ์นิสา หาญวุฒินานนท์ ผู้เสียหาย

นอกจากนี้ นางปัญฐ์นิสา หาญวุฒินานนท์ มารดาของเกล ชี้แจ้งหลังฝ่ายสามีให้ข้อมูลกับทีมข่าว เผยว่า ที่ผ่านมาตนพยายามขอเจรจา ฝ่ายสามีก็ไม่เคยออกมาคุย วิ่งหนีตลอด ทำลอยตัวเหนือปัญหา แต่ตนในฐานะแม่ ต้องมีค่าใช้จ่ายเลี้ยงลูก ส่วนตัวแค่ขอให้ออกมาพูดคุยเท่านั้น พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาตนไม่ใช่เป็นฝ่ายไปก่อกวน แต่เป็นผู้ถูกกระทำ ทั้งถูกทำร้าย เคยโดยผลักประตูใส่หน้า จนกระทั่งจมูกหัก ซึ่งตนก็เก็บหลักฐานเอาไว้ นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมที่มาก่อกวนภายในบ้านอีกด้วย ส่วนที่ฝ่ายสามี ระบุว่า พยายามติดต่อลูกนั้น ยอมรับว่าสามีเคยไปหาลูกที่โรงเรียนจริง แต่ไม่ให้ค่าเทอมลูก เพียงแต่บอกว่า “ถ้าอยากให้จ่าย ต้องให้ลูกชายไปอยู่กับตน”

สภาพใบหน้าของนางปัญฐ์นิสา ที่ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ นางปัญฐ์นิสา ยังนำเอกสารที่เป็นจดหมายที่สามี พิมพ์มาแปะหน้าบ้านเพื่อส่งให้กับลูก ซึ่งก็จะใช้คำแปลกๆ ประมาณว่า “ตัวสามีและลูกสาว เคยรู้จักกันมา 20 ปี” ซึ่งตนก็มองว่า คำพูดเหมือนเป็นคนอื่น ไม่เหมือนพ่อกับลูกคุยกัน

เอกสารที่สามีของนางปัญฐ์นิสา พิมพ์มาแปะหน้าบ้านเพื่อส่งให้กับลูก

ทั้งนี้ นางปัญฐ์นิสา ยืนยันเรื่องค่าสินสมรส หรือค่าชดเชยว่า ตนไม่ได้เรียกไปมาก เมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา ตนเรียกเงินไปเพียง 500,000 บาท เป็นค่าเลี้ยงดูลูกชาย ส่วนตัวเองและลูกสาวตนไม่ได้เรียกร้องอะไร ซึ่งฝ่ายของสามีก็บอกว่า ให้ได้เพียง 300,000 บาท และจะโอนให้เดือนละ 50,000 บาท ตนมองว่า การคบกันมานานกว่า 20 ปี ก็ควรจะรับผิดชอบอะไรบ้าง ซึ่งฝ่ายสามีดึงเวลามาตลอด จึงทำให้ตนตัดสินใจฟ้องหย่า

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัว มองว่าเป็นไปไม่ได้ ที่อดีตสามีจะอ้างว่าตัวเองไม่มีสินสมรส ในฐานะเป็นหุ้นส่วนบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้กับงานภาครัฐ จนอยากถามว่า “ถ้าไม่มีทรัพย์สิน เป็นไปได้หรือ?” ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าเสียใจ แต่ไม่เสียดาย เพราะรู้ว่ากลับไปเหมือนเดิมไม่ได้ และตนคงอาย ถ้าหากต้องคบกับคนแบบนี้

keyboard_arrow_up