“ฟ้า” ของขึ้น! ฉะกลับ “อัจฉริยะ” ปูดปมบงการ “แผน” ลั่นฟ้องแน่ คนฉลาดไม่ทำกัน (คลิป)

ความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาท หลังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ดำเนินคดีกับนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” ในข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยที่ไม่มีการออกหมายจับ มีเพียงการออกหมายเรียกเท่านั้น ต่างจากครั้งที่กองปราบปรามดำเนินคดีและออกหมายจับเจ๊บ้าบิ่น ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัย ว่าสามารถกระทำเช่นนี้ได้หรือไม่

นายสุชพงษ์ บุญเสริม ทนายความในคดีอาญา ของ เจ้บ้าบิ่น

วันนี้ ( 18 มี.ค.) นายสุชพงษ์ บุญเสริม ทนายความในคดีอาญาของนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” ได้กล่าวว่า ทั้งสองคดีนี้โดยข้อเท็จจริงถือเป็นคดีอาญาทั้งคู่ แต่การจะพิจารณาว่าจะดำเนินการออกหมายเรียก หรือออกหมายจับนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ ก็จะได้ดำเนินการยื่นเรื่องขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับ แต่หากเจ้าหน้าที่พิจารณาดูแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกหมายจับ ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกก่อน ทั้งนี้ก็อยู่ที่การพิจารณาความเหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก

จากกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก เปิดโปงขบวนการหวย 30 ล้าน โดยมีการกล่าวอ้างถึง นักกฎหมายคนหนึ่ง ที่เป็นกุนซือแนะนำนายแผน ให้เดินตามเกม พร้อมบอกมีหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าหมายถึง น.ส.กนกพรรณ ที่อ้างว่าเป็นคนคอยกำกับเรื่องทั้งหมด

พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม

ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม(รอง ผบก.ป.) เปิดเผยว่า การออกหมายเรียกนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ “แผน” พยานฝั่งนายปรีชา ใคร่ครวญ ที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานให้การเท็จ ซึ่งเป็นหมายเรียกครั้งที่ 2 หลังไม่มาตามนัดแรก และอ้างว่าไม่ได้รับหมายนั้น ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการภายใต้กรอบข้อกฎหมาย คือการส่งหมายไปตามข้อมูลที่อยู่ภูมิลำเนา อาทิ ที่พักอาศัย ที่ทำงาน บ้านพักของบิดามารดา ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน

รอง ผบก.ป. ยังชี้แจงว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านายแผน อยู่ที่กรุงเทพฯ และปรากฏตัวตามสถานที่ต่างๆ เหตุใดจึงยังส่งหมายเรียกไปที่บ้านพักนั้น เนื่องจากตำรวจไม่ทราบแหล่งที่พักชัดเจน และไม่ทราบว่าการปรากฏตัวแต่ละครั้งของนายแผน หลังเสร็จสิ้นภารกิจจะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรืออยู่ที่ใดชัดเจน เพราะไม่มีการแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวน จึงออกหมายเรียกตามที่อยู่ภูมิลำเนาที่ชัดเจนดังกล่าว ซึ่งหากไม่มีคนรับ และนายแผนไม่เดินทางมาตามกำหนดนัดในวันที่ 21 มี.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

เช่นเดียวกับกรณีนายสุกิจ พูลศรีทรัพย์ ทนายความของนายแผน ที่ออกมาระบุว่าหากตำรวจออกหมายจับนายแผน ในความผิดฐานไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาให้การเท็จ ในคดีหวย 30 ล้าน ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 จะฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ก็ถือเป็นสิทธิตามกฎหมาย” รอง ผบก.ป.กล่าว

น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” คนสนิทครูปรีชา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี

ด้าน น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า คนสนิทของครูปรีชา พูดถึงกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีการกล่าวอ้างถึงนักกฎหมายคนหนึ่ง ที่เป็นกุนซือแนะนำนายแผน ว่า ตนได้ดูคลิปดังกล่าวแล้ว รู้สึกสนุกดี ซึ่งตนเก็บคลิปดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานแล้วเช่นเดียวกัน ส่วนที่นายอัจฉริยะ อ้างถึงว่า ตนเป็นคนกำกับให้นายแผน เดินทางไปร้องทุกข์ตามสถานที่ต่างๆ หากพูดเช่นนั้นก็รู้สึกเป็นเกียรติ แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนจบ ป.6 อย่างตนจะกำกับได้อย่างไร ตนสู้ด้วยความสุจริตใจ และยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้กำกับตามที่กล่าวอ้าง

ซึ่งเหตุผลที่ตนต้องเดินทางไปด้วย เวลาเห็นนายแผนเดินทางไปร้องเรียนตามที่ต่างๆ เนื่องจากนายแผนไม่มีเพื่อน อีกทั้งนายแผนไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ และฝ่ายตนก็ถูกรังแก ทั้งนี้ขอยืนยันว่าไม่มีการวางแผนใดๆ ส่วนที่นายอัจฉริยะ ออกมาเตือนนายแผนว่า อาจตกเป็นเบี้ยให้ตนเดิน จึงอยากฝากบอกนายอัจฉริยะว่า “เตือนตัวเองเถอะ อยู่ดีๆ ไม่ชอบ”

น.ส.กนกพรรณ ยังบอกด้วยว่า หลังดูคลิปไม่ได้รู้สึกโมโห แต่อยากจะบอกว่า “คนฉลาดเขาไม่ทำกันเช่นนี้ ถึงตนจะจบแค่ ป.6 แต่ไอคิวระดับเทพ ดีกว่าคนจบการศึกษาสูงบางคนแล้วสิ่งที่ทำออกมา เค้าเรียกว่า “สติวปิ๊ด”

ส่วนกรณีที่ระบุว่า มีภาพหลุดที่ตนกอดกับ ดร. คนหนึ่ง ตนยืนยันว่าไม่จริง และขออย่าพูดให้ตนเสียหาย ซึ่งตนกับ ดร.คนดังกล่าว มีเพียงปรึกษากันในฐานะนักกฎหมายเท่านั้น หากจะพูดอะไรขอให้นายอัจฉริยะทำการบ้านดีๆ อย่าพลาดเยอะ เพราะที่พูดมาก็พลาดหลายเรื่อง จะเกาะกระแสกับตน ก็ขอให้ศึกษาข้อมูลดีๆ ก่อน

น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” คนสนิทครูปรีชา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี

ส่วนที่กล่าวหาว่าตนกระทำเป็นกลุ่มเป็นแก๊งนั้น ก็อยากถามกลับว่าแก๊งอะไร หากจะพูดต้องมีหลักฐาน ตนเพียงไปปรึกษาคนมีความรู้เท่านั้น ยืนยันไม่มีแก๊ง ตนรู้สึกเหมือนถูกรังแกจากผู้ชายอกสามศอก เพราะถูกพาดพิงอยู่ทุกวัน

อย่างไรก็ตาม น.ส.กนกพรรณ ยังฝากถึงนายอัจริยะด้วยว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการศึกษาสูงหรือต่ำ แต่ให้ดูที่วุฒิภาวะ ที่มันสมอง คนมีการศึกษาสูงใช่ว่าจะฉลาดเสมอไป ส่วนตัวไม่กังวล แต่ตนไม่อยากให้สังคมมองเพียงด้านเดียว อยากให้ดูว่าใครเป็นคนหาเรื่องก่อน ส่วนจะเดินทางไปฟ้องร้องวันไหนนั้น ยังไม่ขอตอบ แต่หลังจากนี้ตนจะเตรียมจะดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายแน่นอน

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี

ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดเผยหลัง น.ส.กนกพรรณ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า ที่ตนพูดไป เพียงต้องการให้คนคิดว่าเป็นใคร แต่ไม่ได้พาดพิงถึงใคร ถามกลับ หากไม่ใช่ความจริง แล้วจะเดือดร้อนทำไม ยืนยันมีหลักฐานแน่นอน เพราะตนพูดจากเรื่องจริง ไม่มีบิดเบือน ทั้งนี้ ยืนยันไม่ได้เกาะกระแสแต่อย่างใด เพราะตนไม่เคยเห็นพวกเขาอยู่ในสายตา ส่วนหากจะมีการฟ้องหลังจากนี้ ให้ไปจัดการคดีที่ตนฟ้องที่ ปอท. ให้แล้วเสร็จเสียก่อน

ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ มีการไลฟ์สดผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กของชมรม ซึ่งระบุว่า จะมีการส่งทนายฝีมือดีไปช่วยเหลือทนายษิทรา บอกตนเพียงระบุว่า หลังจากนี้หากต้องการความช่วยเหลือตนยินดีช่วย ยอมรับว่าทีมทนายษิทราเก่งอยู่แล้ว แต่หากต้องการเติมเต็ม ตนก็ยินดี และตนคงไม่ไปก้าวล่วงในการทำคดี เพียงเข้าไปเป็นทีมให้คำปรึกษาเท่านั้น

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี

ส่วนกรณี คดีหวย 30 ล้าน ที่มีคนเอี่ยวด้วย 11 คน ซึ่งประชาชนได้เห็นครบทุกคนแล้ว โดยนายอัจฉริยะ เรียกคนกลุ่มนี้ว่า ทีมฟุตบอล หวานดันใจ เนื่องจากหัวหน้าทีมเป็นเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ยืนยันเป็นขบวนการแน่นอน พร้อมเปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด เพียงต้องการพิสูจน์ว่า หวย 30 ล้าน ไม่ใช่ของครูปรีชา 100% อย่างแน่นอน เพราะมองว่ากรณีนี้เป็นอันตรายต่อสังคม หากมีคนกุเรื่องเพื่อหวังเอาเงินจากคนถูกลอตเตอรี่เช่นนี้ สังคมจะเดินหน้าไปอย่างไร

keyboard_arrow_up