ติ้น ท้ากินน้ำสาบานอีก! คนฉกหวยต้องตาย สละเรือปล่อยตร.คู่หูโดนคดี – ลูกติ๋วแฉโดนขู่ (คลิป)

จากกรณี นางเรวดี หาแก้ว หรือ “ป้าติ้น” แจ้งความเอาผิด นางจรูญ หรือ “ป้าติ๋ว” ว่ายักยอกทรัพย์เป็นลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท งวดประจำวันที่ 1 เม.ย.60 และก่อนหน้านี้ที่ ป้าติ้น เคยแจ้งความเอาผิด นางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือ “ป้าดา” ยักยอกทรัพย์เป็นลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 เม.ย. 59

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม

ล่าสุด วันนี้ (14 มี.ค.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อเอาผิดกับ หมวดโค้ก ในข้อหาตามมาตรา 157 คือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และแจ้งความเอาผิดนางเรวดี หรือป้าติ้น ใน 3 ข้อหา คือ ลักทรัพย์เอกสารราชการ , นำไปซึ่งเอกสารทางราชการ และนำเอกสารลับทางราชการไปเปิดเผยในที่สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับน้องขิม (นามสมมติ) ลูกสาวของป้าติ๋ว

ต่อมา ทีมข่าวได้พูดคุยกับ น้องขิม (นามสมมติ) ลูกสาวของป้าติ๋ว เปิดเผยว่า ป้าติ้น เคยพาทหาร 2 นาย มาข่มขู่ที่บ้าน วันเกิดเหตุ ตนเพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน และกำลังจะเข้าบ้าน ได้เห็นป้าติ้นมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย และผู้ชายอีก 1 คน ขณะนั้น ป้าติ้น บอกว่า เดินทางมาเพื่อจะขอเปิดโทรศัพท์แม่ตนดู เนื่องจาก ภายในโทรศัพท์มีรูปถ่ายหวย 30 ล้าน

น้องขิม เล่าต่อว่า ตนจึงบอกกับป้าติ้น จะพาทหารมาทำเช่นนี้ไม่ได้ ซึ่งทุกคนจึงได้เดินทางไปที่ศูนย์บริการแห่งหนึ่ง เพื่อกู้ข้อมูล ทางศูนย์บอกให้ไปแจ้งความก่อน ตนจึงพาแม่ไปแจ้งความ แล้วกลับมาขอกู้ข้อมูลที่ศูนย์ ขณะนั้นทางศูนย์ได้แจ้งวันนัดให้มาเปิดดูข้อมูลพร้อมกัน โดยที่จะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ดูข้อมูลก่อน

เมื่อถึงวันที่นัดกู้ข้อมูล ตนจึงพาทนายความไปด้วย ซึ่งไม่ใช่คุณอัจฉริยะ ทนายระบุว่า หากเปิดดูข้อมูลมาแล้วไม่มีภาพหรือหลักฐานใดๆ ขอให้เรื่องจบ ผลปรากฎว่า ไม่มีหลักฐานตามที่อ้าง ป้าติ้น จึงพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่จะหาวิธีของพี่เอง” ทนายความของตนจึงบอกกลับไปว่า “ก็ช่วยทำให้สะอาดให้บริสุทธิ์ด้วย”

ข้อความที่ นางเรวดี ได้ส่งข้อความมาหาน้องขิม (นามสมมติ) ลูกสาวของป้าติ๋ว

หลังจากวันนั้น ป้าติ้น ยังส่งข้อความไลน์มาก่อกวนแม่ของตน พร้อมทั้งส่งข้อความมาบอกตนด้วยว่า “หวย 30 ล้านมีอยู่จริงเอาออกมาเถอะ” และ “พี่เชื่อว่าแม่น้องมีหวย 30 ล้านอยู่ เอาออกมาเถอะ” แต่ตนไม่ได้ตอบกลับ และไม่ได้เก็บข้อความไว้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ตนคิดว่าทาง ป้าติ้น เอาเบอร์โทรศัพท์มาจากศูนย์บริการแห่งหนึ่ง จึงพยายามติดต่อมาหาตนด้วย

น้องขิม เล่าต่อว่า ตนไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับป้าติ้น ทราบเพียงว่าเป็นเพื่อนของแม่ ป้าติ้นก็ทราบว่าตนมีหน้าที่การงานค่อนข้างดีพอที่จะมาเอาเงินจากตนได้ จึงพยายามหาข้อมูลส่วนตัวของตน

นอกจากนี้ ในช่วงที่มีข่าวเรื่องของป้าดา ตนก็เคยเตือนแม่ไปแล้วว่า คนแบบนี้อย่าไปคบเลย ดูแปลกๆ แต่แม่ของตนเป็นคนไว้ใจคนง่าย และขี้สงสาร พูดจาดี ดูน่าเชื่อถือ แม่จึงให้ความสนิทสนมด้วย

น้องขิม บอกอีกว่า ตนไม่เชื่อเรื่องที่ ป้าติ้น ถูกหวย 30 ล้านได้ถึง 2 ครั้ง ตนยังสงสัยว่า ป้าติ้น เขาไม่มีเงินหรือถึงต้องมาทำอะไรเช่นนี้ หากคนที่มีงานทำคงไม่มีเวลามาทำเช่นนี้ เพราะป้าติ้น ดูเหมือนคนที่ว่างมาก ตนอยากทราบเหมือนกันว่าเอาเงินที่ไหนกินหรือใช้

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับแม่ของตน ตอนนี้ทั้งประเทศรู้หมดแล้วว่า ป้าติ้น เป็นคนอย่างไร ทั้งไม่เชื่อกระบวนการศาล และไม่เชื่อหลักฐาน แล้วบอกว่าคนอื่นไม่ยุติธรรมกับเขา ทั้งที่แม่ของตนและป้าดาไม่ได้รู้จักกับตำรวจท่านไหนเลย หากป้าดารู้จักคนใหญ่โตจริงก็คงไม่ต้องไปเข้าคุกแล้ว อีกทั้ง ฝ่ายตนก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างอย่างบริสุทธิ์ เพราะตนเชื่อว่าถ้าทุกอย่างทำอย่างบริสุทธิ์ ไม่ตุกติกแบบอีกฝ่าย ทุกอย่างมันชัดเจนแน่นอน

น้องขิม ยังยืนยันว่า ขอให้ทุกอย่างตอนนี้เป็นไปตามกระบวนการศาล และจะสู้ถึงที่สุด ซึ่งอีกฝ่ายทำให้ตนเสียเวลาชีวิต แล้วยังต้องมามีปัญหากับคนที่สติไม่สมประกอบแบบนี้ ถ้าศาลตัดสินออกมาก็ขอให้เขารับกรรมให้ถึงที่สุด

ส่วนตัวตอนนี้เชื่อหลักฐานการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเรื่องการสาบานก็เพื่อความสบายใจว่า ผลของการสาบานได้ลงโทษคนผิดแล้ว หากตอนนี้ได้พูดกับป้าติ้น ตนก็อยากบอกว่า “เอาให้เต็มที่ ยิ่งป้าดิ้น ป้ายิ่งพันตัวเอง”

นางเรวดี หาแก้ว หรือ “ป้าติ้น”

จากนั้นทีมข่าวเดิน ได้พูดคุยกับป้าติ้น ซึ่งเปิดเผยว่า วันที่ตนนำทหาร 2 นายกับหลานชายอีก 1 คน ไปที่บ้านของป้าติ๋ว เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเวลากลางคืน จึงพาหลานกับทหารไปเป็นเพื่อน อีกทั้ง หลานตนจบวิศวะคอมพิวเตอร์น่าจะสามารถกู้ข้อมูลในโทรศัพท์ได้ โดยตนและพวก ไม่ได้เข้าไปภายในบริเวณรั้วบ้านป้าติ๋ว เพราะฉะนั้น ตนจะไปข่มขู่อีกฝ่ายได้อย่างไร ทหารที่ไปกับตนก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ตนเพียงชวนไปเป็นเพื่อนเฉยๆ

ป้าติ้น ยังบอกด้วยว่า “ทหารที่พาไปนั้นโง่จังเลยทำไมไม่อัดเสียงไว้ตอนที่ ป้าติ๋ว พูดคุยกับตนที่ห้างสรรพสินค้า” ตอนนั้นป้าติ๋วพูดว่า “กูเป็นคนจ่ายเงิน มึงจะมาเอาอะไร” ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ แต่ทหารที่พาไปด้วยไม่ได้อัดเสียงไว้ อีกทั้ง ทหารที่ตนพาไป ก็ไม่มีปืนสักกระบอกเดียว จะไปข่มขู่ได้อย่างไร ตนยืนยันว่า ทหารทั้งสองรายเป็นทหารมีสังกัดจริง ไม่ได้มาแต่งเครื่องแบบเพื่ออ้างตัวว่าเป็นทหาร

ส่วนเรื่องส่งข้อความ SMS ตนยอมรับว่า ส่งไปหาลูกสาวของป้าติ๋วจริง โดยส่งไปบอกว่า พี่เชื่อว่าน้องเป็นคนดี มีแต่แม่น้องกับพี่ที่รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นตนเพียงอยากจะให้ลูกสาวป้าติ๋วพูดคุยกับป้าติ๋วเพื่อคืนเงินค่าหวยให้ตน

ทั้งนี้ ตนไม่ได้สนิทสนมกับลูกสาวป้าติ๋ว แต่ตนไปขอเบอร์โทรศัพท์ลูกสาวป้าติ๋วจากศูนย์โทรศัพท์ ตนจึงติดต่อไป ส่วนตัวจากที่ตนได้ยินมานั้น มองว่า ลูกสาวป้าติ๋วเป็นคนดี ตรงไปตรงมา แต่ไม่ค่อยถูกกับแม่ ตนจึงส่งข้อความไปขอร้องให้เขาคุยกับแม่เขาเอง

ป้าติ้น บอกว่า หลังจากที่ไปออกรายการต่างคนต่างคิด ตนก็ไม่ได้ติดต่อไปกับทางป้าดาหรือป้าติ๋ว เพราะทั้งสองคนเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ และตนก็ไม่มีเบอร์ของทั้งคู่ ดังนั้นจะโทรศัพท์ไปข่มขู่ได้อย่างไร ตนยืนยันว่า ไม่เคยโทรศัพท์ไปข่มขู่ใคร มีเพียงช่วงแรกที่เกิดเรื่องได้โทรศัพท์พูดคุยกันเพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยเท่านั้น

พร้อมย้ำชัดว่า พฤติกรรมของป้าติ๋วเหมือนกับป้าดา ที่ให้คนอื่นไปขึ้นเงินรางวัลแทน ทั้งสองคนมาทะเลาะกันเรื่องเงินภายหลัง ทั้งที่ตอนแรก ป้าติ๋ว ยังจะไปเป็นพยานในคดีป้าดาให้ตน แต่พอมาโดนคดีก็รีบวิ่งไปกลับหาป้าดาทันที

ภาพทหารที่ไปศูนย์โทรศัพท์

นอกจากนี้ ป้าติ้น ยืนยันว่า ตนไม่ได้พูดว่า จะหาหลักฐานมาเอง อีกอย่างตนจะหาหลักฐานเองได้อย่างไร ตนมีหลักฐานเพียงแค่ลายเซ็นในสลาก และคิดว่าการกู้ข้อมูลในโทรศัพท์ อีกฝ่ายไม่ได้นำออกมาเปิดให้ดูทั้งหมด เพราะหากเปิดให้ดู ก็จะต้องเห็นหลักฐานที่มีรูปถ่ายสลาก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้นำโทรศัพท์ของป้าติ๋ว ไปตรวจด้วยเช่นกัน

ส่วนที่ตนไม่ส่งโทรศัพท์ของตัวเองให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเป็นเพราะ ตนกลัวว่าจะถูกลบหลักฐานต่างๆ ออกไป ส่วนเรื่องที่ นายอัจฉริยะ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตน ตนไม่มีความกังวลใดๆ ตนไม่กลัวเพราะเอกสารไม่ใช่คดีความมั่นคงของรัฐ แต่เป็นเอกสารที่มีประโยชน์กับตน ตนเลยหยิบออกมาเพียงเท่านั้น

หากหมวดโค้ก โดนดำเนินคดีด้วย ให้เป็นเรื่องของหมวดโค้ก ไปแก้เอง เพราะหมวดโค้ก ไม่ทราบเรื่องนี้ โดยหมวดโค้ก ยังบอกตนเลยว่า “เอาเอกสารของผมไปได้อย่างไร มีความผิดนะ” ตนก็ยอมรับว่า เอาออกมาเอง และตนยังไม่ได้พูดคุยอะไร จึงไม่ทราบว่าหมวดโค้กมีความเครียดหรือไม่ แต่คิดว่าหมวดโค้ก น่าจะโดนตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในเรื่องนี้

นางเรวดี หาแก้ว หรือ “ป้าติ้น” ให้ดูสายที่มีการโทรศัพท์เข้า-ออก

ป้าติ้น ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้หากมีน้ำสาบานที่ไหนศักสิทธิ์ ที่คนทำผิดสามารถกินแล้วตายได้ ตนจะให้กินน้ำกันทั้ง 3 คนจะได้รู้ความจริง เนื่องจาก ตนเหนื่อย และเบื่อกับเรื่องของคนที่ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้นำโทรศัพท์ของป้าติ้น มาตรวจสอบพบว่า ไม่มีข้อมูลการโทรศัพท์ไปยังเบอร์ติดต่อของป้าติ๋วหรือป้าดา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่อย่างใด แต่มีข้อความ SMS ที่ป้าติ้นส่งหาลูกสาวของป้าติ๋วจริง เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 ทีมข่าวจึงขอบันทึกภาพไว้

keyboard_arrow_up