เหยื่ออีกราย ถูกน้ำปริศนาสาดรถสีพังยับโร่แจ้งความจี้ ตร.จับ กล้องชัดจับภาพมือมืด (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เพซบุ๊ก “น้องอิ่มเจ้าหมอน้อย” โพสต์เตือนภัย ระบุว่า “เมื่อวันเสาร์ (10 มี.ค.) ที่ผ่านมา ได้ขับรถกลับจากถนนสาทร ผ่านถนนราชพฤกษ์ บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีวุฒากาศ ช่วงนั้นรถติด ขณะที่รถขับไปเรื่อยๆ ได้ยินเสียงแปลกๆ ที่ข้างรถ แต่ไม่ได้ผิดสังเกตอะไร แต่ได้มีกลิ่นเคมีเข้ามาในรถ เลยรีบขับรถกลับบ้านมาดูรถของตัวเอง พบว่ามีรอยคราบขุยสีขาวขึ้นมาจากตัวรถ เลยเอาน้ำมาฉีดออก เห็นสีรถติดออกมาด้วย ตกใจมาก!! เห็นว่าเคยเกิดเหตุการณ์คล้ายกัน สงสัยว่าน่าจะทำเป็นแก๊ง ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้”

น.ส.ธฤตา ตั้งวงษ์ไซย ผู้เสียหายเหตุถูกสารเคมีสาดใส่รถ

วันนี้ (14 มี.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 1 ราย ชื่อ น.ส.ธฤตา ตั้งวงษ์ไซย เป็นพนักงานบริษัทเอกชน และอาสาสมัครกู้ภัย เข้ามาโพสต์ภาพความเสียหายของรถ หลังถูกสารเคมีสาดใส่ ขณะขับผ่านจุดเกิดเหตุ ในบริเวณเดียวกัน

โดย น.ส.ธฤตา ได้พาทีมข่าวไปดูที่รถคันเกิดเหตุ พบว่า เป็นรถยนต์กระบะยกสูง สีส้ม ป้ายทะเบียน ฏช 519 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายจากการถูกสาดด้วยสารเคมีไม่ทราบชนิด ซึ่งเป็นฝั่งเดียวกัน กับรถของ น.ส.การณชา สุทรวัฒน์ ผู้เสียหายที่โดนสารเคมีสาดใส่รถคันสีขาวไปก่อนหน้านี้ ทำให้มีแผลที่สีรถ และบางจุด น้ำยาเคมีได้กัดกินสีรถ จนเข้าไปถึงตัวถังรถอีกด้วย

ทั้งนี้ ความเสียหายของรถยนต์กระบะ คันสีส้มนั้น พบรอยสีที่ถลอกเป็นทางยาว ตั้งแต่ประตู ยาวไปถึงตัวห้องเครื่องหน้ารถ และยางพลาสติกตกแต่งคิ้วรถ ก็ได้รับความเสียหายเป็นทางยาว และจากพูดคุยกับประกันภัยรถยนต์ ในเบื้องต้นจะต้องซ่อมสี เก็บรอยทั้งหมด 10 จุด คือ ตรงประตูกระจก กระจกมองข้าง ยางพลาสติก และตัวถังหน้ารถ

ภาพจากกล้องหน้ารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้

น.ส.ธฤตา กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ของตนเองนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค. หลังจากเหตุการณ์ของ น.ส.การณชา หลังจากนั้นวันที่ 13 มี.ค. ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความ สน.ตลาดพลู พร้อมหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถ ปรากฏภาพในวินาทีที่ 01.20 ช่วงที่ตนได้ยินเสียงดังบริเวณกระจก พบคนขี่รถจักรยานยนต์ สวมเสื้อดำ สวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นรถคันดังกล่าวเป็นผู้ก่อเหตุ

ภาพความเสียหายของรถยนต์

ในวันเกิดเหตุตนเองได้ขับรถผ่านมา ยังถนนเส้นราชพฤกษ์ บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีวุฒากาศ ขณะที่ขับรถผ่านได้ยินเสียงคล้ายกับคนปาสิ่งของบางอย่างใส่กระจก ตนเองจึงหันไปมอง ก็เห็นว่ากระจกฝั่งตรงข้ามคนขับ มีรอยเปื้อน จึงคิดว่ามีคนมาปาไข่ขาวใส่ จนกระทั่งเมื่อขับรถไปถึงที่ทำงาน จึงจอดรถลงมาจับ และสูดดมดู พบว่ามีลักษณ์เป็นน้ำใสๆ เย็นๆ และมีกลิ่นเหม็น คล้ายทินเนอร์ จึงนำผ้าสะอาดมาเช็ดออก ซึ่งภายหลังทำความสะอาด สีรถของตนก็หลุดติดมากับผ้าที่เช็ด เลยแน่นใจว่าคงไม่ใช่ไข่ขาว แต่น่าจะเป็นสารเคมีบางอย่าง ที่มีคนนำมาสาดใส่รถตน

ขณะเดียวกัน น.ส.ธฤตา กล่าวว่า หลังจากรถได้รับความเสียหาย ได้แจ้งให้ประกันรถแล้ว ต้องรอวันที่นำรถไปส่งซ่อมสี ซึ่งยังไม่ทราบตัวคนก่อเหตุ จึงต้องเสียค่าส่วนต่างประกันกรณีที่ไม่มีคู่กรณีเอง จำนวน 1,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า จุดดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จึงเอาผิดได้ยาก ดังนั้นตนจึงต้องอาศัยพลเมืองดี ที่ขับตามหลัง หากมีกล้องหน้ารถ ช่วยส่งภาพเหตุการณ์มาให้ตนด้วย

เอกสารแจ้งความ ที่ สน.ตลาดพลู

ด้าน พ.ต.อ.บรรยง แดงมั่นคง ผู้กำกับการ สน.ตลาดพลู กล่าวว่า เบื้องต้นตอนนี้ รับทราบจากพนักงานสอบสวนแล้ว และ ได้ส่งชุดสืบและตำรวจจราจรลงพื้นที่ เข้าไปสังเกตการณ์ ก็พบว่าเหตุการณ์ปกติ สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุอาจจะมาก่อเหตุวันเว้นวัน เพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปสังเกตการณ์ ยังไม่พบลักษณะตามที่เป็นข่าว

พ.ต.อ.บรรยง ฝากถึงประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็น หรือโดนกระทำลักษณะนี้ ให้เข้ามาแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เพื่อจะได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ส่วนคนที่ก่อเหตุหากจับกุมได้แล้ว จะเชิญผู้เสียหายเข้ามาชี้ตัว และจะแจ้งข้อหาตามคดีอาญา กระทำการให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

keyboard_arrow_up