บิ๊กอินเตอร์ลิงค์ รับไม่กระทบ!! ‘กสทช.’ เบรค ประมูลเน็ตชายขอบ เหตุ ‘ดีอี’ ทวงคืน

“กสทช.” เบรค ประมูลเน็ตชายขอบ เหตุ “ดีอี” ทวงคืน ขณะที่ บิ๊กอินเตอร์ลิ้งค์ รับไม่กระทบบริษัท แฉ “ทีโอที” ขอติดตั้งเอง เผย “ดีอี” เตรียมแก้สัญญาติดตั้งอุปกรณ์ลดลง คาดมูลค่าโครงการลดเหลือไม่เกิน 1,000 ล้านบาท

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม มีมติให้ชะลอการประมูลการติดตั้งโครงการเน็ตประชารัฐจำนวน 15,733 หมู่บ้าน เนื่องจากที่ประชุมบอร์ด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีมติให้กระทรวงดีอีดำเนินการการติดตั้งเอง โดยนำงบประมาณที่เหลือจากการติดตั้งโครงการในระยะแรก 24,700 หมู่บ้าน ที่มีงบประมาณเหลือ 2,655 ล้านบาท มาดำเนินการ โดยกระทรวงดีอีจะใช้งบประมาณจากเงินที่เหลือ 2,440 ล้านบาท ไปทำการติดตั้งระหว่างเดือนมี.ค.-ธ.ค.2561 เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับการดำเนินการของกระทรวงดีอี

สำหรับงบประมาณในการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาโครงการ 5 ปี รวมถึงการขยาย โครงข่ายไปถึงโรงเรียนทุกโรงเรียนในพื้นที่ที่ กสทช.ติดตั้งไปแล้วจำนวน 3,196 แห่ง ,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน 812 แห่ง และการตั้งศูนย์ยูโซเน็ตและศูนยดิจิทัลชุมชน ให้ใช้เงินของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณ (กองทุน กทปส.) ดำเนินการ

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิงค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า มติกสทช.ที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อว่าไม่กระทบต่อบริษัท เนื่องจาก โครงการติดตั้งเน็ตประชารัฐ เป็นโครงการเดิมของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่จะนำกลับไปดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ แต่ในส่วนของสัญญาที่บริษัทจะเข้าร่วมประมูล จะเป็นในส่วนของโครงการ USO NET เฟส 2 จากมูลค่ารวมโครงการ 1.8 หมื่นล้านบาท

“สำหรับโครงการเน็ตประชารัฐของดีอีจำนวน 15,733 หมู่บ้าน กรอบวงเงินจำนวน 3,200 ล้านบาท ซึ่งเราคาดว่าจะมีการปรับแก้สัญญาและจำนวนการติดตั้งจุดให้น้อยลงเหลือมูลค่าโครงการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งก็จะมีแต่ผู้ให้บริการอย่าง หัวเห่วย แซดทีอี เข้ามาร่วมแข่งขันกัน” นายณัฐนัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ อินเตอร์ลิ้งค์มีความสนใจประมูลโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ 15,000 หมู่บ้าน มั่นใจว่าโครงการนี้ กสทช. ต้องดำเนินการเอง ไม่ใช่ให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ กสทช.ดำเนินการ โดยรูปแบบของโครงการที่ กสทช.จะทำนั้นจะเป็นรูปแบบเดียวกับโครงการอินเตอร์เนตชายขอบ (USO NET) จำนวน 3,920 หมู่บ้าน โดยมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้กสทช.จะประกาศทีโออาร์เพื่อเปิดให้เอกชนประมูล จำนวน 5 สัญญา สัญญาละ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทสนใจภาคกลางและภาคใต้เพราะเป็น 2 ภาค ที่บริษัททำในโครงการอินเตอร์เนตชายขอบมาแล้ว

ขณะเดียวกันที่ประชุมบอร์ดได้พิจารณาการปรับโครงสร้างสำนักงาน กสทช. ตามที่คณะทำงานศึกษาการปรับโครงสร้างได้ทำรายงานมายังสำนักงานฯ แล้ว โดยบอร์ดเห็นว่าการปรับโครงสร้างใหม่ควรเป็นอำนาจชองบอร์ดกสทช.ชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา

นอกจากนี้ ที่ป่ระชุมบอร์ด กสทช.ยังได้มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ที่ผ่านคณะกรรมการดีอีแล้วจำนวน 3820 ล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 2075 ล้านบาท และงบลงทุนเดิม 1744 ล้านบาท โดยไม่มีการกำหนดกรอบวงเงินงบการลงทุนใหม่เนื่องจากบอร์ดกสทช.ชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างการรักษาการณ์

ส่วนกรณีที่สำนักงาน กสทช. ได้ทำหนังสือขอความเห็นสำนักงานกฤษฏีกา เกี่ยวกับอำนาจของกรรมการ กสทช.ที่อยู่ระหว่างการการรักษาการณ์ จะมีอำนาจในการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีความเห็นของกฤษฏีกาตอบกลับมา กสทช.จึงจะชะลอการประการหลักเกณฑ์ในการประมูลคลื่นความถี่ในราชกิจการนุเบกษาออกไปจนกว่าจะได้รับคำตอบจากกฤษฏีกา ทั้งนี้หากการสรรหากรรมการกสทช.ชุดใหม่เสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน และมีกรรมการชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในการจัดการประมูลคลื่น กสทช.

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้เห็นชอบการปรับแผนยุติการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อกของสถานีวิทยุโมเดิร์นไนน์ (ช่อง 9) จำนวน 36 สถานี โดยระยะที่ 1 ยุติจำนวน 13 สถานี ได้แก่ 1.สระแก้ว 2.สกลนคร 3.เพชรบูรณ์ 4.น่าน 5.มุกดาหาร 6.ตาก 7.ชุมพร 8.เลย 9.ระนอง 10.สตูล 11.แม่ฮ่องสอน 12.แม่สะเรียง (จ.แม่ฮ่องสอน) 13.ตะกั่วป่า (จ.พังงา) ในวันที่ 15 ก.พ. 2561 เวลา 00.00 น. และระยะที่ 2 ยุติจำนวน 23 สถานี ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2.นครราชสีมา 3.สงขลา 4.เชียงใหม่

5.อุบลราชธานี 6.ระยอง 7.สิงห์บุรี 8.สุราษฎร์ธานี 9.ยะลา 10.สุโขทัย 11.นครสวรรค์ 12.ตรัง 13.ขอนแก่น 14.ตราด 15.ภูเก็ต 16.อุดรธานี 17.ลำปาง 18.แพร่ 19.เชียงราย 20.ร้อยเอ็ด 21.สุรินทร์ 22.ประจวบคีรีขันธ์ 23.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 16 ก.ค. 2561 เวลา 00.00 น. และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการประสานขอความร่วมมือไปยังบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (ช่อง 3) เพื่อขอให้ช่อง 3 ปรับแผนยุติการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อกให้เร็วขึ้น จากเดิมที่จะยุติในเดือน มี.ค. 2563 เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน.

keyboard_arrow_up