เมียดาบ แฉ ผัวไม่ตั้งใจฆ่า “แจ้” ปัดจับแก้ผ้า ยันโผล่แย่งปืน กระสุนเจาะขาอาจต้องพิการ (คลิป)

กรณีชายสติไม่ดีเปลือยกายเข้าไปแย่งปืน ด.ต.ทยกร แก้วโสม ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทำให้ปืนลั่น 4 นัด เป็นเหตุให้ ด.ต.ทยกร ได้รับบาดเจ็บสาหัส และชายสติไม่ดีที่เข้าแย่งปืน ถูกปืนลั่นใส่ จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุชายรายนี้เกิดอาการหวาดระแวง และคลุ้มคลั่ง

นางเล็ก (นามสมมติ) ภรรยาดาบตำรวจทยกร

วันนี้ (6 มี.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุยกับนางเล็ก ภรรยาของ ด.ต.ทยกร ซึ่งเปิดเผยถึงอาการสามี หรือ “ดาบเติ้ง” ว่า ตนเองพูดคุยกับสามีได้นิดหน่อยเท่านั้น หากพูดเยอะ “ดาบเติ้ง” จะเหนื่อย ตอนนี้จิตใจเริ่มดีขึ้น ส่วนอาการบาดเจ็บที่ขา ต้องล้างแผลทุกวัน และยังรอคำตอบจากแพทย์อยู่ว่า จะรักษาอย่างไรต่อไป

ตนเองคิดว่าสามี คงกลับมาเดินได้ไม่เหมือนเดิม เพราะกระสุนโดนเส้นเลือดใหญ่ ช่วงแรกตนทำใจไม่ได้ รู้สึกสงสารสามี ตอนนี้ยอมรับได้แล้ว เพราะเลือกจะอยู่เคียงข้างกัน โดยก่อนวันเกิดเหตุ “ดาบเติ้ง” ก็ยังจะซื้อแหวนให้ เนื่องในวันเกิดของ “ดาบเติ้ง” เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา

สำหรับผู้หญิงรายหนึ่ง ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ “ดาบเติ้ง” ในวันเกิดเหตุนั้นชื่อ “หนึ่ง” เจ้าของร้านจิลเวอรี่ และเป็นเพื่อนสนิทกับ “ดาบเติ้ง” โดยวันเกิดเหตุ นัดกันว่า จะไปกินข้าวที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง แต่ดาบเติ้ง ต้องการที่จะเปลี่ยนชุดเครื่องแบบออกก่อน จึงแวะเปลี่ยนชุดตรงจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้น “หนึ่ง” ได้โทรศัพท์คุยกับสามี แล้วได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน พอเหตุการณ์ผ่านไปสักพัก “ดาบเติ้ง” บอกกับหนึ่งว่า เรียกรถพยาบาลให้หน่อย ตัวเองถูกยิง “หนึ่ง” จึงมายังจุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้ นางเล็ก ยืนยันว่า “ดาบเติ้ง” มีนิสัยชอบเปลี่ยนเสื้อผ้าในรถอยู่แล้ว เพราะสามี มองว่าสะดวกสบาย และมักจะจอดรถเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงจุดนี้ประจำ เพราะจุดเกิดเหตุค่อนข้างมืด โดยดาบเติ้งจะเปลี่ยนชุดที่เบาะหลังด้านขวา แล้วเปิดประตูรถทั้งสองข้างไว้ ขณะนั้น นายแจ้ เข้ามาในรถทางประตูหลังฝั่งซ้าย แล้วถามสามีว่า “มึงรู้จักกูไหม” ดาบเติ้ง จึงบอกไม่รู้จัก และตอนนั้นได้วางอาวุธปืนไว้บนเบาะรถด้วย ทำให้เกิดเหตุแย่งปืนกันในรถ ซึ่งส่งผลให้ปืนลั่นในเวลาต่อมา

รอยรูกระสุนบนป้าย

บริเวณขอบด้านบนประตูรถ มีรอยกระสุนถูกยิงออกจากด้านใน เพราะมีการแย่งอาวุธกัน ซึ่งปืนได้ลั่นใส่ที่ขาซ้ายของดาบเติ้งก่อน รวมไปถึงโดนตัวรถด้วย นางเล็ก ยังเล่าว่า ปกติดาบเติ้งจะถนัดทั้งมือซ้าย และมือขวา แต่มือด้านขวาใช้การไม่ได้ เนื่องจากเคยประสบอุบัติเหตุมา ซึ่งตนยังถามดาบเติ้งว่า หากผู้ตายเข้ามาทางด้านขวาจะทำอย่างไร ดาบเติ้งบอกเลยว่า “ก็คงตายอย่างเดียว”

นางเล็ก กล่าวต่ออีกว่า สามีไม่ได้รู้จักกับผู้ตายมาก่อน และตนคิดว่า “ดาบเติ้ง” ไม่ได้ตั้งใจทำปืนลั่นใส่ผู้ตาย ตามที่ครอบครัวผู้ตายเข้าใจว่าพยายามฆ่า ซึ่งเมื่อหลายวันก่อน ทางครอบครัวผู้ตายได้มาเยี่ยม และสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ “ดาบเติ้ง” ตอบได้นิดเดียว ตนพยายามจะถามครอบครัวผู้ตายว่า จะดูแผลของ “ดาบเติ้ง” บ้างไหม เพราะต้องการให้ดูว่าฝ่ายของตนบาดเจ็บหนักเช่นกัน แต่ครอบครัวผู้ตายปฏิเสธ

ส่วนกรณีที่ผู้ตายถอดเสื้อผ้านั้น นางเล็กกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ตายยังสวมใส่กางเกงยีนส์ แต่ไม่ได้ใส่เสื้อ ซึ่งพอเกิดเหตุปืนลั่น ดาบเติ้งได้ผลักผู้ตายออกจากรถ แล้วปิดประตูล็อกรถทันที และเห็นว่า นายแจ้ ลุกขึ้นเดินรอบรถได้ แต่หายไปตอนไหนไม่ทราบ ส่วนสภาพผู้บาดเจ็บ ถูกถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยนั้น สามีไม่ได้เป็นผู้ถอด เพราะตอนนั้น “ดาบเติ้ง” บาดเจ็บหนักเช่นเดียวกัน นางเล็ก คิดว่า สามีคงไม่มีแรงที่จะไปถอดเสื้อผ้าของผู้บาดเจ็บ

สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการสืบสวน ส่วนข้อมูลเรื่องวิถีการยิงนั้น ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน แต่เบื้องต้นทราบว่า เป็นเหตุยิงกันภายในรถของดาบเติ้ง โดยดาบเติ้งได้เปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่เบาะหลังข้างขวาภายในรถ ซึ่งประตูข้างขวาปิดสนิท แต่ประตูข้างซ้ายไม่ได้ปิดสนิท และไม่ได้ล็อกประตู ทำให้นายแจ้เปิดประตูฝั่งซ้ายเข้ามานั่งที่เบาะหลังได้

ทั้งนี้ยังระบุไม่ได้ว่า จะมีการยิงในลักษณะใดบ้าง ขณะอยู่ภายในรถทราบว่า มีกระสุนถูกยิงออกไปจำนวน 5 นัด ซึ่งมีร่องรอยกระสุนที่ถูกยิงไปตรงจุด เหนือกระจกรถด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ยืนยันว่า เป็นกระสุนลูกเดียวกับบนแผ่นป้ายประกาศหรือไม่ ทั้งนี้ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งให้โดยเร็วที่สุด

นายต้น (นามสมมติ) เจ้าของร้านซ่อมรถ

ด้านนายต้น (นามสมมติ) เจ้าของร้านซ่อมรถ ผู้ที่ไปถึงจุดเกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เห็นนายแจ้ เดินผ่านหน้าร้านซ่อมรถของตนไป ท่าทางไม่ค่อยปกติ เพราะมีลักษณะเหมือนคนพูดคนเดียว และคาบกิ่งไม้ไว้ที่ปาก

จากนั้นนายแจ้ ได้พูดกับลูกค้าที่รอซ่อมรถของตนว่า “ต่อไปผมจะไม่ยุ่งกับพี่อีกแล้ว” คนในร้านตนจึงไล่ออกจากร้านไป ซึ่งตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไร ซึ่งชายคนดังกล่าว ยังสวมใส่เสื้อยืดสีแดง มีเสื้อยีนส์พาดไว้ที่บ่า แล้วก็สวมใส่กางเกงยีนส์

บริเวณสถานที่เกิดเหตุ

จากนั้นผ่านไปประมาณ 10 นาที ตนได้ยินคนพม่า ซึ่งพนักงานโรงงานเดินผ่านหน้าร้านตน พูดคุยกันว่า มีคนถูกรถชน ตนจึงขับรถจักรยานยนต์ไปดู แต่ยังไม่พบคนเจ็บจึงกลับมาก่อน แล้ววนรถกลับมาอีกรอบ พร้อมกับรถมูลนิธิร่วมกตัญญู พอถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ผ่านหน้าร้านตนไป นอนร้องโวยวายอยู่ที่พื้น และไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงลงไปช่วยปฐมพยาบาล

ต่อมาตนก็เห็นว่ามีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง กำลังจะขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ ส่วนตัวคิดว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มากับดาบเติ้ง เพราะดูมีท่าทีตื่นตระหนก เพราะหากอยู่ในสถานการณ์ด้วยกัน คงจะต้องพาดาบเติ้งหนีตั้งแต่แรกแล้ว และที่นายแจ้ถอดเสื้อผ้า ก็น่าจะถอดตั้งแต่เดินผ่านร้านตนไป อีกทั้ง หลังจากนายแจ้ ผ่านหน้าร้านตนไปประมาณ 10 นาที ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

keyboard_arrow_up