“เสรี” ฉุน! โพสต์ อาสาเป็นทนายให้ “หน.วิเชียร” หากถูกดำเนินคดี

วันนี้ (10 ก.พ.) นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)

ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ส่วนตัวว่า “ผมติดตามข่าว ของนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา”

ข้อความในเฟซบุ๊ก ส่วนตัวว่า นายเสรี สุวรรณภานนท์

โดยระบุว่า นายวิเชียรให้การว่าไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ 110 บาท ซึ่งเป็นค่าเข้าคนละ 20 บาทและค่านำรถเข้าพื้นที่ 30 บาทจริง จึงต้องรายงานให้กรมอุทยานฯ พิจารณาดำเนินการ ซึ่งสามารถดำเนินการเอาผิดได้ทั้งทางวินัยและอาญา หากมีการร้องทุกข์ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งดูมันแปร่งๆ ทั้งที่นายวิเชียรเพิ่งจับคนร้ายได้ไม่ใช่หรือ แต่ทำไมกลับกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง

นายเสรี ระบุต่อว่า แม้ว่านายวิเชียรจะรับสารภาพว่าไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติจริง ก็ต้องพิจารณาดูว่า มีผู้บังคับบัญชาหัวหน้าที่มีตำแหน่งสูงกว่า ที่สั่งการมาว่า “มีแขกวีไอพี เข้าพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่แถวนั้นดูแลอำนวยความสะดวกแก่แขกวีไอพีด้วย”

นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)

เมื่อมีคำสั่งแบบนี้แสดงว่าการไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ไม่ได้เกิดจากการอนุญาตหรือไม่อนุญาตของนายวิเชียร แต่เป็นคำสั่งที่อยู่เหนือกว่า ดังนั้นแสดงว่านายวิเชียร ไม่มีเจตนากระทำความผิด การจะกล่าวหาว่าผู้ใดกระทำความผิดก็ต้องมีองค์ประกอบความผิดว่า ผู้กระทำมีเจตนากระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และก็ไม่ผิดทางวินัยด้วย เพราะมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่าสั่งการ

นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าชุดจับกุมนายเปรมชัย เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“หากวิเชียรถูกดำเนินคดี ผมในฐานะเป็นทนายความ ขออาสาเป็นทนายความให้ จะได้พิสูจน์กันว่าคนสั่งการเป็นใครที่จะต้องรับผิดตัวจริง การสอบสวนควรสอบสวนข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความ โดยสืบสวนสอบสวนให้ปรากฏว่าใครเป็นผู้สั่งการ อย่าเบี่ยงเบนประเด็น อย่าทำคดีแบบแก้เกี้ยวตัดตอนลักษณะเช่นนี้ เพราะมันจะทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ การสืบสวนสอบสวนแบบนี้แหละที่ทำให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ชาวบ้านเขาจึงเรียกร้องต้องการให้มีการปฏิรูปตำรวจ”

 

ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ก เสรี สุวรรณภานนท์

keyboard_arrow_up