นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินแก้ผ้า-ปาอุจจาระใส่เจ้าหน้าที่ ในสนามบินภูเก็ต อ้างกินยาปลุกเซ็กส์เกินขนาด

จากกรณีที่มีการเผยแพร่วิดีโอคลิปขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินแก้ผ้าอยู่ในพื้นที่ของสนามบินแห่งหนึ่ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะช่วยกันจับกุมตัวนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวไว้ได้ด้วยความทุลักทุเล

นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินแก้ผ้าในสนามบิน

ล่าสุด วันนี้ (7 ม.ค.) ส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ส่งหนังสือชี้แจงโดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจำนวน 2 คลิปและข้อความตำหนิท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) เกี่ยวกับการเข้าจับกุมผู้โดยสารที่คลุ้มคลั่งของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทางท่าอากาศยานภูเก็ต ใคร่ขอชี้แจงรายละเอียดให้ทราบดังนี้

ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ท่าอากาศยานภูเก็ต จริง โดยเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 61 เวลาประมาณ 23:00 น. ศูนย์รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้รับแจ้งว่ามีผู้โดยสารชาย ผิวขาว รูปร่างสันทัด เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เดินเปลือยกายบริเวณหน้าห้องน้ำหลังจุดตรวจค้นสัมภาระติดตัวผู้โดยสาร ห้องพักผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวน 6 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู , เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้เข้าไปยังที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์

เจ้าหน้าที่จับกุมชาวต่างชาติ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตุการณ์พฤติกรรมและพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้โดยสารเกิดความสงบ แต่ผู้      โดยสารกลับเกิดความคลุ้มคลั่งถ่ายอุจจาระและพยายามนำอุจจาระขว้างใส่เจ้าหน้าที่และผู้โดยสารอื่นบริเวณใกล้      เคียง รวมทั้งได้ขว้างสิ่งของเพื่อทำลายทรัพย์สิน ทภก.และร้านค้าต่าง ๆ บริเวณใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องเข้าจับกุมเพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารท่านอื่นและความเสียหายต่างๆ ของทรัพย์สินรวมถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ โดยได้พยายามนำตัวไปยังแนวทางเดินด้านหน้าห้องน้ำทิศเหนือเพื่อไม่ให้ผู้โดยสารท่านอื่นเกิดความแตกตื่น แต่เนื่องจากผู้โดยสารไม่ได้สวมเสื้อผ้า ทำให้ยากต่อการจับกุม

ตำรวจควบคุมตัวนักท่องเที่ยวมาสอบปากคำ

ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวชายคนดังกล่าวไปนั่งสงบสติอารมณ์บริเวณศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก. ทราบภายหลังว่าเป็นชาวเกาหลีใต้ถือหลังถือเดินทางประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อผู้โดยสารคนดังกล่าวได้สติแล้วจึงได้ยอมรับว่าได้รับประทานยาปลุกอารมณ์ทางเพศเกินขนาดจนทำให้เกิดความคุ้มคลั่ง ไม่รู้สึกตัว และยินดีชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ท่าอากาศยานภูเก็ต จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินเพื่อยกเลิกการเดินทางและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู นำตัวไปยัง สภ.สาคูเพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป

ท่าอากาศยานภูเก็ต ขอยืนยันว่า ท่าอากาศยานภูเก็ต ไม่มีนโยบายในการใช้ความรุนแรงในการเข้าจับกุมผู้โดยสารในทุกกรณี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานภูเก็ต ทุกคนได้รับการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีเครื่อข่ายในการประสานงานการเข้าจับกุมผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร, ตำรวจท่องเที่ยว, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, บริษัทการบินรวมถึงสถานกงศุลและสถานฑูตของประเทศต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามหลักสากล ทั้งนี้ ทภก.ให้ความสำคัญเกี่ยวกับด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นอันดับแรกตามนโยบาย “ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ” ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หากท่านพบเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทภก.ที่ประจำอยู่ทั่วบริเวณ ทภก.หรือแจ้งไปยังศูนย์รักษาความปลอดภัย ทภก.หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-1191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ทราบว่า นักท่องเที่ยวคนดังกล่าว เป็นชาวเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังจะออกเดินทางจากภูเก็ต-ไปอินชอน โดยนั่งรอขึ้นเครื่องในห้องพักผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ได้เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้น จึงส่งตัวดำเนินคดี เบื้องต้น เมื่อได้สติแล้วจึงได้ยอมรับว่าได้รับประทานยาปลุกอารมณ์ทางเพศเกินขนาด จนทำให้เกิดความคุ้มคลั่งไม่รู้สึกตัว และยินดีชดใช้ค่าเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สาคูเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เปิดเผย ว่าหลังรับตัวมาที่สภ.สาคู ในช่วงดึกของวันที่ 4 มกราคม เจ้าหน้าที่พบว่า นักท่องเที่ยวยังมีอาการไม่สู้ดี ในช่วงเช้าของวันที่ 5 ม.ค.61 จึงได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตนำส่งตัว นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และวินิจฉัยสาเหตุ ก่อนเปรียบเทียบปรับในภายหลัง

 

keyboard_arrow_up