เส้นทางหลวงบางปะอิน เริ่มมีปริมาณรถมาก ปชช.ทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯ (คลิป)

การจราจรในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นอีกหนึ่งจุดที่เจ้าหน้าที่วางกำลังดูแลทั้งขาเข้า และขาออก เพราะเป็นจุดรับรถมาจากทั้งภาคเหนือ และอีสาน

ตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพการจราจรในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งรับรถมาจากภาคเหนือ ผ่านทาง จ.นครสวรรค์ ปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยรถสามารถเคลื่อนตัวได้ และทำความเร็วได้ในระดับหนึ่ง ด้านเจ้าหน้าที่ เร่งอำนวยความสะดวกการจราจรตามเส้นทางต่างๆ ที่เป็นจุดเฝ้าระวัง โดยเฉพาะทางแยกเข้าปั๊มน้ำมันและแยกต่างระดับ เพื่อเตรียมความพร้อม ซึ่งคาดว่าในช่วงเย็นนี้จะมีปริมาณรถมากขึ้น

นายธีระพล อยู่หลาย ผู้ช่วยหัวหน้าหมวดทางหลวงบางปะอิน บอกว่า ประชาชนเริ่มเดินทางกลับเข้ากรุงเทพตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ และคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ ปริมาณรถจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่รถที่ใช้เส้นทางนี้จะมุ่งหน้าไปทางวงแหวนตะวันออก ไปบางนา-ตราด หรือชลบุรี

อย่างไรก็ตาม หากสภาพการจราจรติดสะสมช่วง อ.บางปะหัน ตำรวจทางหลวงจะเร่งระบายและแนะนำให้ประชาชนใช้ทางหลวงหมายเลข 347 ปทุมธานีแทน ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงได้ปรับปรุงสภาพถนนให้อยู่ในสภาพดี ไม่มีหลุมบ่อ สามารถช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางได้

นายสุริยวุฒิ ดำทรัพย์ อายุ 32 ชาวจังหวัดพะเยา เล่าว่า ตนเองเริ่มทำงานในวัน ที่ 3 มกราคมนี้ แต่ที่ต้องเดินทางกลับวันนี้ เนื่องจากอาศัยรถของพี่ชายกลับมาด้วย ซึ่งการเดินทางถือว่าสะดวก มีรถติดบ้างแต่น้อยกว่าทุกปี นอกจากข้าวสารอาหารแห้งที่นำกลับมาด้วยแล้ว ยังนำไก่ชนกลับมาเลี้ยงเป็นงานอดิเรกด้วย

ที่สถานีขนส่งหมอชิต ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เริ่มมีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางกลับเข้ามาที่กรุงเทพฯ กันบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นประชาชนจากจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง เป็นการเดินทางระยะสั้น ยังไม่มีรถที่เดินทาจากภาคเหนือ หรืออีสานเข้ามา ซึ่งคาดว่าช่วงค่ำวันนี้จะคึกคักและต้องรองรับประชาชนจากพื้นที่ไกล

คุณสุพัตรา หาญสุด และคุณมงคล ตั้งไว้รัมย์ สองสามีภรรยาชาวจังหวัดนครราชสีมา บอกว่า ใช้เวลาเดินทางเข้า กทม. วันนี้รวมแล้วประมาณ 6-7 ชั่วโมง และเลือกกลับวันนี้ เพราะหนีรถติด และไม่อยากเสียเวลาบนท้องถนนนานเหมือนปีก่อนๆ วันนี้นำข้าวสารและอาหารแห้งบางส่วนกลับมาด้วย เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ด้าน บขส.ได้จัดรถโดยสารรองรับประชาชนในเที่ยวขากลับ ตั้งแต่วันที่ 2-3 มกราคมนี้ โดยจัดเที่ยววิ่งจากปกติ วันละ 6,238 เที่ยว เพิ่มอีกวันละประมาณ 1,700 เที่ยว รวมเป็น 7,938 เที่ยว ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึงวันละประมาณ 163,000 คน โดยคาดว่าประชาชนจะเดินทางมากสุดในวันพรุ่งนี้ ประมาณ 163,492 คน

ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ยังคงคุมเข้มมาตรการโดยเฉพาะด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ที่ จ.พิจิตร ประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หลายครอบครัวนำข้าวสารอาหารแห้งจากบ้านเกิดกลับไปด้วย เพื่อลดค่าครองชีพ ส่วนบรรยากาศที่ถนนสายเอเชีย สาย 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์ การจราจรเริ่มหนาแน่น แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยความเร็วอยู่ที่ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จ.อุทัยธานี บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร ประชาชนทยอยเดินทางเข้า กทม. เช่นกัน ส่วนใหญ่เลือกเดินทางวันนี้ เพื่อลดความแออัดของการเดินทางวันสุดท้าย โดยขนส่งได้เตรียมรถตู้โดยสารประจำทางและรถโดยสารปรับอากาศ หรือ รถทัวร์ ไว้อย่างเพียงพอสำหรับความต้องการ และคุมเข้มไม่ให้มีการจัดที่นั่งเสริม หรือตั๋วผี โดยมั่นใจว่าจะมีผู้โดยสารตกค้างในช่วงของเทศกาลปีใหม่อย่างแน่นอน

ที่ จ.นครราชสีมา วันนี้เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางกันแล้ว หลังผ่านวันหยุดยาวปีใหม่ ซึ่งช่วงบ่ายที่ผ่านมา จุดที่มีปริมาณรถมาก อยู่ที่หน้าโชคชัยสเต็กเฮาส์ กม. 52 ถนนมิตรภาพ ต. หนองน้ำแดง อ. ปากช่อง เพราะต้องรอบรับรถที่เดินทางมาเที่ยวปีใหม่ด้วย ทำให้รถชะลอตัวยาวมาถึง กม. ที่ 58 สะพานต่างระดับเข้าเขาใหญ่

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปากช่อง ได้เริ่มเปิดช่องทางพิเศษ ให้รถวิ่งสวนทางฝั่งขาเข้า จ. นครราชสีมา อีก 1 ช่องทาง เมื่อเวลา 15.00 น. ตั้งแต่ กม. 54 เพื่อลดปริมาณรถสะสมหนาแน่น.

keyboard_arrow_up