ถึงผ่านอย. ก็ไม่กล้าใช้! สาวๆ ร้องยี๊เครื่องสำอางสกัดจาก ‘อสุจิ’

เป็นเรื่องที่มีคนพูดถึงตลอด 2-3 วันมานี้ กับโพสต์รับซื้ออสุจิมาทำเครื่องสำอางชะลอวัย จากการตรวจสอบแล้วพบว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ใช่ข่าวจริง เป็นเพียงการโพสต์กลั่นแกล้งเท่านั้น แต่ทีมข่าวเราได้สำรวจความคิดเห็นของผู้หญิง ว่าจะกล้าใช้ไหม และถามผู้ชายว่าถ้ามีแบบนี้จริง จะขายอสุจิไหม ซึ่งก็มีหลากหลายความเห็น

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชน และพบว่าผู้ชายมีทั้ง 2 มุมมอง เช่นนายภราดร ศรีใสย ที่บอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่อยากขาย เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะนำอสุจิของตนเองไปทำอะไรไม่ดีหรือไม่ ถึงแม้จะได้เงินง่าย แต่ก็ไปทำงานอย่างอื่นดีกว่า

ขณะที่นายธีรณัฐ ตั้งธนคุณ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ถ้ามีรับซื้อจริงๆ ตนก็อยากขาย เพราะว่าได้เงินเร็วดี แต่คงไม่ขายบ่อยๆ จะขายก็ต่อเมื่อร้อนเงินและต้องการเงิน ซึ่งไม่รู้สึกกลัวว่าจะมีการนำไปทำอะไรที่ไม่ดี เพราะก็เคยเห็นว่านำไปใช้ทางการแพทย์ได้หากใช้ถูกวิธี

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้ไปสำรวจความคิดเห็นของผู้หญิงด้วยว่า หากมีการนำอสุจิของผู้ชายมาสกัดเป็นเครื่องสำอางจริงจะกล้าใช้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้หญิงค่อนข้างอาย ทำให้บางคนก็ไม่กล้าให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว แต่ก็มีบางคนกล้าที่จะให้สัมภาษณ์ เช่นนางสาวกัลยา จันรวม บอกว่าหากมีเครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของอสุจิผู้ชาย ก็คงไม่ซื้อมาใช้ เพราะไม่น่าจะนำมาทำเครื่องสำอางค์ได้ และไม่เชื่อว่าจะทำให้ใบหน้าขาวใสหรือชะลอริ้วรอยได้จริง และไม่มั่นใจด้วยว่ากระบวนการผลิตจะสะอาดหรือเชื่อถือได้แค่ไหน แต่ถ้าสะอาดได้รับการรับรอง ก็ยังคงไม่กล้าใช้อยู่ดี

ขณะที่ทีมข่าวได้ตรวจสอบโพสต์และข้อความดังกล่าวมีระบุชื่อผู้รับซื้อคือ ทนายความคนหนึ่งชื่อว่า นายธาตรี (ขอไม่บอกนามสกุล) และระบุเบอร์โทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์และสถานที่รับซื้อด้วยว่าอยู่แถวพระราม 2 เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการโพสต์กลั่นแกล้งนายธาตรี เนื่องจากนายธาตรีเป็นทนายความ ที่เมื่อประมาณปี 2557 เป็นทนายความให้กับน้องการ์ตูน เหยื่อที่ถูกรถกระบะพุ่งชนร้านสเต็ก ทำให้คุณพ่อน้องการ์ตูนเสียชีวิต ส่วนน้องการ์ตูนพิการ ซึ่งทางคู่กรณีเองได้เซ็นยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่าง แต่มีการเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมและตกลงกันไม่ได้ ทนายธาตรีได้พูดหยอกล้อกับคู่กรณีน้องการ์ตูนว่า “เธอคงไม่มีปัญญาหาเงินได้ คงต้องไปโดดตึกตาย”

ทำให้หลังจากนั้นนายธาตรีโดนสังคมรุมโจมตี และนำข้อมูลส่วนตัว ทั้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ ไปสร้างเพจทำธุรกิจที่แปลกๆ มากมาย ทั้งรับซื้ออสุจิ รับตัดเศียรพระ รับจ้างทวงหนี้ ขายปืนเถื่อน และอื่นๆอีกมายมาย ขณะที่เบอร์โทรทั้ง2เบอร์นั้น ก็ไม่สามารถติดต่อได้ทั้ง 2 เบอร์

ส่วนการขายอสุจินั้น จากการตรวจสอบ พบว่า การประกาศซื้อขาย อสุจิ แบบนี้ ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 อีกด้วย

keyboard_arrow_up