แม่ครูบาน้อยเปิดใจ เศร้าสังคมกล่าวหาหลอกลวงอยู่ถ้ำ 3 ปี – เพื่อนเผยนิสัยอัศจรรย์ชอบวาดรูปพระพุทธเจ้า (คลิป)

จากกรณีที่ พระญาณวิไชย ภิกขุ หรือ ครูบาน้อย ได้ตัดทางโลกเข้ากรรมฐานในถ้ำมืดนาน 3 ปี 3 เดือน 3 วัน จนล่าสุดออกจากถ้ำมาสู่โลกภายนอก จนทำให้ชาวบ้านจำนวนมากพากันมาที่พุทธสถานถ้ำเชตวัน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน อีกทั้งกลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์กับการประพฤติปฏิบัติของครูบาน้อยไปต่างๆนานาๆ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

นางธิดารัตน์ กายา มารดาของครูบาน้อย

ล่าสุด วันนี้(21 ต.ค.60) นางธิดารัตน์ กายา มารดาของครูบาน้อย เปิดเผยชีวิตวัยเด็กของ “ครูบาน้อย” ช่วงอายุประมาณ 8 ขวบ ให้ฟังว่า “ครูบาน้อย” เคยร้องไห้อยากจะบวช แต่ขณะนั้นตนเห็นว่า “ครูบาน้อย” เรียนอยู่จึงไม่ได้ให้บวช ต่อมา “ครูบาน้อย” ได้ป่วยเป็นลมชักบ่อยครั้ง และเมื่อพาไปตรวจที่โรงพยาบาล ทางแพทย์กลับไม่พบเจออาการใดๆ จนตนยอมให้ “ครูบาน้อย” บวชช่วงปิดเทอม 1 เดือน แล้วก็ได้สึึกออกมา พอ “ครูบาน้อย” เรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 “ครูบาน้อย” มีความตั้งใจอยากจะบวชอีก ตนจึงไม่ขัด และ “ครูบาน้อย” ยังเป็นผู้จัดการเรื่องราวการบวชและเรียนเองทุกอย่าง จนเรียนจบเปรียญธรรม 4

เมื่อ “ครูบาน้อย” เรียนจบ ก็ออกธุดงค์ไปตามพื้นที่ต่างๆ พอมาถึงช่วงปีพ.ศ. 2549 “ครูบาน้อย” ก็ได้เดินทางกลับมาที่ชุมชน แล้วได้มาสร้างพระธาตุให้กับชุมชน โดนเงินที่นำมาสร้างก็เป็นเงินที่ประชาชนนำมาถวายด้วยความศรัทธา

ภาพครั้งที่ “ครูบาน้อย” บวชในวัยเยาว์

นางธิดารัตน์ บอกว่า ขณะนี้ตนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของครูบาน้อย เพราะทราบมาว่า “ครูบาน้อย” ไม่สบาย บางครั้งก็ไม่ได้ฉัน แต่ตนไปบังคับหรือห้าม “ครูบาน้อย” ไม่ได้ พร้อมยอมรับว่า คิดถึง “ครูบาน้อย” เพราะตั้งแต่ “ครูบาน้อย” ออกจากถ้ำ ตนยังไม่มีโอกาสได้ไปพูดคุยกับ “ครูบาน้อย” เนื่องจาก ลูกศิษย์มาหาเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนต้องรออีกสักระยะหนึ่งจึงจะเข้าไปพูดคุย

ส่วนกระแสข่าวที่เป็นด้านลบเกี่ยวกับ “ครูบาน้อย” นางธิดารัตน์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนรู้สึกเสียใจกับข่าวที่ออกไป เพราะอยากบอกว่าแท้จริงแล้ว ลูกชายไม่ใช่คนที่นิสัยไม่ดี และคนในชุมชนก็รู้จักนิสัย และเห็นพฤติกรรมของ “ครูบาน้อย” มาตั้งแต่ “ครูบาน้อย” เกิด

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณครูที่เคยสอน “ครูบาน้อย” สมัยที่ “ครูบาน้อย” ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านสันทะ ซึ่งคุณครู ให้ข้อมูลว่า “ครูบาน้อย” มีความชอบพระพุทธศาสนามาตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งหลายครั้งที่ตนสั่งงานหรือมีกิจกรรมอะไรที่จัดขึ้นภายในโรงเรียน “ครูบาน้อย” ก็มักนำสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาอยู่ในผลงานแทบทุกครั้ง

น.ส.วลัยพร กันทะสือ รุ่นพี่สมัยเรียนของครูบาน้อย

ขณะที่ น.ส.วลัยพร กันทะสือ รุ่นพี่สมัยเรียนของครูบาน้อย เผยว่า ลักษณะนิสัยของ “ครูบาน้อย” จะเป็นคนเรียบร้อย เวลาเล่นกิจกรรมต่างๆ ก็จะไม่เหมือนกับเด็กผู้ชายทั่วไป และพบว่า “ครูบาน้อย” จะชอบวาดรูป เขียนหนังสือ และชอบงานศิลปะ ซึ่งตนเคยเป็นตัวแทนโรงเรียนกับ “ครูบาน้อย” ไปแข่งขันการแกะสลักผลไม้ของจังหวัดน่าน จึงมีโอกาสได้คุยกันทำให้พอทราบความชอบของ “ครูบาน้อย”

พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวิชชโย หรือ ครูบาน้อย

ยกตัวอย่างเช่น การวาดภาพพระพุทธเจ้า “ครูบาน้อย” จะวาดสวยมาก รวมทั้งเวลาที่คุณครูสั่งงาน “ครูบาน้อย” ก็มักจะนำเรื่องพระพุทธศาสนาไปเชื่อมโยงอยู่ในแต่ละผลงานทุกครั้ง ตนจำได้ว่า มีวิชาหนึ่งคุณครูให้นำดินเหนียวมาปั้นเป็นผลงานส่ง “ครูบาน้อย” ก็ได้ปั้นดินเหนียวออกมาเป็นพระพุทธรูป และชั่วโมงภาษาไทย คุณครูจะให้นักเรียนภายในห้องเรียน แสดงบทบาทสมมติ “ครูบาน้อย” ก็จะแสดงเป็นพระ พร้อมกับนำผ้าเหลืองมานุ่งห่มเช่นพระจริง โดยน.ส.วลัยพร บอกว่า ตอนแรกตนก็แปลกใจที่ “ครูบาน้อย” มีพฤติกรรมไม่เหมือนเด็กคนอื่น แต่พอได้รู้จัก จึงเห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่ “ครูบาน้อย” ได้แสดงให้เห็น

ทั้งนี้ พอตนทราบว่า “ครูบาน้อย” บวชเป็นพระ ตอนนั้นก็ไม่ได้ศรัทธาอะไร เพราะปกติเป็นคนไม่ได้ศรัทธาอะไรง่าย แต่พอมาเห็นสิ่งที่ “ครูบาน้อย” ทำ เช่น การสร้างวัด พุทธสถานให้กับพื้นที่ชุมชน รวทั้งคำสอนที่ไม่ได้บิดเบือนพระพุทธศาสนา ตนจึงเลื่อมใสศรัทธา น.ส.วลัยพร กล่าวทิ้งท้าย

keyboard_arrow_up