ฟัง! นาทีระทึกบึ้มตู้ ATM จากปากคนประจัญหน้าโจร – ชี้ครั้งแรกในไทย (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.00น. ของวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดไม่ทราบชนิด ระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑาพังเสียหาย ก่อนจะนำกล่องสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายกล่องเงินขึ้นมอเตอร์ไซด์หลบหนีไป โดยสภาพที่เกิดเหตุที่บริเวณทางด้านขวาหน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้า พบตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพถูกระเบิดพังเสียหาย

สภาพตู้เอทีเอ็มที่ถูกระเบิด

จากการสอบถามนายเอ (นามสมมติ) ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนทำงานอยู่ฝั่งตรงข้าม ต่อมาเวลาประมาณตี 3 ได้ยินเสียงระเบิดดังมากมาจากฝั่งเทสโก้โลตัส จึงออกมาดูเห็นเพลิงกำลังลุกไหม้ตู้เอทีเอ็มทางด้านขวาหน้าทางเข้าห้าง ตนตกใจมากจึงวิ่งมาดู เป็นจังหวะเดียวกับที่มีชายอายุประมาณ 30 กว่าๆขับรถมอเตอร์ไซค์สวนออกมา ลักษณะใส่เสื้อแจ๊คเก็ต และกางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีขาว มอเตอร์ไซค์คล้ายกับฮอนด้าที่บริเวณพักเท้ามีกล่องเหล็กทรงสูงอยู่ด้วย ตนพยายามเรียกและถามแล้วว่าเข้ามาทำไม แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมหยุดขับรถปีนฟุตปาธออกไปมุ่งหน้าถนนศรีนครินทร์ จากนั้นตนจึงรีบวิ่งไปบอก รปภ.ของห้างเทสโก้โลตัสให้รับออกมาช่วยกันดับไฟและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายเอ (นามสมมติ) ผู้ที่เห็นเหตุการณ์

เช่นเดียวกับนายบี (นามสมมติ) ผู้ที่เห็นคนร้ายขณะก่อเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนอนอยู่บนบ้านที่อยู่ติดกับห้างเทสโก้โลตัส ต่อมาได้ยินเสียงระเบิดดังขี้น 1 ครั้งจึงออกมาดูที่หน้าต่าง พบไฟกำลังลุกไหม้เอทีเอ็ม และมีชายรูปร่างท้วมไม่สูงมาก กำลังลากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมคาดว่าจะเป็นกล่องบรรจุธนบัตรออกมาจากกองไฟ ก่อนจะนำขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไม่มีป้ายทะเบียนออกไป

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์นายบี (นามสมมติ) ผู้ที่เห็นคนร้ายขณะก่อเหตุ

นอกจากนี้ พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำงานอยู่ในช่วงเกิดเหตุ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งทราบว่าคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 5 นาที ซึ่งรูปร่างของคนร้ายท้วม อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อเชิ้ตขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ใส่หมวกกันน็อคสีขาวเต็มใบ ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก ไม่ติดเเผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ ขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียงคนเดียว

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ซึ่งคนร้ายใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการก่อเหตุดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่าก่อเหตุโดยใช้ระเบิดทำลายสิ่งคุ้มครองทรัพย์มาก่อน ซึ่งคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่าเป็นการก่อความไม่สงบหรือเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ส่วนสาเหตุที่คนร้ายเลือกใช้วิธีการเช่นนี้ เพราะเป็นวิธีการที่ใช้เวลาน้อยและทำลายสิ่งกีดขวางทรัพย์ได้อย่างง่ายดาย

“ในส่วนของชนิดระเบิดที่ใช้ก่อเหตุนั้น ขณะนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่อีโอดี ยังไม่พบอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดแบบแสวงเครื่อง คาดว่าระเบิดน่าจะเป็นแบบประทัดต่อสายชนวนออกมา แค่คาดว่าคนร้ายน่าจะมีความรู้ในการประกอบระเบิดเบื้องต้นอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงขั้นชำนาญ

พยานที่เห็นเหตุการณ์

ขณะหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด แจ้งเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบตู้เอทีเอ็ม และบริเวณโดยรอบพบว่าแผงปุ่มกดตัวเลข และช่องเงินกระเด็นไปไกลกว่า 50 เมตร และพบว่ามีรอยแรงระเบิดจากบริเวณด้านข้างซ้ายของตู้เอทีเอ็มนั้นคือส่วนที่เปราะบางที่สุด ลักษณะการระเบิดคือการสร้างแรงดันบริเวณนั้น เพื่อผลักให้กล่องเก็บเงินกระเด็นออกมาด้านหน้าอย่างง่ายดาย การลงมือในลักษณะนี้ได้คนร้ายต้องมีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็มและระเบิดเป็นอย่างดี ส่วนระเบิดที่ใช้อาจเป็นซีโฟร์หรือทีเอ็นทีที่มีอานุภาพทำลายล้างต่ำ ขณะนี้ทราบจำนวนเงินที่คนร้ายได้ไปคือ 314,000 บาท ซึ่งเป็นธนบัตร 1,000 และ 100 บาท ส่วนกล่องธนบัตร 500 บาทไม่ได้นำไปด้วย ซึ่งคนร้ายอาจจะรีบร้อนจนไม่ได้นำไปด้วย ส่วนกล้องวงจรปิดขณะนี้ทราบว่ากล้องมีภายในตัวห้างที่สามารถทำงานได้ แต่ภายนอกห้างนั้นกล้องวงจรปิดเสียทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานขอกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็มจากทางธนาคาร และยืนยันว่าการก่อเหตุในครั้งนี้เป็นการประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน ไม่ได้เป็นการก่อเหตุความไม่สงบ

ส่วนกล้องวงจรปิดที่พบมีทั้งภายในห้าง และ ภายนอกพบว่าคนร้ายก่อเหตุเวลาประมาณ 3 นาฬิกา 28 นาที
โดยคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุเพียง 5 นาทีโดยการก่อเหตุครั้งนี้ ยืนยัน ว่าไม่ได้เป็นการสร้างสถานการเลียนแบบพฤติกรรมคนร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แน่นอน เนื่องจาก วิธีการแผนประทุษกรรม แต่ต่างกันชัดเจน

นายเล็ก ประชาชนผู้ที่อยู่ในบริเวณเกิดเหตุ

ทั้งนี้ ทีมข่าว ได้เข้าสอบถามกับนายเล็ก (นามสมมติ) ประชาชนผู้ที่อยู่ในบริเวณเกิดเหตุ ทราบว่า ทันทีที่ตนเองได้ยินเสียงระเบิด วินาทีแรกตนเองคิดว่าเป็นเสียงถังแก๊สรถระเบิด จึงได้วิ่งออกมาจากตึกเพื่อมาช่วยดับไฟ แต่เมื่อมาถึงปรากฏว่า สิ่งที่เห็นนั้น เป็นเปลวเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้เศษชิ้นส่วนของตู้เอทีเอ็ม ที่กระเด็นมาตกใกล้กับบริเวณที่ถังแก๊สของร้านไก่ย่าง 5 ดาวตั้งอยู่ ซึ่งทั้งหมดผลพวงมาจากแรงระเบิด ตนจึงเข้าช่วยเร่งนำน้ำมาดับไฟ เนื่องจากเกรงว่าถังแก๊สจะระเบิด โดยแรงระเบิด ได้ส่งผลให้ ตึกที่ตนเองอยู่สั่นสะเทือน ทำให้ส่วนตัวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลจากการสืบสวน ของหน่วยอีโอดีทราบว่า คนร้ายได้ใช้ระเบิดชนิด TNT หรือ C4 ขนาดประมาณ 200 กรัมก่อเหตุ โดยตั้งระเบิดไว้กับฐานช่องรับเงินก่อนจะใช้ไฟแช็คจุดชนวน

ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชิลิ

ส่วนในต่างประเทศก็เคยเกิดเหตุโจรระเบิดตู้เอทีเอ็มอยู่บ่อยครั้ง ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงซานติอาโก ประเทศชิลี ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุมีด้วยกัน 5 คน ที่แต่งกายอำพรางใบหน้า ได้ช่วยกันเข้าไปทุบตู้เอ็มทีเอ็มในช่วงที่ปลอดคน เมื่อทุบตู้จนพังก็นำระเบิดไปติดตั้งที่ตู้เอ็มทีเอ็มก่อนที่จะจุดชนวนระเบิด ซึ่งทำให้ฝาของตู้เอทีเอ็มเปิดออก และกลุ่มคนร้ายก็สามารถนำกล่องใส่เงินหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 1 นาที 10 วินาที จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ได้ แต่คาดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

ขอบคุณ ONLINE TV KRIMINALIS

keyboard_arrow_up