พิสูจน์ทางเข้าออกบ้าน หนุ่มกระบะหัวร้อนชน 2 คันซ้อน ควัก 1.2 แสนชดใช้ แต่หารสองกับเพื่อน (คลิป)

 

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “puy narin puttarun” ลงภาพจากกล้องวงจรปิด และเล่าเรื่องราว ระบุว่า “ฝาก แชร์ต่อๆกันด้วยนะค่ะ รถจอดอยู่กับที่. แต่โดนชนค่ะ ขออธิบายนะค่ะ คนชน บ้านอยู่ตรงข้ามกับรถที่จอด ซึ่งเรามองว่า พื้นที่ตรงนั้นใครก็สามารถจอดได้ ซึ่งประธานหมู่บ้านก็ประกาศชัดเจนแล้ว มันคือพื้นที่ส่วนกลาง ใครมาก่อนได้ก่อน ประเด็นคือ เราไม่ได้จอดขวางหน้าบ้านเค้าเลย มันคนละฝั่งถนนเลยค่ะ มีความเป็นคนอยู่ไหม โตมาด้วยสังคมแบบไหนกัน ถึงทำเรื่องแบบนี้ได้ โดยไม่รู้สึกผิด”

ภาพจากกล้องวงจรปิด
สภาพรถที่เสียหาย

วันที่ 2 ธ.ค. 62 ทีมข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ ย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ เป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ส่วนใหญ่ทุกบ้านจะมีที่จอดรถเฉลี่ย 1-2 คัน บางบ้านนำรถมาจอดข้างทาง

บริเวณซอยที่เกิดเหตุ

ถนนในหมู่บ้านกว้างประมาณ 14 เมตร ภายในซอยย่อยกว้างเพียง 6 เมตร บริเวณซอยจุดเกิดเหตุคือ ซอย 1 พบว่าฝั่งซ้ายติดกับกำแพงบ้าน ไม่มีประตูเข้าออกของบ้าน ถูกประกาศโดยนิติบุคคลของหมู่บ้านว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลาง โดยมีรถคันเกิดเหตุจอดอยู่ ท้ายรถคันที่ถูกชน พบว่ามีกระถางดอกไม้วางกินพื้นที่ออกมาประมาณ 1 เมตร

บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ

ทำให้รถที่นำมาจอดบริเวณจุดดังกล่าวจึงต้องห่างออกจากกำแพง แต่อีกฝั่งหนึ่งพบว่าเป็นหน้าบ้านและทางเข้าออกของบ้านปลุกติดกัน 3 หลัง ซึ่งหากนำรถมาจอดชิดซ้ายเอาไว้ ฝั่งขวายังคงมีพื้นที่สำหรับเข้าออกได้ตามปกติ ยกเว้นบริเวณซอยดังกล่าว มีการจอดรถซ้อน 2 คัน จึงจะเป็นการปิดซอยและไม่มีทางเข้าออก

ลักษณะการจอดรถ

โดยวัดระยะของถนนภายในซอย 1 พบว่ามีพื้นที่รวมของถนนคือ 6 เมตร หากรวมฟุตพาทซ้ายและขวา มีระยะเพิ่มอีก 1 เมตร ภายในซอยจะมีพื้นที่กว้างทั้งหมด 8 เมตร ดังนั้นหากจอดรถชิดซ้ายซึ่งเป็นฝั่งกำแพง จะกินพื้นที่ประมาณ 2-3 เมตร และจะมีพื้นที่เหลือจากจุดที่รถจอดไปจนถึงบริเวณหน้าบ้านอีกประมาณ 4-5 เมตร

น.ส.นาริน พุทธรุณ ผู้โพสต์คลิป

นางสาวนาริน พุทธรุณ หรือ ปุ้ย อายุ 31 ปี คนโพสต์คลิป เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้ง 2 บ้าน แต่ในฐานะที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน พบเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เป็นการใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นเจตนาตั้งใจชนรถคนอื่นให้ได้รับความเสียหาย บริเวณจุดดังกล่าวมีรถเสียหายมากกว่า 1 คัน แต่ภาพวงจรปิดปรากฏรถเก๋งได้รับความเสียหายมากที่สุด ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ทราบว่าทั้ง 2 บ้านมีความขัดแย้งมาก่อนหรือไม่ แต่ทราบว่าบริเวณจุดดังกล่าวที่รถเก๋งถูกชนเป็นที่ส่วนกลาง คนภายในหมู่บ้านสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

นายภัสกร เพชรชำลิ ผู้ก่อเหตุ

นายภัสกร เพชรชำลิ หรือ เก๋ คนขับกระบะ ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า วันดังกล่าวตนเองตั้งใจที่จะไปบ้านเพื่อนที่อยู่ภายในซอย 1 จะไปช่วยขนย้ายของภายในบ้าน เมื่อไปถึงพบว่ามีรถจอดขวางอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่สามารถถอยรถไปขนย้ายของได้ จึงได้ให้เพื่อนที่อยู่บ้านหลังดังกล่าว พยายามติดต่อเจ้าของรถ แต่ก็ติดต่อใครไม่ได้ ตนเองใช้เวลารอนานพอสมควร และเริ่มเกิดความหงุดหงิด จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว พร้อมทั้งปฏิเสธว่าไม่มีใครสั่งให้ทำ ตนทำลงไปนั้นเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ เพราะเกิดจากความโมโห ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์จนขาดสติ

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านหลังดังกล่าวแล้ว พร้อมที่จะมีการจ่ายช่วยเหลือค่าซ่อมรถ ตนขอโทษที่หงุดหงิด หัวร้อน ฝากขอโทษสังคมและโซเชียลที่รุมด่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียนของตนเอง

นายวรรณลพ ปิ่นมอญ เจ้าของบ้านคู่กรณี

นายวรรณลพ ปิ่นมอญ หรือ เล็ก เจ้าของบ้านคู่กรณี เพื่อนผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนเองได้ให้เพื่อนมาช่วยขนของ โดยขับกระบะเข้ามา แต่ไม่สามารถที่จะถอยรถได้ เพราะมีรถจอดขวางอยู่ แต่ตัวเองก็ได้พยายามหาวิธีติดต่อกับเจ้าของรถ เพราะโดยปกติตนเองเคยบอกคนในหมู่บ้าน หากนำรถมาจอดให้ติดบ้านเลขที่และเบอร์โทรเอาไว้ แต่ในวันเกิดเหตุพบว่ามีรถเก๋ง และรถกระบะมาจอด แต่ไม่มีช่องทางการติดต่อ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เพื่อนคนขับกระบะเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว ตัดสินใจขับรถกระบะชนรถเก๋ง ทั้งนี้ ตนเองพร้อมที่จะเจรจาพูดคุยกับผู้เสียหาย และร่วมออกเงินชดใช้พร้อมกับเพื่อน

นายวิชิต พิลาศรี เจ้าของรถเก๋งที่เสียหาย

ด้าน นายวิชิต พิลาศรี หรือชิต อายุ 47 ปี เจ้าของรถเก๋งที่เสียหาย เปิดใจว่า วันดังกล่าว ตนเองเดินทางมาที่หมู่บ้าน มาเจอกับเพื่อน มีรถรวมกว่า 5 คัน จึงไม่สามารถจอดเพียงพอบริเวณหน้าบ้านจุดนัดพบ เจ้าของบ้านได้แนะนำให้ไปจอดอีกซอยถัดไป ซึ่งคือซอย 1 จุดเกิดเหตุ โดยบริเวณจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนกลาง แต่อีกฝั่งถนนเป็นฝั่งหน้าบ้านของคนก่อเหตุ และเพื่อนบ้านอีก 2 หลัง ซึ่งทุกครั้งที่ตนเองแวะมา หากที่จอดไม่พอ ก็มักจะมาจอดบริเวณจุดนี้เป็นประจำ

ส่วนตัวรู้สึกตกใจ เพราะไม่คิดว่ารถตนเองจะอยู่ในสภาพแบบนี้ โดยตอนที่ออกไปจากหมู่บ้านเพื่อไปร่วมกิจกรรมกีฬากับเพื่อนนั้น ได้จอดรถทิ้งไว้ 2 คัน มีรถเก๋งของตัวเอง และรถกระบะของเจ้าของบ้าน จนกระทั่งกลับมาช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. เจอสภาพรถถูกชนยับ ด้านหลังยุบเข้าไป ส่วนด้านหน้าชนกับรถกระบะ ทำให้กระโปรงบุบ ทั้งนี้ ประกันประเมินความเสียหายเบื้องต้น 120,000 บาท และหลังจากเกิดเหตุยังไม่ได้เจอกับคู่กรณี และยังไม่รู้ว่าจะมีการชดใช้หรือซ่อมรถให้หรือไม่

กระถางต้นไม่ในซอยที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากเตือนสติสำหรับคนใช้รถ ให้ระมัดระวังและมีสติมากกว่านี้ อีกทั้งบริเวณจุดที่ตัวเองเอารถมาจอด พบว่าบ้านหลังดังกล่าวหวงพื้นที่ มีการนำต้นไม้มาตั้งเอาไว้ จึงทำให้พื้นที่ส่วนกลางในการจอดรถแคบลง กินพื้นที่บริเวณถนนมากขึ้น ดังนั้นหากเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็คงไม่เกิดปัญหา

ผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุเจรจากันที่โรงพัก

บรรยากาศช่วงบ่าย ที่โรงพัก สภ.บางปู  ตำรวจเรียกผู้เสียหายและคู่กรณี สอบปากคำและไกล่เกลี่ยเจรจาค่าเสียหาย คนขับรถกระบะยอมรับว่ากระทำผิดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พร้อมเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย ขอโทษสังคมกับภาพความรุนแรง โดยสองฝ่ายเจรจากัน พร้อมจับมือขอโทษ

keyboard_arrow_up