ทีมกู้ภัยเขาใหญ่ เดินทางถึงปลายน้ำตกเหวนรก เร่งลำเลียงอุปกรณ์สร้างตาข่ายดัก ซากช้างป่า 11 ตัว

Alternative Text pp@

วันนี้ (8 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดหน่วยพิทักษ์เขาใหญ่ เขื่อนขุนด่านปราการชล ลำเลียงอุปกรณ์ทั้งเชือก ทุ่น อวนความยาว 30 เมตร และ 60 เมตร ที่ได้รับมอบจากชาวประมงพร้อมเชือกลงเรือที่ท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล เพื่อนำไปทำตาข่ายดักซากช้างที่ปลายน้ำตกเหวนรก โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู หน่วยกู้ชีพหินตั้ง ร่วมเดินทางไปด้วย

ตาข่ายที่ใช้ในการปฏิบัติภารกิจ

นายอร่าม ทัพหิรัญ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้พาผู้สื่อข่าวลงเรือที่ท่าเรือเขื่อนขุนด่านปราการชลไปยังพื้นที่วางตาข่ายเพื่อดักซากช้างป่าที่ตอนนี้มีจำนวนถึง 11 ตัว บริเวณพื้นที่ปลายน้ำ น้ำตกเหวนรกและต้นน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล โดยใช้ระยะเวลาล่องเรือประมาณ 20 นาที พร้อมบอกว่า ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้นำตาข่าย(อวน) 2 ปาก ไปดักยังจุดน้ำตกด้านล่างจำนวน 2 จุด เพื่อไม่ให้ซากช้างไหลลงสู่เขื่อน ขณะที่ตอนนี้ในพื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชลและพื้นที่เขตอุทยานจุดที่ทำการขึงตาข่ายมีฝนตกลงมา ส่งผลให้การทำงานยากลำบากเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานที่ค่อนข้างแคบและลื่น ทั้งนี้ปริมาณฝนอาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในพื้นที่ทำงานซึ่งต้องดูและประเมินวันต่อวัน

นายอร่าม ทัพหิรัญ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
เดินทางเข้าพื้นที่

 

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทีมกู้ภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหน่วยกู้ภัยหิน ถูกตั้งเป็น 3 หน่วยงานหลัก ที่จะเข้าไปดำเนินการวางตาข่าย เพื่อไม่ให้สิ่งปฎิกูลและซากช้างไหลลงมายังเขื่อนขุนด่านปราการชล โดยต้องใช้เชือกความยาว 400 เมตร เพื่อขึงอวนให้สามารับซากช้างที่จะไหลลงมาได้ จุดที่วางอวนจะมีขนาด 30 กว่าเมตร และ50 กว่าเมตร เพื่อให้สิ่งปฎิกูลหรือซากช้างจะไม่ไหลหรืออาจจะไหลลงมายังเขื่อนขุนด่านปราการชลให้น้อยที่สุด

ขึงตาข่ายทั้งสองฝั่ง

ขณะที่ตอนนี้ซากช้างที่อยู่ใกล้พื้นที่ขึงตาข่ายนั้น มีระยะห่างประมาณ 3-4 กิโลเมตร ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าอยู่ตลอดเวลา จุดแรกที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการขึงตาข่ายเสร็จ เป็นช่วงต้นน้ำท้ายเขื่อนขุ่นด่านปราการชล ซึ่งเรียกว่า คลองต้นไทร มีความกว้าง 2 ฝั่ง ประมาณ 30 เมตร และจุดที่สองมีความกว้างประมาณ 50 เมตร โดยตอนนี้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน อาจทำให้ซากช้างไหลลงมาไวขึ้น

keyboard_arrow_up