เจ๊ร้านดังปัดลวงโลก หลั่งน้ำตาขออาหาร โชว์หลักฐานดูแลกู้ภัยจนเสบียงหมด (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์คลิปหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง ร้องไห้และระบายความคับแค้นใจออกมา หลังจากน้ำยังคงท่วมสูง และต้องอยู่อย่างยากลำบาก โดยระบายความในใจออกมาว่า ตนเองก็จ่ายเงินภาษี แต่พอประสบภัยน้ำท่วม ข้าวก็ไม่เคยได้กิน น้ำก็ขาดแคลน หาซื้อก็ไม่มี จะให้ทำอย่างไร ทั้งนี้ ภายหลังจากคลิปนี้เผยเเพร่ออกไป มีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางรายเปิดเผยเรื่องราวว่าหญิงคนดังกล่าวมีฐานะร่ำรวย และละเป็นเจ้าของร้านอาหาร น่าจะมีอาหารกักตุนไว้เป็นจำนวนมาก

ภาพจากคลิปวิดีโอที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

วันที่ 16 ก.ย. 62 นางพวงเพ็ญ สิมมาตรา อายุ 59 ปี หญิงในคลิป ยอมรับว่า ตนเป็นเจ้าของร้านอาหารใหญ่โต ไม่ได้จนเเละลำบากเหมือนที่เป็นข่าว ตนมาเช่าที่และลงทุนเปิดร้านหมดเงินไปกว่าล้านบาท ก็ยังไม่ได้ทุนคืน อย่างไรก็ตามน้ำได้ท่วมทางเข้าร้านทั้งหมด จนไม่สามารถออกไปซื้อของข้างนอกได้ และไม่มีหน่วยงานใดนำอาหารมาช่วยเหลือ เมื่อตนไปขออาหารบริจาคก็ไม่ได้ จึงเกิดความน้อยใจ ดังนั้นสาเหตุที่ออกไปโวยวายไม่ใช่เพราะจน แต่เป็นเพราะไม่ได้รับความช่วยเหลือ

นางพวงเพ็ญ สิมมาตรา หญิงในคลิป

ส่วนที่มีคนตั้งข้อสงสัยว่าตนเปิดร้านอาหาร น่าจะมีวัตถุดิบประกอบอาหารกักตุนไว้ ตนขอชี้แจงว่าก่อนที่น้ำจะท่วม มีกักตุนไว้จริง แต่เมื่อประมาณ 5 วันที่ผ่านมา มีกู้ภัยชุดหนึ่งประมาณ 30 คน เดินทางมาจาก จ.ตราด เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตนจึงให้ที่พักอาศัย และนำวัตถุดิบที่มีในร้านมาประกอบอาหารให้กินฟรี โดยมีภาพที่ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน

ภาพกู้ภัยที่นางพวงเพ็ญอ้างว่าให้ที่พักและอาหาร

แต่พอหลังจากกู้ภัยชุดนั้นเดินทางกลับ ปรากฏว่าทางเข้าร้านตนน้ำท่วม ไม่สามารถออกไปไหนได้ และอาหารที่กักตุนไว้ก็หมด จึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

น้ำท่วมบริเวณร้านของนางพวงเพ็ญ

ตนจึงอยากถามกลับว่า เวลามีคนเดือดร้อนมา ตนก็ช่วยเหลือ แต่เวลาที่ตนเดือดร้อนบ้าง กลับไม่มีใครช่วยเหลือเลย หลายคนอาจจะมองว่าตนมีฐานะ แต่ตนก็ไม่ทราบล่วงหน้าว่าน้ำจะท่วม จะได้ซื้ออาหารเก็บไว้ ส่วนคนที่พิพากษ์วิจารณ์ หรือคนที่คอมเมนต์ด่า ตนขอฝากผ่านสื่อตรงนี้ว่าตนไม่โกรธ เพราะความจริงก็คือความจริง ตนไม่ได้สร้างเรื่อง ไม่ต้องการสร้างภาพให้เป็นข่าว และตนไม่ต้องการอยากจะดัง ซึ่งคนที่ด่าตน หากวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเขาบ้างแล้วเขาจะรู้สึก ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา และตนก็ไม่เครียดด้วย เพราะตนไม่ผิด

keyboard_arrow_up