3 ครูลาออก สุดทนถูกรุมด่า งงทำไมคนเชื่อ “ครูอ้อม” – แม่ครัวงัดหลักฐานเด็ดโต้โกง (คลิป)

จากกรณีนางสาวอ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ หรือ ครูอ้อม ครูสอนนักเรียนชั้นอนุบาล โรงเรียนวัดวงเดือน อ.หันคา จ.ชัยนาท ถูกมือดีปาเลือดสดหน้าห้องเรียน หลังติติงเรื่องอาหารกลางวันเด็กที่ไม่มีคุณภาพ จนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งวันที่ 27 ส.ค. 62 ครูอ้อมถูกคำสั่งย้ายไปช่วยปฏิบัติราชการเป็นการชั่วคราว ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท ทำให้มีผู้ปกครองจำนวนมากเดินทางไปให้กำลังใจครูอ้อม

ต่อมาวันที่ 28 ส.ค. 62 มีคำสั่งให้ครูอ้อมกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนเช่นเดิม และมีหนังสือสั่งย้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนให้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาทแทน (อ่าน : ผอ.เขต เผยคำสั่งย้าย “ครูอ้อม” ห่วงปลอดภัย ก่อนย้ายกลับ สั่งเด้ง ผอ. – แม่ครัวออกสิ้นเดือน)

น.ส.อ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ ครูโรงเรียนวัดวงเดือน

ล่าสุด วันที่ 29 ส.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์เดินทางไปที่โรงเรียนวัดวงเดือน ต.สามง่าม อ.หันคา จ.ชัยนาท นางสาวอ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ หรือ ครูอ้อม อายุ 32 ปี ได้ประจำการสอนที่โรงเรียนวัดดวงเดือนเช่นเดิม เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการยกเลิกคำสั่งย้ายออกมานั้น ตนเองรู้สึกดีใจมาก อยากขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่เข้ามาทำการช่วยเหลือตนเอง ทั้งสื่อมวลชล ท่านผู้ปกครองทุกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างช่วยเหลือตัวเองมาตลอด รวมไปถึงผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้ความเมตตา สิ่งที่ตนเองทำไปทั้งหมด เป็นสิ่งที่ตนเองรัก และปรารถนามาตลอด

นางสาวิตรี ผู้ปกครองนักเรียน

นางสาวิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ปกครองนักเรียน เล่าว่า หลังจากมีการยกเลิกคำสั่งย้ายครูอ้อมนั้น ตนเองก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก คิดว่ากระบวนการตรวจสอบน่าจะมีความเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งตนเองรวมถึงผู้ปกครองหลายท่านก็มีความรู้สึกดีใจที่คุณครูอ้อมได้ประจำการสอนที่โรงเรียนเหมือนเดิม เพราะว่าครูอ้อมเป็นครูผู้สอนที่ดี และสามารถดูแลควบคุมลูก ๆ ของตนเองได้เป็นอย่างดี หลังจากนี้ก็อยากจะให้คุณครูอ้อมสู้ต่อไป จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีความยุติธรรมให้กับเรา

นอกจากนี้ นางสาวิตรี เปิดเผยว่า ครูอ้อมเคยตั้งคำถามเรื่องอาหารกลางวันมาหลายครั้งแล้ว จนสุดท้ายครูจึงตั้งใจโพสต์ลงเฟซบุ๊กจนกลายเป็นกระแสเกิดขึ้น แล้วมีการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ตนและผู้ปกครองรักครูอ้อม เพราะตนเคยพาลูกที่เป็นเด็กพิเศษ เรียนรู้ช้า ไปจ้างครูคนอื่นสอนพิเศษ ครูสอนได้ 2 วัน คิดเงิน 500 บาท แล้วก็ขอเลิกสอน แต่มีครูอ้อมที่ยินดีสอนให้ 5 วัน โดยไม่คิดเงิน แต่ตนให้ไป 300 บาท ครูอ้อมก็ไม่นำไปใช้ส่วนตัว แต่เอาไปซื้อขนมมาแจกเด็ก ๆ แทน จึงทำให้ตนประทับใจ

นางพันทิพา แม่ครัวโรงเรียนวัดวงเดือน

นางพันทิพา แม่ครัวโรงเรียนวัดวงเดือน เปิดใจในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00 น. ว่า ตนเป็นแม่ครัวมา 8 ปี ตอนนี้เครียดมากเรื่องข่าว เพราะตนไม่ได้ปาเลือด แต่ถูกชาวบ้านโจมตี ส่วนเรื่องอาหารกลางวันก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีใครมาบอกกล่าวหรือตักเตือนใด ๆ ส่วนที่ตนทำมาม่าให้เด็ก และมีผัดเส้นหมี่ ตนหาซื้อผัก หมู และไข่ ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่มามาเปล่า แต่ทั้งนี้ เป็นวันที่ตรงกับสารทจีน ตนตั้งใจทำผัดซีอิ๊วเส้นใหญ่ แต่เส้นใหญ่ในตลาดหมด จึงทำมาม่าตามที่เห็นนั้น

ส่วนที่ครูอ้อมอ้างว่าเคยเตือนเรื่องอาหารกลางวันแล้ว ตนยืนยันว่าครูอ้อมไม่เคยมาเตือน ซึ่งตนได้เงิน 10,400 บาทต่อสัปดาห์ ยืนยันว่าที่ตนทำอาหารมีเนื้อสัตว์และผักแน่นอน แต่ยอมรับว่าเด็กบางคนที่มาช้าก็อาจจะมีหมดบ้าง และยืนยันว่าอาหารมีคุณภาพ ส่วนภาพถุงเลือดหมูที่ตนโพสต์บนเฟซบุ๊กนั้น ตนไปซื้อเลือดเพื่อมาทำก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ตนจึงโพสต์เพื่อความบริสุทธิ์ใจว่าเลือดยังอยู่ที่ตน และโพสต์หลังมีการปาเลือดแล้ว

ทั้งนี้ ตนไม่เคยหักค่าหัวเด็กนักเรียนมาใช้ส่วนตัว ยกเว้นหักไว้ 400 บาท เป็นค่าแรงเท่านั้น หลังจากนี้ วันพรุ่งนี้ตนทำอาหารเป็นวันสุดท้ายและจะออกไปทำอาชีพค้าขายต่อ สุดท้ายอยากบอกกับสังคมว่า ไม่โกรธ แค่เสียใจ เพราะตนทำดีที่สุดแล้ว แต่ภาพที่ออกมาไม่ถูกใจคนอื่น และเวลาเสพข่าวขอให้มองเป็นกลาง อย่าฟังความข้างเดียว เพราะบางคนที่อยากจะแก้ตัวก็โดนด่าแล้ว คนที่ไม่ผิดแล้วโดนด่าก็สะเทือนใจ มีบางคนเดินมาไล่บอกว่า “ไป ๆ อย่าตอแ-ลสร้างภาพ” ตนก็ร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาแล้ว

แชตไลน์ของแม่ครัว
แชตไลน์ของแม่ครัว

นอกจากนี้ มีข้อความแชตการสนทนาเพื่อยืนยันว่าตนได้มีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนจริง และสั่งซ์้อเป็นจำนวนมา เพียงพอต่อปริมาณของเด็กนักเรียนในโรงเรียน

แม่ครัวสาบานในโบสถ์

จากนั้น นางพันทิพา เดินทางเข้าไปภายในโบสถ์ วัดใหม่วงเดือน เพื่อสาบานต่อหน้าหลวงพ่อเศียร พระคู่บ้านคู่เมืองที่คนในพื้นที่นับถือ โดยกล่าวว่า “ข้าแต่หลวงพ่อเศียรที่ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่ลูกทำไปในวันที่ผัดมาม่า ที่เป็นข่าวออกมา บอกว่าไม่มีหมู ไข่ ไม่มีผัก ลูกขอสาบานว่าวันนั้น มีทั้งเส้น ทั้งไข่ ทุกอย่าง ถ้ามันไม่มีจริงอย่างที่เขาว่า ขอให้ลูกมีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน แต่ถ้าลูกไม่ทำผิด ก็ขอคนที่กล่าวหา หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ทุกอย่างสะท้อนกลับไปภายใน 3 วัน 7 วัน เช่นกัน”

คุณครูที่ดูแลเรื่องอาหารกลางวันเด็ก

ด้านคุณครูที่ดูแลเรื่องอาหารกลางวันเด็ก เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวอาหารกลางวันเด็กออกไปในโลกโซเชียล ทำให้มีคำวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ตนเองได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากเวลามาโรงเรียนก็จะพบกับกลุ่มผู้ปกครองที่จับกลุ่มกัน บางครั้งก็ตะโกนด่าว่าตนเอง ส่วนตัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะในขณะนี้ตนเองตกเป็นจำเลยของสังคม กรณีเรื่องอาหารกลางวันเด็กที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจริงแล้วตนเองก็ไม่ได้อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะตนเองก็เป็นครู ไม่เคยคิดที่จะกลั่นแกล้งหรือทำร้ายลูกศิษย์

ขณะนี้ ก็ยังต้องคงอยู่ในระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบว่ามีการยักยอกเงินค่าอาหารกลางวันเด็กหรือไม่ ซึ่งตอนนี้มีครู 3 คน ที่เป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารกลางวันเด็ก ได้ทำการเซ็นใบลาออกเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนไม่สามารถทำงานต่อได้

แม่ของครูอ้อม

แม่ของครูอ้อม เปิดใจว่า ลูกสาวตนเรียนจบก็ตั้งใจเป็นครู จนกระทั่งเกิดกระแสสังคมขึ้นตอนนี้ ตนเป็นห่วงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ และยืนยันว่า ลูกสาวตั้งใจทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเด็กนักเรียน แต่ตอนนี้ตนก็โล่งใจขึ้นแล้ว ทั้งนี้ ตนโทรศัพท์หาลูกสาวทุกวัน แต่ช่วงกลางวันมักไม่ได้รับสาย เพราะลูกตั้งใจสอนหนังสือเด็ก ๆ มาก ตอนนี้ตนอยากให้ลูกย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน ตนอยากกอดลูกมาก

keyboard_arrow_up