เปิดใจเก๋งปาดหน้าชักปืนขู่ อ้างปวดอึ – คู่กรณีรับผิด บีบแตรรัวใส่ (คลิป)

วันที่ 24 ส.ค. 62 ความคืบหน้าจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพคลิปวิดีโอ พร้อมข้อความเล่าเหตุการณ์ที่ตนเองขับรถอยู่แล้วมีรถเก๋งสีขาวขับปาดหน้า พอตนเองบีบแตรใส่กลับชักปืนลงมาขู่ฆ่า ล่าสุด ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี นายอานนท์ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ผู้โพสต์คลิป ได้เดินทางมาแจ้งความ โดยเปิดเผยว่าตอนนั้นเวลา 18.11 น. ตนเองกำลังขับรถกลับบ้านพร้อมกับภรรยา ขณะนั้นมีรถยนต์สีขาวขับปาดหน้ารถยนต์ของตนเอง พยายามจะแทรกเข้ามาในเลน ตอนนั้นตนเองยอมรับว่าโมโหจึงมีการบีบแตรใส่หลายครั้ง ซึ่งหลังจากรถคู่กรณีปาดหน้าเข้ามาในเลนแล้วเสร็จ เขาก็จอดรถเปิดประตูกำลังจะเดินลงรถมาหาตนเอง พอเห็นว่าผู้ชายเป็นคนขับ คู่กรณีจึงเดินกลับเข้าไปในรถอีกครั้ง แล้วสักพักหยิบปืนพกออกมาขู่จะฆ่าตนเอง

ภาพจากกล้องหน้ารถขณะเกิดเหตุ

ความรู้สึกตอนเห็นปืนตนเองก็รู้สึกกลัว พยายามที่จะไม่ยั่วยุ และตอนนั้นที่คู่กรณีถือปืนออกมาตนเองก็เงียบไม่ได้ต่อว่าคู่กรณีเลย โดยก่อนหน้านั้นยืนยันว่าตนเองก็ไม่ได้ขับปาดหน้า หรือมีปัญหาขัดแย้งอะไรกับเขามาก่อน สำหรับคนใช้รถใช้ถนนตนเองคิดว่าควรมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในการใช้ถนน ซึ่งปกติตนเองก็เคยบีบแตรรถใส่เพื่อเตือนคนใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ แต่บีบแค่ครั้งเดียว ไม่ได้บีบยาวและบีบแตรหลายครั้งแบบกรณีนี้ ตนเองยอมรับว่าส่วนหนึ่งตนเองก็ผิดที่บีบแตรยาว จึงอาจทำให้คู่กรณีโมโห

นายอานนท์ (นามสมมติ) ผู้โพสต์คลิป

ด้านนายชูศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ได้เดินทางมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. บางกรวย โดยเปิดเผยว่า ตอนนั้นตนเองจะขับรถกลับบ้าน เพื่อจะเอาปืนไปคืนเพื่อน และตนเองปวดท้องหนักมาก จึงจะแวะไปเข้าห้องน้ำที่วัดในซอยนั้น แต่รถติดมาก ตนเองจึงได้เปิดไฟขอทางไป แล้วพบว่ารถของคู่กรณีบีบแตรใส่ตนเองถี่มาก ด้วยความโมโหและตอนนั้นตนเองกำลังปวดท้องอยู่ จึงลงมาจากรถและเกิดเหตุการณ์ตามคลิปที่มีการแชร์กัน

นายชูศักดิ์ (สงวนนามสกุล) คนขับรถเก๋งสีขาวในคลิป

โดยตอนแรกตนเองตั้งใจจะออกมาขอโทษ แต่เห็นคู่กรณีด่าและพูดบางอย่าง ตนเองจึงเกิดความโมโหมาก และกลับเข้ารถไปหยิบปืนออกมา ซึ่งที่ตนเองเอาปืนออกนั้นไม่ได้หวังเพื่อจะมาทำร้ายคู่กรณีแต่อย่างใด มันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบที่ต้องการขู่คู่กรณีเท่านั้น ส่วนปืนตนก็ไม่รู้เลยว่าเป็นรุ่นอะไร เพราะยังไม่ได้เปิดดูในซอง แค่หยิบออกมาขู่ ยอมรับว่าตนเองผิดเหมือนกัน

ล่าสุดได้เจอกับคู่กรณี และได้เข้าไปพูดคุยกันเพื่อขอโทษเรียบร้อยแล้ว และอยากให้สังคมให้โอกาสตนเองบ้าง เพราะว่าบางทีการขับรถ คนที่จะแซงไปอาจจะมีเหตุผล โดยปกติตนเองก็ขับรถธรรมดาไม่ได้คิดจะแซงใคร แต่วันนั้นมันจำเป็น เพราะปวดท้องหนักมาก

 

 

keyboard_arrow_up