แม่แจ้งจับลูกชายแฉค้ายา ฮุบมรดกแล้วทอดทิ้ง – ลูกโต้สติหลง ขอสถานสงเคราะห์ช่วยดู (คลิป)

จากกรณีหญิงวัย 62 ปี ร้องเรียนผ่านสื่อ และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว หลังถูกลูกชายไล่ออกจากบ้าน พร้อมหลานสาววัย 8 ขวบ โดยลูกชายอ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง จึงไล่ตนเอง และหลานไปอยู่ที่อื่น ซึ่งตนเคยได้รับมรดกจากแม่บุญธรรมเป็นเงิน 5 ล้านบาท และบ้าน 3 หลัง จากนั้นได้แบ่งทรัพย์สินไปให้ลูก 3 คนแล้ว กระทั่งสุดท้ายเงินหมดตัว จนโดนลูกไล่ออกจากบ้าน อีกทั้งลูกชายและลูกสะใภ้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย

มรดกของนางวิชดา

วันที่ 16 ส.ค. 62 นางวิชดา อายุ 62 ปี ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า ตนเมีลูกชาย 3 คน ก่อนหน้านี้ตนมีฐานะดีพอสมควร เพราะได้รับมรดกจากแม่บุญธรรม เป็นเงินจำนวน 5 ล้านบาท และบ้าน 3 หลัง ตนจึงแบ่งทรัพย์สินให้ลูกทั้ง 3 คนเท่ากัน คนโตได้บ้าน 1 หลัง คนกลางได้เงินสด 300,000 บาท ส่วนคนเล็ก ได้บ้าน 1 หลัง ซึ่งเหลือบ้าน 1 หลังที่ลูกชายคนกลางไม่เอา มาเป็นที่พักอาศัยของตนเอง และก็แบ่งเงินสดให้ลูกทั้ง 3 คนนำไปใช้ลงทุนเท่ากัน กระทั่งสุดท้ายเงินหมด ตนจึงได้ตัดสินใจมาอยู่กับลูกชายคนเล็กที่สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งลูกชายคนเล็ก มีภรรยาที่มีลูกติดเป็นฝาแฝด 2 คน และมีลูกกับภรรยาเก่าอีก 1 คน

นางวิชดา ผู้ร้องเรียน

จากนั้น ลูกชายจึงเช่าห้องให้ตนเองอยู่ใกล้ ๆ กัน เพื่อช่วยเลี้ยงหลาน มีข้อแม้ให้ขายบ้านทิ้ง ตนเองจึงตัดสินใจขาย และนำเงินให้ลูกชาย จากนั้นสักพักลูกชายก็จะย้ายออกไปอยู่ที่พุทธมณฑล สาย 4 เนื่องจากค้างค่าเช่าห้องและไม่ยอมจ่าย โดยทิ้งลูกไว้กับตนเอง 3 คน ทั้งนี้ ตนมีปัญหาสุขภาพ เป็นโรคภูมิแพ้ด้วย แต่ก็ต้องดูแลหลาน มีคนสงสารก็ให้เงินและของบริจาคช่วยบ้าง จากนั้นลูกชายคนเล็กก็กลับมา พาลูกแฝดไปเลี้ยง โดยเอาของบริจาคไปทั้งหมดขาย ทิ้งลูกของภรรยาเก่าไว้ให้ตนเองเลี้ยง โดยไม่ได้ส่งเสียค่าเช่าให้ จนเจ้าของตึกต้องให้ย้ายออก ตนเองจึงต้องตามไปขออยู่กับลูกชายที่พุทธมณฑล สาย 4 อยู่ได้เพียง 15 วัน ภรรยาของลูกชายก็ไม่ให้อยู่ ลูกชายจึงบอกให้ตนเองออกมา พร้อมให้โทรศัพท์มา 1 เครื่อง ไม่มีซิมการ์ด ตนจึงตัดสินใจมาแจ้งความ

นอกจากนี้ ลูกชายพาเพื่อนมามั่วสุมเสพยา และจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่น ที่ผ่านมาหลานสาวแทบจะไม่ได้ไปโรงเรียน ลูกสะใภ้จะให้แต่งชุดนักเรียน แล้วให้นั่งรถจักรยานยนต์ออกไปด้วย เพื่อไปส่งยาเสพติดตามแหล่งต่าง ๆ ตบตาตำรวจ ตอนนี้ตนเองรู้สึกเสียใจ ตนเองคงเลี้ยงลูกทั้ง 3 คน ไม่ดีพอ และอยากบอกลูกว่า “ตั้งแต่ลูกเกิดมา แม่เลี้ยงลูกมาจนโต จนลูกมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่วันนี้แม่หมดผลประโยชน์ ลูกกลับทิ้งแม่ได้ลง”

นายณรงศักดิ์ วงศ์ษาวิภาค ลูกชายของนางวชิดา

ด้านนายณรงศักดิ์ วงศ์ษาวิภาค หรือ เต๋า อายุ 30 ปี ลูกชายของนางวชิดา เปิดเผยว่า เรื่องพาลูกไปขายยา และไล่แม่ออกจากบ้าน ไม่เป็นความจริง เหตุผลที่ต้องย้ายจากที่อยู่เก่ามานั้น เพราะภรรยาและแม่ของตนเองทะเลาะกันบ่อย ซึ่งแม่บอกว่าตนเองทิ้งลูกไว้แล้วไม่ยอมส่งค่าเช่าหรือเลี้ยงดู ก็ไม่เป็นความจริง ตนส่งเงินให้ตลอด ตลอดเวลาที่แม่เช่าห้อง ตนเองเป็นผู้จ่ายให้ทุกเดือน เดือนละ 2,500 บาท แต่ล่าสุดแม่โดนไล่ออกจากตึก เป็นเพราะว่าค้างค่าเช่าไว้ แม่แก่แล้วชอบเปิดน้ำเปิดไฟทิ้งไว้ จนค่าใช้จ่าย รวมค่าห้องเกือบ 10,000 บาท ตนเองจึงไม่มีเงินช่วยจ่าย

ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้พาลูกไปส่งยาเสพติด แต่ตอนนี้กำลังตกลงกับพี่ชายและภรรยาของตนเองอยู่ว่าจะทำอย่างไร เนื่องจากแม่ชอบไปฟ้องร้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ว่าตนเองและพี่ชายไม่ดูแล ทั้งที่ก็ส่งเสียค่าใช้จ่ายให้อยู่ตลอดในแต่ละเดือน ส่วนตัวแล้วตนเองรู้สึกโมโหและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าผู้เป็นแม่จะมาพูดโกหกสังคม ส่วนตนเองก็บริสุทธิ์ใจ ยินดีให้ตรวจสอบ และอยากฝากเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลแม่ตนด้วย

keyboard_arrow_up