เจ้าของร้านเสริมสวยสุดทนกลิ่นอาหารจากร้านข้าวแกง บุกยิงผัวเมียดับ 2 ศพ

วันที่ 2 ส.ค. 62 เวลา 14.30 น. พ.ต.อ.วิรฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 นำตัว นายริวัฒภูมิฒ์  บุณบารมีพิพัฒ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสามีของเจ้าของร้านเสริมสวย ที่ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกยาวยิงนายธนพงษ์ บุญมาก อายุ 35 ปี และน.ส.สิรินันท์ แสงสว่าง อายุ 45 ปี สองสามีภรรยาที่เปิดร้านขายข้าวแกง เปิดร้านติดกับร้านเสริมสวย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งสองสามีภรรยา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาไปทำแผนประกอบคำสารภาพ

คุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยนำตัวนายริวัฒภูมิฒ์ไปทำแผนจุดแรกที่ในร้านเสริมสวย ที่ผู้เหตุนำอาวุธปืนลูกซองยาวออกมา เพื่อเตรียมจะไปใช่ก่อเหตุ แต่เกิดปืนลั่นขึ้นในบ้าน 1 นัด จุดที่สองเป็นร้านข้าวแกงของผู้เสียชีวิตที่ตั้งในซอยอ่างทอง ม.3 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่อยู่ติดกับร้านเสริมสวย ซึ่งผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธยิงผู้เสียชีวิตทั้งสามีภรรยาจำนวน 3 นัด ส่วนจุดที่สาม ในบ้านของผู้เสียชีวิตที่ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันไปยิงผู้เสียชีวิตซ้ำอีก 1 นัด โดยการทำแผนในครั้งนี้เป็นไปท่ามกลางสายตาของญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนมี่อยู่ในพื้นที่ที่ติดตามให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

พ.ต.อ.วิรฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี

พ.ต.อ.วิรุฬห์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้ไปเดินทางไปมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะสมุย โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุยิง 2 สามีภรรยาที่เปิดร้านข้าวแกงติดกับร้านเสริม เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าร้านขายข้าวแกงส่งเสียงดังในช่วงที่ทำกับข้าว อีกทั้งมีกลิ่นควันและกลิ่นอาหาร จนเป็นเป็นที่น่ารำคาญ และเคยมีปากเสียงกันมาแล้วหลายครั้ง ในวันนี้เกิดมีปากเสียงกันอีกครั้ง จึงใช้อาวุธยิงทั้งสองคนจนเสียชีวิต หลังทำแผนเสร็จทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเหตุไปควบคุมที่ สภ.เกาะสมุย เพื่อเตรียมจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

น.ส.วิภาพร  แสงสว่าง น้องสาวผู้เสียชีวิต

ด้าน น.ส.วิภาพร  แสงสว่าง อายุ 44 ปี น้องสาว น.ส.สิรินันท์ แสงสว่าง หนึ่งในผู้เสียชีวิต พร้อมญาติได้เดินทางไป รพ.เกาะสมุย เพื่อรอรับศพผู้เสียชีวิต ไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา เปิดเผยว่า ตนเองรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของพี่สาว และพี่เขย ที่ต้องมาถูกยิงเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหดในครั้งนี้  แค่เรื่องมีทะเลาะกันเรื่องเสียงดังในตอนทำอาหาร และกลิ่นอาหาร ที่ส่งกลิ่นไปยังร้านเสริมสวย น่าจะหาทางพูดคุยกัน ไม่ใช่ใช้อาวุธปืนยิงกันอย่างเหี้ยมโหดแบบนี้ ในส่วนของตนเองอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ก่อเหตุได้ชดใช้กรรมที่ตนเองก่อขึ้น และญาติผู้เสียชีวิตจะขอคัดค้านการประกันตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อให้ผู้ก่อเหตุได้ชดใช้กรรมอยู่คุกแบบนั้นตลอดไป

keyboard_arrow_up