ทำด้วยความรัก? แม่สำนึกผิด ทุบตีลูก 5 ขวบจนหน้าบวม-ตาปิด

ตำรวจ สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการควบคุมตัว นางสาว คนเล็ก บุตดี แม่ที่ทำร้ายลูกวัย 5 ขวบ จนตาบวมปิด ไปฝากขังต่อศาล โดยนางสาวคนเล็ก ยอมรับตีลูกจริง เผยตีเพราะรัก ขอโอกาสสังคมอีกครั้ง ยอมรับไม่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงลูก “ขอโทษลูกแม่ผิดไปแล้ว”

ตำรวจควบคุมตัว นางสาว คนเล็ก บุตดี แม่ที่ทำร้ายลูกวัย 5 ขวบ จนตาบวมปิด หน้าบวมปูด ไปฝากขังต่อศาล หลังติดตามคดีนี้จากชาวบ้านที่อยู่ข้างบ้าน ว่าให้ช่วยเด็กหญิง 5 ขวบ ถูก แม่ ทำร้ายจนใบหน้าปูดบวมฟกช้ำ ปากเจ่อ เปลือกตาบวมปิดทั้งสองข้าง อยู่ภายในแคมป์คนงานก่อสร้างพื้นที่ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง

ระหว่างนำตัวไปฝากขังวันนี้ ( 12 ก.ค.) นางสาวคนเล็ก ได้ขอโทษสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยยอมรับผิดว่าตนได้ตีลูกจริงเพราะลูกดื้อ ก็ตีด้วยความรักตามประสาแม่ลูก และยอมรับว่าตนไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงลูก ตีลูกเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากพ้นโทษออกมาและมีชีวิตที่ดีขึ้นก็อยากจะขอโอกาสสังคมและขอโอกาสกลับมาดูแลและทำหน้าที่แม่ให้ดีกว่านี้

คนเล็ก บุตรดี แม่เด็กหญิงวัย 5 ขวบ ผู้ต้องหา

วันนี้สิ่งที่อยากจะบอกลูกสาวว่า หากลูกโตขึ้นและรับรู้ ก็อยากจะบอกว่า “แม่ขอโทษ” ส่วนเรื่องที่สามีซัดทอดว่าตนเป็นคนทำร้ายลูกทั้งที่ก่อนหน้านี้สามีออกมายอมรับแทนว่าเป็นคนทำ ตนไม่ได้โกรธ ทำผิดแค่ไหนก็ยอมรับแค่นั้น แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องบอกว่ายอมรับแทน

ส่วนนายประสิทธิ์ ผู้ที่เป็นพ่อเลี้ยง และถูกอ้างว่าเป็นคนทำร้ายเด็กในตอนแรกก็ยังยืนยันเช่นเดิมว่าตนไม่ได้เป็นคนทำร้ายเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ทั้งหมดเกิดขึ้นตนรู้เห็นมาโดยตลอด ที่ผ่านมามีเพียงแม่ของเด็กที่เป็นคนตี ซึ่งตนก็เคยได้มีการห้ามปราม และทั้งคู่ก็เคยพูดคุยกันว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นรุนแรงเกินไปรึเปล่า แต่ก็ตีเหมือนเดิม และที่ยอมรับแทนภรรยาไปในตอนแรกก็เป็นเพราะว่ารักภรรยาไม่อยากให้นางสาวคนเล็กเดือดร้อน และไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายใหญ่โตขนาดนี้

ประสิทธิ์ หอยทอง ผู้ต้องหา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันทำร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายด้านร่างกายและจิตใจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้กระทำความผิดด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ส่วนเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ตอนนี้ยังอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม จังหวัดสมุทรปราการ และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเด็กราชวิถี หากอาการดีขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ จะพิจารณาให้ปู่กับย่านำหลายกลับไปเลี้ยงดู

keyboard_arrow_up