เปิด “จดหมายลาครู” เพื่อช่วยเด็กกว่า 2 ล้านคนที่ขาดโอกาส ไม่ต้องหยุดเรียน (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ Street Art สวนเฉลิมหล้า สะพานหัวช้าง เขตราชเทวี กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวความร่วมมือแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คืนเด็ก ๆ กลุ่มเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษากลับสู่โรงเรียน ในโครงการรณรงค์ “จดหมายลาครู”

ผลงานภาพกราฟฟิตี้

โครงการรณรงค์จดหมายลาครู มีเป้าหมายรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มเด็กยากจนที่สุด ผ่านการบอกเล่าด้วยจดหมายของเด็ก ๆ จากทั่วประเทศไทยที่ส่งถึงคุณครู เพื่อบอกว่า “หนูขอลาหยุดเรียน เพื่อไปช่วยครอบครัวทำงาน และไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเรียนหนังสืออีกเมื่อไร เพราะฐานะทางบ้านยากจนพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสีย”

ผลงานภาพกราฟฟิตี้

จากจดหมายฉบับจริงเหล่านี้ โครงการได้นำไปถ่ายทอดต่อผ่านผลงานของศิลปินกราฟฟิตี้ ซึ่งได้ปรากฏในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ จำนวน 7 พื้นที่ ในจังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และกรุงเทพ ฯ เพื่อให้สังคมตระหนักว่าปัญหานี้เป็นเรื่องที่ยังมีอยู่จริง และทุกภาคส่วนในสังคมจะระดมความร่วมมือกันช่วยเหลือเด็ก ๆ ของเรา ไม่ให้พวกเขาและเธอสู้ตามลำพัง เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกต่อไป

บรรยากาศภายในงาน

โดยภายในงานยังมีคุณครูและนักเรียนในโครงการเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว และยังขึ้นเวทีเล่าประสบการณ์การขาดเรียนของน้อง ๆ ด้วยเหตุผลทางบ้าน อาทิ ครูบอย นพรัตน์ เจริญผล และน้องแดง ด.ช.พงษ์ศกร อาสาพิทักษ์ไพร อายุ 13 ปี โรงเรียนบ้านนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และครูวัฒนา ขันแข็ง และน้องอาร์ม ด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม อายุ 12 ปี โรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา

ด.ช.พงษ์ศกร อาสาพิทักษ์ไพร หรือ แดง และนายนพรัตน์ เจริญผล หรือ ครูบอย

โดยครูบอยเล่าว่า น้องแดงเขียนจดหมายลาครูเพื่อขออนุญาตขาดเรียน 1 สัปดาห์ เพื่อไปช่วยคุณแม่เก็บลำไย เพราะไม่มีใครดูแลคุณแม่ เนื่องจากคุณพ่อเพิ่งจะเสียชีวิตได้ไม่นาน ขณะที่น้องแดงเองได้เล่าว่ามีความฝันว่าอยากเป็นนักฟุตบอล ขอสัญญาว่าจะพยายามมาเรียนให้จบมัธยมศึกษาปีที่ 6

ด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม หรือ อาร์ม

ส่วนน้องอาร์มเล่าว่าต้องลาคุณครูเพื่ออยู่บ้านดูแลน้องเล็กอายุเพียงไม่กี่เดือน เพราะพ่อแม่แยกทางกัน และย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ส่วนคุณตาคุณยายที่ดูแลอยู่ก็ต้องออกไปทำงาน ทำให้ไม่สามารถไปเรียนได้

ผลงานภาพกราฟฟิตี้

ทั้งนี้ นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า โครงการรณรงค์จดหมายลาครู ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของนักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องลาออกไปหารายได้ เป็นเสาหลักของครอบครัว โดยจากฐานข้อมูล กสศ. และกระทรวงศึกษาธิการ พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กนักเรียนมากกว่า 2 ล้านคน ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีปัญหาความยากจน และมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักเรียนไม่ไปโรงเรียน เช่น ความห่างไกลของสถานศึกษา ไม่มีค่าเดินทาง ไม่มีค่าอาหาร หรือมีความจำเป็นต้องออกไปทำงานแบ่งเบาภาระครอบครัว

นพ.สุภกร บัวสาย : ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว ในปีการศึกษา 2562 กสศ.ได้ขยายความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขสำหรับนักเรียนทุนเสมอภาค ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดกรอง ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อขจัดอุปสรรคในการมาเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิม 510,000 คน ในปีการศึกษาที่ผ่านมา เป็นประมาณ 800,000 คน

สิ่งสำคัญยิ่งกว่าเงินอุดหนุน คือการเยี่ยมบ้านเพื่อค้นหา คัดกรองให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนที่สุดตามเกณฑ์ของกสศ. โดยในปีนี้จะเป็นการรวมพลังของคุณครูทั้ง 3 สังกัด รวมแล้วกว่า 4 แสนคน ถือเป็นกลไกที่ช่วยให้การลดความเหลื่อมล้ำมีประสิทธิภาพ เกิดผลยั่งยืนที่สุด และยังมีกระบวนการติดตามนักเรียน ที่ได้รับเงินอุดหนุนอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1.การรักษาอัตราการมาเรียนให้เกินกว่าร้อยละ 80 ตลอดปีการศึกษา 2.น้ำหนักส่วนสูง การมีพัฒนาการที่สมวัยตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อมั่นใจว่าเป็นการช่วยเหลือที่เด็กได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษากับ กสศ. ได้ หากพบเห็นเรื่องราวของเด็ก ๆ เหล่านี้ สามารถแจ้งโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ รวมถึงสายด่วนกสศ. 020795475 กด 1

สำหรับผู้ที่อยากสมทบทุนบริจาคช่วยเหลือน้อง ๆ ก็สามารถร่วมสมทบทุนได้ผ่านบัญชีเลขที่ 172-0-30021-6  ชื่อบัญชี กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์ โดยผู้ที่ร่วมบริจาคสามารถขอลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าด้วย

keyboard_arrow_up