เมียภารโรงป้องผัว ปัดขืนใจครูในโรงเรียน อ้างถ้าไม่คุยด้วย ใครจะกล้า (คลิป)

วันที่ 14 มิ.ย. 62 ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 3 จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านพักครูโรงเรียนมัธยมดังแห่งหนึ่งใน อ.ด่านขุนทด หลังครูสาวเข้าร้องทุกข์ สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ว่าถูกนักการภารโรงของโรงเรียนเข้าข่มขืน เมื่อช่วงเช้ามืด เวลา 03.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ภารโรงซึ่งอยู่ระหว่างการควบคุมตัวยังคงให้การปฏิเสธ

บ้านพักครูหลังที่เกิดเหตุ

จากคำให้การของผู้เสียหาย สันนิษฐานว่าพฤติกรรมภารโรงในวันก่อเหตุ ได้ออกจากบ้านพักและเดินตามถนนคอนกรีตหลังโรงเรียน ไปบ้านพักครูหญิง ซึ่งได้ขึ้นเหยียบเบาะรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณชั้น 1 จับระเบียงชั้น2 ปีนขึ้นไป ก่อนที่จะถอดบานเกล็ดใกล้กับประตูลูกบิด และย่องเงียบเข้าไปข่มขืนครู

ภาพจำลองเหตุการณ์

ล่าสุด ครูไดร์ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ซึ่งพักอยู่ข้างบ้านหลังที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุตนเองและเพื่อนครูอีกหนึ่งคนเข้านอนเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ซึ่งครูอีกคนมีอาการป่วยจึงกินยาเข้านอนก่อน ส่วนตัวเองเข้านอนตามหลัง โดยเปิดเพลงคลอเบา ๆ จึงไม่ได้ยินเสียงคนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่หากในวันดังกล่าว ถ้าได้ยินเสียงสุนัขเห่า ตนเองก็คงจะเอะใจตื่นขึ้นมาเปิดแง้มหน้าต่างดู ตนเองเพิ่งจะมารู้หลังจากเกิดเหตุแล้ว ซึ่งครู่คนดังกล่าวอาศัยอยู่ตามลำพัง

โดยปกติครูคนดังกล่าวก็จะอยู่อาศัยแต่ภายในบ้าน แต่งกายมิดชิด ไม่เคยเห็นแต่งตัวโชว์วาบหวิว บางครั้งเห็นว่าแฟนหนุ่มของครูผู้หญิงแวะมารับไปกินข้าว แต่ก็ไม่เคยเห็นเข้าไปข้างใน จอดรถรออยู่ด้านนอก ส่วนพฤติกรรมของภารโรง ตนเองก็ไม่เคยเห็นแวะเวียนไปใกล้บ้านครูสาว แต่ช่วงที่ตนไม่อยู่ก็อาจจะมาดูลาดเลาก็เป็นได้

ครูไดร์ (นามสมมติ) ผู้พักอาศัยข้างบ้านหลังที่เกิดเหตุ

ด้านนางเป้า ภรรยาของภารโรง ยอมรับว่าในฐานะคนในครอบครัวก็ต้องเชื่อคำให้การของสามี แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องพิสูจน์ทราบกันต่อไป โดยเฉพาะกระบวนการในชั้นศาล ซึ่งแม้ว่าสามีของตนเองจะปฏิเสธก็ตาม เพราะส่วนตัวเชื่อว่าคนทำผิดครั้งแรก ก็คงต้องปฏิเสธและขอต่อสู้ตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ในวันเกิดเหตุ ตัวเองตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงคืน และประมาณตี 2 ก็ยังเจอสามีนอนอยู่ จึงไม่รู้ว่าออกไปตอนไหน เหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าไม่ใช่เป็นเพราะสามีตนเท่านั้น หากอีกฝ่ายไม่คุยหรือเล่นด้วยก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ ทั้งนี้ก็ยังไม่สามารถปรักปรำหรือพูดอะไรมากได้ ขอทำหน้าที่ในการประกันตัวสู้คดีก่อน

พระนาย หรือพระคมสันต์ (ติสุสโร) พระลูกชายของภารโรง

ด้านพระนาย หรือพระคมสันต์ (ติสุสโร) พระลูกชายของภารโรง เปิดใจว่า ตนเองหลังจากที่บวชเป็นพระ ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับทางบ้าน เพิ่งทราบข่าวไม่นานมานี้ว่าพ่อไปมีพฤติกรรมก่อเหตุข่มขืนครู แต่จากที่ได้พูดคุยกับแม่และพ่อเบื้องต้นยังปฏิเสธและแสดงความบริสุทธิ์ ในฐานะลูกชายก็ยังเชื่อมั่นในตัวของพ่อ แต่ทั้งนี้ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผิดว่าไปตามผิด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าแม่ก็คงเสียใจไม่น้อย แม้อาตมาก็ยังรู้สึกเสียใจ แต่ก็ไม่ได้โกรธ หลังจากบวชเป็นพระถึงมองในลักษณะของคติทางธรรมว่า “เป็นเวรกรรมของเขา” ส่วนนิสัยใจคอของพ่อ ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องขอความเจ้าชู้ มีพฤติกรรมดื่มเหล้าสังสรรค์เฮฮาตามปกติ และเป็นคนตั้งใจทำงานมาก

keyboard_arrow_up