เมียหลวงชี้พิรุธ! ผัวตร. ถูกรัดคอบ้านเมียน้อย ไปทวงเงินแสน ชี้คนฆ่ามีเกิน 1 (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อคืนวันที่ 31 พ.ค. 62 พบผู้เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายวีระชัย จิรัญดร อายุ 65 ปี ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้เกษียณอายุไป โดยที่ท้ายทอย ศีรษะมีบาดแผลทุบด้วยของแข็งและที่คอ มีรอยเชือกรัดคอ ลูกตาปูดบวมเขียวช้ำ

ภาพจำลองเหตุการณ์

ความคืบหน้าวันที่ 1 มิ.ย. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ พบเป็นห้องเช่าที่นายวีระชัย อาศัยอยู่กับภรรยคนที่ 2 ในขณะเดียวกันมีลูกสาวและลูกเขยของภรรยาคนที่ 2 พักอาศัยอยู่ห้องติดกัน เพื่อเปิดร้านขายของชำ

นางแก้ว (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

โดยนางแก้ว (นามสมมติ) เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เปิดเผยว่า นายวีระชัยและภรรยคนที่สองมาเปิดห้องเช่าแห่งนี้ได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยช่วงที่ผ่านมา ตนจะเห็นรถเก๋งนายวีระชัยขับเข้ามาจอดในช่วงเย็นเป็นประจำทุกวัน ก่อนจะขับออกไปในรุ่งเช้า คืนวันเกิดเหตุตนสังเกตเห็นทุกคนอยู่ภายในบ้าน รวมทั้งอดีตนายตำรวจรายนี้ด้วย และมีกลุ่มวัยรุ่นชายซึ่งเป็นเพื่อนของลูกสาวและลูกเขยมานั่งดื่มเหล้าอยู่หน้าร้านขายของชำจำนวนมาก ซึ่งผิดปกติจากทุกวัน โดยเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่เวลาประมาณ 20.30 น. ไปจนถึงเวลาประมาณ 23.00 น. แต่ในระหว่างนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และไม่พบว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในห้องแถว มีเพียงกลุ่มวัยรุ่นเพื่อนดังกล่าว โดยที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยเห็นทั้งคู่ทะเลาะมีปากเสียงรุนแรง อาจจะมีพูดจาถกเถียงกันเป็นธรรมดาเท่านั้นเอง

นายวีระชัย จิรัญดร ผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ที่วัดพระงาม ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของนายวีระชัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ โดยนางสาววันวิสา วันครองโชค อายุ 62 ปี ภรรยาคนแรกของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สามีมักจะออกจากบ้านในช่วงค่ำไปหาภรรยาคนที่ 2 แล้วจึงจะกลับบ้านมาในช่วงเช้า ซึ่งที่ผ่านมาตนรับรู้และเป็นผู้จัดหาห้องแถวให้กับภรรยาคนที่ 2 ลูกสาวและลูกเขยอาศัย พร้อมเซ้งร้านขายของชำให้เปิดทำมาหากินด้วย โดยคืนวันเกิดเหตุ (31 พ.ค.) สามีตนออกจากบ้านไปเวลาประมาณ 20.00 น. ก่อนออกจากบ้านตนยังบอกสามีว่าให้ดูแลตัวเองดี ๆ เพราะต้องไปหาภรรยาอีกคนเพียงลำพัง แต่ฝ่ายนั้นอยู่อาศัยกันหลายคน จึงตักเตือนด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.20 น. ภรรยาคนที่ 2 โทรศัพท์มาบอกกับตนว่าสามีโดนทำร้ายร่างกาย เมื่อตนไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าสามีนอนเสียชีวิตจมกองเลือด ตนรู้สึกช็อก เสียใจมาก รังเกียจครอบครัวนี้ เพราะไม่คาดคิดว่าสามีจะมานอนตายที่ห้องภรรยาอีกคน

ก่อนเกิดเหตุนั้นยอมรับว่ามีปัญหากับภรรยาคนที่ 2 เพราะนำเงินเก็บของสามีกว่า 5 แสนบาทไปปล่อยให้เพื่อนกู้ยืมหลายราย เมื่อสามีพยายามทวงคืนแต่กลับไม่ได้ จนกระทั่งมีปัญหาและเกิดความไม่ไว้วางใจกัน

นางสาววันวิสา วันครองโชค ภรรยาคนแรกของผู้เสียชีวิต

โดยภายหลังเกิดเหตุ ตนมีคนที่สงสัย จึงบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุว่าอย่าปล่อยให้คนนั้นหลบหนีหายไป เนื่องจากสามีกับคนนั้นไม่ค่อยชอบพอกัน ส่วนกรณีที่ภรรยาคนที่สองอ้างว่า ออกไปกินหมูกระทะกันทั้งบ้าน จนกระทั่งกลับมาพบว่าสามีเป็นศพถูกทำร้ายเสียชีวิต ตนยืนยันว่าไม่เชื่อ เพราะผิดปกติ ทำไมออกไปทั้งบ้านแล้วปล่อยสามีไว้คนเดียว และที่สำคัญถ้าหากสามีอยู่คนเดียวจริง จะรอบคอบปิดประตูเหล็กล็อกแน่น ไม่เปิดให้คนแปลกหน้าเข้ามา ตนจึงมั่นใจว่าคนก่อเหตุต้องรู้จักใกล้ชิดผู้เสียชีวิต และมีคนลงมือมากกว่า 2 คน

นางสาวอุษา จิรัญดร ลูกสาวของผู้เสียชีวิต

ด้านนางสาวอุษา จิรัญดร อายุ 38 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เคยเจอครอบครัวของภรรยาคนที่ 2 เพียงครั้งเดียว จึงไม่ได้สนิท ตนเคยทราบจากพ่อมาว่าช่วงพักหลังมานี้ พ่อมีปัญหาทะเลาะมีปากเสียงกันกับภรรยาคนที่ 2 บ่อยครั้ง ตนจึงมักตักเตือนให้ระวังตัว เพราะพ่อมักออกไปหาภรรยาคนที่ 2 เพียงลำพัง ส่วนปมความขัดแย้งกับคนอื่น ๆ คิดว่าไม่มี เพราะหลังเกษียณอายุราชการ พ่อก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับใคร จากพฤติการณ์คนร้ายที่รัดคอพ่อและใช้อิฐทุบหัว ตนมองว่าโหดร้ายเกินไป  ส่วนกรณีที่อ้างไปกินหมูกระทะนั้น ตนมองว่าผิดวิสัยคนทั่วไปออกไปกินรอบดึกทั้งบ้าน นอกจากนี้วันที่เกิดเหตุ ครอบครัวภรรยาคนที่ 2 ลูกสาว ไม่มีท่าทีร้องไห้เสียใจแต่อย่างใด และไม่มาร่วมงานศพของพ่อตนด้วย

keyboard_arrow_up