ฆาตกรฆ่าปาดคอเพื่อนพูดแขวะอยากได้เลือดผสม “ส้าจิ้น” ญาติชี้ตัวตนใจธรรมะ (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 พ.ค. 62 ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณใต้ต้นไม้ข้างวัด ซึ่งกำลังมีการเตรียมงานฉลองสมโภชโรงครัวใหม่ พบนายสุเทพ อินทิสืบ อายุ 62 ปี ถูกมีดแทงที่ชายโครงด้านซ้ายจำนวน 1 แผล มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่เข้าช่วยนายสุเทพขณะบาดเจ็บ

ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายกฤษดา ทองคำดี อายุ 48 ปี หลังก่อเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน นั่งอยู่ที่ศาลาไม้หน้าวัด

ตำรวจควบคุมตัวนายกฤษดา (เสื้อสีแดง) ผู้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายกฤษดาและชาวบ้านช่วยกันเตรียมงานวัด กำลังจะพักรับประทานอาหารที่ใต้ต้นโพ จุดเกิดเหตุ โดยเมนูอาหารคือส้าจิ้น ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายกฤษดาพูดขึ้นมาว่า “ส้าจิ้นวันนี้มีเลือดน้อย” ทำให้ผู้เสียชีวิตที่ร่วมรับประทานอาหารด้วยพูดแซวขึ้นว่า “ถ้าเลือดน้อยก็เอาเลือดคนใส่แทน” ทันใดนั้นผู้ก่อเหตุจึงชักอาวุธมีดปลายแหลมที่ชอบพกพาด้วยอยู่ตลอด ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร แทงเข้าใส่ร่างของผู้เสียชีวิตทันที

ความคืบหน้าวันที่ 1 มิ.ย. 62 นายกมล สารภี อายุ 62 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ระหว่างที่กำลังกินข้าวเที่ยง ซึ่งเมนูก็คือส้าจิ้น เป็นอาหารทางภาคเหนือ ต่อมาผู้ตายก็พูดหยอกล้อกันในหมู่เพื่อน ๆ ในขณะที่กำลังกินข้าว แต่ผู้ก่อเหตุเกิดโกรธขึ้นมา จนมีการนัดต่อยกันที่บริเวณหน้าวัดในวันที่ 2 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ และระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุก็พูดว่ากลัวจะเป็นหมาเห่าใบตองแห้ง แต่ผู้ตายก็ตอบทีเล่นทีจริงว่าจะไปต่อยตามนัดแน่นอน และสักพักก็ลามมาถึงเรื่องส้าจิ้นเลือดน้อย จนเกิดการท้าทาย เพียงไม่กี่วินาทีผู้ก่อเหตุก็ใช้มีดแทงผู้ตายไปหนึ่งที ทำให้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกใจและเข้าไปห้าม

นายกมล สารภี ผู้อยู่ในเหตุการณ์

ซึ่งตอนนั้นผู้ตายยังบอกว่า พูดเล่นเฉย ๆ ทำไมถึงได้แทงกันจริง ๆ ส่วนตัวมองว่าผู้ก่อเหตุช่วงหลังมานี้สภาพจิตใจไม่ค่อยจะดี เนื่องจากประสบปัญหาชีวิตในด้านครอบครัว ทำให้กลายเป็นคนคิดมาก และชอบเก็บตัว ส่วนสาเหตุที่ผู้ก่อเหตุพกมีดตลอดเวลานั้น เนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้าย จึงต้องพกมีดไว้ป้องกันตัว

นายสุเทพ อินทิสืบ ผู้เสียชีวิต

ด้านนางเพ็ญศรี อินทปัญโญ อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นป้าของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลานก็เป็นคนปกติเหมือนคนทั่วไป แต่เป็นคนเงียบ ๆ ชอบเก็บตัว หลังเกิดเหตุชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าหลานได้แทงคนตาย ตอนนั้นก็รู้สึกตกใจเพราะไม่คิดว่าหลานจะก่อเหตุดังกล่าว เพราะปกติหลานไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่เป็นคนไม่ค่อยพูด

นางเพ็ญศรี อินทปัญโญ ป้าผู้ต้องหา

ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าหลานคงโกรธ หรือเข้าใจผิดคิดว่าผู้ตายพูดท้าทายจริ งๆ ทั้งที่ผู้ตายพูดทีเล่นทีจริง ทั้งนี้หลังเกิดเหตุญาติก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะผู้ตายและหลานเองก็ต่างเป็นคนดี เป็นคนธรรมะธัมโมช่วยเหลืองานวัดและงานของหมู่บ้านมาโดยตลอด ส่วนเรื่องคดีก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย

keyboard_arrow_up