เปิดใจยายชาวพม่า ลมแทบจับขุดดินฝังทอง 7 บาท ถูกขโมยเกลี้ยง สงสัยเพื่อนร่วมชาติ (คลิป)

วันที่ 29 พ.ค. 62 ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย น.ส.เชอร์รี่ อายุ 28 ปี ผู้เสียหายชาวเมียนมา เดินทางมาที่ สภ.องครักษ์ เข้าแจ้งความ หลังทองคำ 7.5 บาท เป็นสร้อย 2 เส้น กำไร 3 วง ต่างหู 1 คู่ และสร้อยข้อมือ 1 เส้น โดยทำงานเก็บเงินสะสมเป็นทองคำมานานกว่า 30 ปี ซึ่งก่อนหน้าที่จะนำทองคำมาใส่ไหฝังนั้น แม่ฝันว่าจะมีคนมาขโมยทองถ้าเก็บทองไว้ในบ้าน จึงเอาทองทั้งหมดที่มีรวบรวมใส่ไหแล้วเอาไปฝังไว้ในดินบริเวณหลังบ้านเช่า จนกระทั่งวันที่ 27 พ.ค. 62 ไปขุดดูทอง พบว่าไหได้ถูกขุดออกไป เหลือเพียงมีด รองเท้าและถุงใส่ทองถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ

น.ส.เชอรรี่ ผู้เสียหาย พร้อมทนายเข้าแจ้งความ

หลังจากนั้น ทนายรณณรงค์ พร้อมด้วย น.ส.เชอรี่ ได้เข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท. เอกชัย ศรีระหงษ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.องครักษ์ พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนที่จะเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ บ้านเช่าชั้นเดียว หมู่ 7 ถนนรังสิต-นครนายก ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก

น.ส.เชอรรี่ ผู้เสียหาย

น.ส.เชอรรี่ ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 พ.ค.) เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่สามีกลับมาบ้าน บอกให้เก็บมีดและรองเท้าที่พบในที่เกิดเหตุเข้าไปในบ้าน ซึ่งตอนนั้น ได้เก็บไว้หลังที่นอนหน้าบ้าน เมื่อเดินออกมาเพื่อจะเก็บ ก็ไม่พบรองเท้าและมีดแล้ว ล่าสุด ช่วงที่เกิดเหตุ มีคนอาศัยอยู่ในบ้าน 5 คน คือ ตนกับแม่ และเพื่อนคนงานชาวเมียนมาอีก 2 คน

บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ไม่พบกล้องวงจรปิด สภาพบ้านชั้นเดียว กำแพงติดกันสองฝั่ง ข้างบ้านเป็นทางเดินพื้นดินไม่กว้าง หลุมเก็บทองความลึกประมาณคืบกว่า อยู่ชิดกับตัวบ้าน

บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ

นางแมลง แม่ของผู้เสียหาย ผู้ที่นำทองไปฝังดิน เล่าว่า วันที่เกิดเหตุ 27 พ.ค. 62 ขณะที่ตนกำลังจะไปขุดทองขึ้นมาให้ลูกสาวดู ปรากฏว่าจุดที่ฝังทองไว้ พบรองเท้าสีขาว 1 คู่ พร้อมอาวุธมีดตกอยู่ปากหลุม สภาพหลุมถูกกลบดินไว้ ตนรีบขุดดูพบว่ากระปุกทองได้หายไป ครั้งสุดท้ายที่พบว่าหลุมเก็บทองยังอยู่ในสภาพปกติคือเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 62 ตนก็ร้องไห้หนัก เสียใจมากจนเป็นลม และเครียดมาก ส่วนที่เอาทองไปฝัง เพราะกลัวถูกคนทำร้าย ถูกตัดคอ หากจะต้องแบกกระปุกทองใส่ในเสื้อก็กลัวอันตราย

นางแมลง แม่ผู้เสียหาย

ซึ่งตอนที่กำลังขุดดินฝัง ก็ลงมือทำเองคนเดียว ไม่ได้บอกใครเลยแม้แต่ลูก สังเกตดูรอบบ้านทั้งสองฝั่งก็ไม่เห็นมีใคร พอใกล้จะเสร็จก็เห็นมีคนงานมาเดินสายไฟผ่านไปผ่านมาบริเวณหน้าบ้าน แต่ก็ไม่อยากปรักปรำใคร เพราะกลัวเป็นบาป ชาวบ้านแถวนี้ก็เคยบอกมาว่าระวังนะ หมู่บ้านนี้มีนักเลงเยอะ ตนก็กลัว

นางสมร (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน (หันหลัง)

นางสมร (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ปกติแล้วไม่เคยเห็นมีเรื่องลักขโมยในลักษณะนี้ ความเป็นอยู่พวกเขา ก็อยู่กันแต่พวกตัวเอง ประมาณ 10 กว่าคน แต่ก็ไม่ได้สนใจ ไม่ได้มีคนมากในหมู่บ้าน ส่วนการรักษาความปลอดภัยก็มีแต่ รปภ.หน้าหมู่บ้าน แต่ไม่ได้มาคอยตรวจอะไรมาก ส่วนตัวคิดว่าเป็นคนที่อยู่กับพวกเขาเอง เพราะเขาคุยภาษาพม่ากัน เราก็ไม่รู้เรื่อง แต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น

keyboard_arrow_up